ตอนที่ 225
บทที่ 225 ช่วยมณิกาออกมาได้สำเร็จ
October 28, 2026
ในที่สุด ในตอนที่เขากดไปเป็นเวลาสามนาที มณิกาก็หายใจเข้าลึก ๆ และลืมตาขึ้นในทันใดนั้น
"ณิกา คุณฟื้นสักที......"
"โอ๊ย!"
วายุยังถามไม่จบหนึ่งคำ มณิกาที่ฟื้นขึ้นมาก็เอามือกุมหัวไว้ เจ็บจนกลิ้งไปมาที่จุดนั้น "ปวด......หัว......ปวดหัว......ช่วยด้วย......"
เมื่อกี้ตอนอยู่ในน้ำ วายุก็พบว่ามณิกามีบางอย่างผิดปกติ เขายังคิดว่าเป็นเพราะเธอไม่มีแรงหรือเปล่า
ตอนนี้เพิ่งรู้ว่า ที่แท้โรคของเธอกำเริบอีกแล้ว จึงทำให้ปวดหัวอย่างรุนแรง
หญิงสาวที่แข็งแรงมาตลอด กุมหัวของเธอเอาไว้ และคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวด ความเจ็บปวดที่เกินขีดจำกัดที่เธอไม่อาจทนไหว ทำให้เธอทนไม่ไหวจนน้ำตาไหลออกมา
เมื่อเห็นสักภาพของเธอที่เจ็บปวดจนแทบจะขาดใจ วายุจึงรู้สึกถึงความไร้อำนาจเป็นครั้งแรก
เขาคิดว่าไม่มีอะไรที่ตัวเองทำไม่ได้ แต่เมื่อเห็นเธอดิ้นรนด้วยความเจ็บปวดในขณะนี้ เขากลับไม่รู้จะช่วยเธอยังไง
มณิกาเอามือกุมหัวไว้และกระแทกกับพื้น
เมื่อเห็นอย่างนี้ วายุก็รีบยื่นมือออกมาอย่างรวดเร็วและวางมือไว้ระหว่างหน้าผากของเธอกับพื้น
เพราะพื้นที่นี่ไม่ใช่พื้นที่เรียบเนียน แถมยังมีหินที่แหลมคมอีกด้วย ซึ่งจะมีเลือดออกและเจ็บทันทีเมื่อกระแทกกลงไป
ตำแหน่งที่มือขอวายุวางไว้ ด้านล่างคือหินที่แหลมคม
เธอที่ถูกทรมานจนทั้งเป็นทั้งตายเอาหัวกระแทกกับพื้นอยู่เรื่อย แต่ก็ชนโดนมือของวายุ แต่เพียงไม่กี่ครั้ง มือของชายก็ถูกก้อนหินทิ่มแทงจนมีเลือดไหลล้นออกมา
"เจ็บ......ช่วยด้วย......วายุ ฮือฮือ......วายุ ฉันเจ็บมาก......ฮือฮือ......"
หญิงสาวเอามือกุมหัวและคุกเข่าลงกับพื้น เอาหัวชนกับพื้นอยู่เรื่อยๆ และในที่สุดก็ร้องไห้ออกมา
เสียงร้องไห้ของเธอ เหมือนกับมีดคมแทงใส่หัวใจของวายุ ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดจนแทบจะขาดใจเป็นครั้งแรก เมื่อเห็นผู้หญิงที่เขารักมากที่สุดต้องมาทุกข์ทรมานต่อหน้าเขาอย่างนี้ เขารู้สึกสิ้นหวังมากที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย
สมองของวายุนั้นเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาเป็นครั้งแรก
เรียนแพทย์!
"ณิกา อดทนอีกหน่อยนะ เดี๋ยวพวกเราก็จะออกไปแล้ว"
ในขณะที่ปลอบใจของมณิกา เขาเอามืออีกข้างหนึ่ง หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดเครื่อง ยกขึ้นสูงๆ และมองหาสัญญาณรอบตัวเขา
แต่ที่นี่ไม่มีสัญญาณแม้แต่นิดเดียวเลย
ส่วนมณิกาก็ยังคงร้องไห้อย่างเจ็บปวดอยู่ วายุไม่ใจแข็งพอที่จะทนเห็นเธอเป็นแบบนี้ เขายกมือขึ้นและ ตีลงที่ด้านหลังคอของมณิกาอย่างรวดเร็ว
หญิงสาวที่ยังร้องไห้อยู่ในเมื่อกี้ รู้สึกท้องฟ้ามืดลงและเป็นลมไปอีกครั้ง
วายุเพิ่งเข้าใจว่า หลังจากที่เขาดึงมณิกาขึ้นจากน้ำและทำการนวดหัวใจผายปอดกู้ชีพแล้ว เธอก็ไม่ใช่ไม่ตื่นสักที เพียงแต่ว่าหลังจากที่ชีพจรของเธอเต้นแล้ว เธอก็ยังอยู่ในอาการโคม่าอยู่
ในเวลานี้ เธอเป็นลมไปและไม่ได้กรีดร้องว่าเจ็บปวดอีก เธอนอนอยู่บนพื้นอย่างเงียบ ๆ
วายุคิดได้ทันทีว่า หากว่าเมื่อกี้ห้ามไม่ให้มณิกาลงไปในน้ำกับเขาละก็ งั้นมณิกาจะลงไปในน้ำคนเดียวหลังจากที่เขาจากไปหรือไม่?
ถ้าโรคเธอกำเริบในน้ำละ เธอจะตายในน้ำหรือไม่?
ความคิดนี้ทำให้ชายหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง
เขาถอดเสื้อสูทและคลุมไว้บนตัวของมณิกา มองขึ้นไปบนหลุมสูงชัน เก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋ากางเกง เดินไปรอบๆ มองสังเกตไปรอบๆ และมองหาจุดปีนที่เหมาะสมที่สุด
ท้ายที่สุด วายุก็กระโดดลงไปในน้ำและว่ายไปฝั่งตรงข้าม โดยตั้งใจจะปีนขึ้นจากกำแพงฝั่งตรงข้าม
ผนังที่ขรุขระไม่เรียบเป็นจุดปีนเขาที่ยอดเยี่ยม เขาเหยียบก้อนหินที่ยื่นออกมา ใช้มือประสานรอยแตกด้านบน และค่อยๆปีนขึ้นไปด้วยความยากลำบาก
เมื่อคืนที่ผ่านมาในวังใต้ดิน ถูกมณิกากัดมือขวาของเขา และเมื่อกี้มือซ้ายของเขาก็โดนมณิกาทุบบาดเจ็บอีก
ชายเพียงแค่ออกแรงเล็กน้อย เลือดก็จะไหลลงมาที่ข้อมือของเขา และเลือดสีแดงเข้มก็เปื้อนเสื้อสีขาวของเขาไปหมด
ถึงจะเป็นเช่นนี้ วายุก็ไม่ได้สนใจมันเลย เขาแค่อยากจะปีนขึ้นไปเร็วๆ ค้นหาสัญญาณ จากนั้นโทรขอความช่วยเหลือและพามณิกาไปพบแพทย์โดยด่วน
ทุกสิ่งผุดขึ้นในหัวสมองของเขา และความเชื่อของวายุก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ