ตอนที่ 201
บทที่ 201 สืบหาความจริงของเรื่อง
October 28, 2026
ยังดีที่ปัณณ์กับจตุพันธุ์รู้เรื่องของวายุกับมณิกาในวันนี้มาจากนภัทรแล้ว ถึงแม้จะเพิ่งรู้ก่อนมา แต่ก็ยังดีที่สามารถพ้นเคราะห์ไปได้ครั้งหนึ่ง
ไม่งั้น คิดว่าเดี๋ยวคนที่ต้องเข้าโรงพยาบาลคงจะต้องเป็นพวกเขาสองคนแล้ว
จตุพันธุ์เห็นกษิดิสโดนกระทืบอย่างน่าอนาถขนาดนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นมาลูบหน้าที่หล่อเหลามีเสน่ห์ของตัวเองเล็กน้อย แล้วก็ถอนหายใจขึ้นมาทีหนึ่ง "พี่รองนี่ ลงมือโหดเหี้ยมจริง ๆ"
"หรือไม่ เดี๋ยวฉันเรียกพี่รองลงมา แล้วนายลองดูไหม?" ปัณณ์ถามขึ้น
"เหอะ เหอะ เหอะ ช่างมันเถอะ ช่างมันเถอะนะ" จตุพันธุ์ขี้ขลาดขึ้นมาทันที แล้วก็อดไม่ได้ที่จะพร่ำบ่นขึ้นว่า "ดูท่าพี่รองจะรักยัยตัวแสบนี่จริง ๆ ไม่งั้นจะมาทนฝ่ามือหล่อนแบบนั้นได้ยังไง? ฉันรู้จักกับพี่รองมาตั้งหลายปี ยังไม่เคยเห็นใครกล้าทำให้พี่รองขุ่นเคืองใจเลย"
"เป็นความรักที่ลึกซึ้งจริง ๆ" ปัณณ์อดไม่ได้ที่ชื่นชมขึ้นมา จากนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าก็ค่อย ๆ สลายไป "ความรักหนุ่มสาว สำหรับพี่รองแล้วมันเป็นภาระอย่างหนึ่ง"
......
ที่โรงพยาบาลส่วนตัว
ช่วงเช้า ธิกานต์ใส่หน้ากากอนามัยและใส่แว่นกันแดดไว้ แล้วออกจากไปบ้าน แล้วมาเยี่ยมนายหญิงเนตรที่โรงพยาบาลส่วนตัว
เพราะว่าเรื่องในงานแต่งงานเมื่อวาน ทำให้มีนักข่าวจดจ้องเธออยู่ไม่น้อย เพราะฉะนั้นธิกานต์จึงเคลื่อนไหวอย่างเงียบเฉียบมาก
พอเข้ามาในโรงพยาบาลส่วนตัวแล้ว ก็เห็นบอดี้การ์ดที่เฝ้าอยู่นอกโรงพยาบาลมากมาย รวมทั้งทางเข้าโรงพยาบาลก็ไม่มีบุคคลน่าสงสัยและนักข่าวอะไรแล้ว ใจที่หวาดกลัวอยู่ของธิกานต์ถึงได้วางลงสักที
เธอรู้ว่า วายุจะต้อง'ตักเตือน'พวกสำนักข่าวมาแล้ว ไม่งั้นข่าวใหญ่โตแบบนี้ จะต้องเสนอกันจนโด่งดังไปมากแน่ ๆ แล้วนายหญิงเนตรที่นอนโรงพยาบาลอยู่ นักข่าวพวกนั้นต้องไม่ปล่อยโอกาสสัมภาษณ์ท่านไปแน่
ธิกานต์ไปสอบถามห้องพักผู้ป่วยที่นายหญิงเนตรอยู่มา แล้วก็หานายหญิงเนตรเจอที่แผนกผู้ป่วยชั้นที่22
นอกห้องพักผู้ป่วยVIP ธิกานต์หิ้วอาหารเสริมและดอกไม้อยู่ เคาะประตูห้องไปเล็กน้อย แล้วก็ผลักประตูเดินเข้าไป
"คุณย่า?"
เรื่องเมื่อวานเกิดขึ้นมากะทันหันมาก นายหญิงเนตรคิดไม่ถึงว่าในงานแต่งจะมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นมาได้ แล้วเธอก็ทนความตื่นเต้นไม่ไหว จึงหมดสติไป
พอได้นอนพักในโรงพยาบาลมาคืนหนึ่งแล้ว อาการก็ดีขึ้นไม่น้อย
พอเห็นธิกานต์ปรากฏตัวมา สิ่งที่เธอเป็นกังวลที่สุดก็ยังเป็น...... "ลูกในท้องของเธอเป็นยังไงบ้าง?"
ธิกานต์อึ้งไปเล็กน้อย ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าสิ่งที่นายหญิงเนตรสนใจมากที่สุดคือลูกในท้องเธอ แต่พอมาเจอถามตรง ๆ แบบนี้ กลับทำให้ใจของเธอเย็นวาบลง
"คุณย่า หนู......ลูกของหนูสบายดีค่ะ"
พอพูดถึงลูก ธิกานต์ก็ทั้งโกรธทั้งโมโห แล้วก็ยิ่งรู้สึกว่าอัปยศอดสูเป็นอย่างมาก
เพราะรู้ว่าลูกในท้องมีความสำคัญ เพื่อไม่ให้คนพวกนั้นทำให้ลูกในท้องของเธอแท้งไป เธอได้ยอมให้ตัวเองต้องทนความอัปยศอดสูยอมให้คนพวกนั้นข่มเหง
หกคน หกคนเต็ม ๆ เลยนะ
คนละครึ่งชั่วโมงผลัดเปลี่ยนกันจู่โจม จนทำให้เธอรู้สึกถึงความสิ้นหวังเป็นครั้งแรก
แต่ว่านั่นก็ไม่เป็นไร ถือซะว่าโดนหมากัดไปก็แล้วกัน มันจะเป็นไรไป?
ในตอนแรกเธอนึกว่า ขอแค่ทนอัปยศอดสูไว้ แล้วรักษาลูกเอาไว้ ก็จะสามารถคบกับวายุต่อไปได้
แน่นอนว่า ในระหว่างนี้ ธิกานต์ได้หาคนไปตรวจสอบคนพวกนั้นแล้ว เพียงแต่ว่าไม่มีเบาะแสอะไรเลย เธอก็เลยยิ่งไม่กล้าลงมือกับมณิกา เพราะกลัวว่าคลิปวิดีโอที่น่าเกลียดพวกนั้นจะถูกเปิดโปงออกมา
แต่ปรากฏว่า......
กลัวอะไรก็มาอย่างนั้นเลย
ธิกานต์วางของลง แล้วนั่งลงข้างเตียงผู้ป่วย น้ำตาก็ไหลพรากลงมาราวกับหยาดฝน "คุณย่า หนูเองก็คิดไม่ถึง หนูเองก็คิดไม่ถึงว่าเธอจะเกลียดหนูขนาดนี้ ฮือ ฮือ......"
"ฉันรู้ว่าเรื่องนี้ทำให้เธอต้องลำบากใจ เธอวางใจเถอะ ขอแค่ลูกยังอยู่ ย่าจะต้องเป็นเสาหลักให้เธอแน่นอน" นายหญิงเนตรใส่ชุดคนไข้อยู่ แล้วนั่งพิงอยู่กับหัวเตียง และยื่นมือไปจับมือของธิกานต์เอาไว้ และปลอบใจเธอไป
การจัดงานแต่งนั้นมณิกาเป็นคนจัดการเองทั้งหมด คลิปวิดีโอนั่นเปิดออกมาอย่างแปลกประหลาดมาก มณิกาจะเป็นคนทำหรือเปล่านั้น ตอนนี้ยังไม่รู้แน่ชัด
ถึงแม้นายหญิงเนตรจะเป็นโรคอัลไซเมอร์แล้ว แต่ว่าตอนนี้อาการยังไม่รุนแรง ปกติแล้วอาการก็ค่อนข้างดี
"คุณย่า วายุเขา......เขาจะไม่แต่งงานกับหนูแล้วใช่ไหมคะ?" ธิกานต์กัดฟันไว้แน่น ร้องไห้จนจะเป็นจะตาย
"ให้เวลาเขาหน่อย แล้วก็ให้เวลายัยแก่อย่างฉันหน่อย วางใจเถอะ ฉันไม่มีทางให้ลูกในท้องของเธอเกิดมาก็ไม่มีพ่อแน่นอน"