ตอนที่ 227
บทที่ 227 อยากพนันแต่ไม่อยากยอมแพ้
October 28, 2026
นภัทรเองก็ถือได้ว่าเป็นคนที่พบเห็นอะไรมาเยอะ แต่เพราะว่าติดตามอยู่ข้างวายุ เพราะฉะนั้นส่วนใหญ่ที่รู้จักก็มีแต่พวกคุณหนูลูกผู้ดี เวลาอยู่ต่อหน้าเขาก็ค่อนข้างรักษาภาพพจน์อยู่ตลอดเวลา
แต่ทำยังไงได้มณิกานั้นค่อนข้างที่จะไม่อื่นคนอื่น แล้วก็ไม่เกรงใจอะไรเขามากด้วย
เธอนอนอยู่บนเตียงแล้วเอียงหัวไปมองนภัทร "ใครบอกคุณว่าฉันกินไม่หมด? และถึงจะกินไม่หมด ฉันก็ห่อเก็บไว้เป็นอาหารเย็นก็ได้"
ประหยัดกินประหยัดใช้ ไม่สิ้นเปลือง เธอสามารถทำได้แน่นอน
แต่ว่าตอนนี้เธออยากจะกินแต่เนื้อ
"ไปซื้อเถอะ ไอ้ปัณณ์ จัตวา แล้วก็กัสก็อยู่ เดี๋ยวก็กินด้วยกันเลย"
เพื่อที่จะอุดปากนภัทรไว้ วายุจึงต้องลากพวกพี่น้องของเขาเข้ามาด้วยเป็นข้ออ้างด้วย
พอเขาพูดจบ ก็ส่งสายตาไปให้พวกผู้ชายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ทีหนึ่ง พวกเพื่อนรักทั้งสามคนก็รีบเข้าเป็นปี่เป็นขลุ่ยขึ้นมาทันที
ปัณณ์พูดขึ้น "อืมใช่ บังเอิญจังเลย ฉันก็อยากกินขาหมูตุ๋นน้ำแดงเหมือนกัน"
กษิดิสพูดขึ้น "ฉันก็ชอบกินอะไรที่คล้าย ๆ กับคุณมณิกาเลย"
จตุพันธุ์พูดขึ้น "ของแค่นี้เองจะกินไม่หมดได้ยังไง? นายดูถูกพวกเราเกินไปแล้ว นภัทร นายรีบไปซื้อมาเลย ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว นายดูซิ ใบหน้าฉันหิวจนไม่มีคอลลาเจนเหลืออยู่แล้ว"
คนทั้งหมด "......"
ทำไงได้ สุดท้ายนภัทรก็ได้แต่พยักหน้า "ได้ครับ ผมจะรีบไปซื้อมาให้เดี๋ยวนี้เลยครับ"
แค่คุณชายทั้งหลายขยับปาก คนเป็นลูกน้องก็จะต้องวิ่งจนขาลากอยู่แล้ว
เฮ้อ นี่แหละคือชีวิต
นภัทรหมุนตัวออกจากห้องพักผู้ป่วยไป แล้วปิดประตูลง
มณิกานอนอยู่บนเตียงไปครู่หนึ่ง แล้วก็เอียงหัวไปมองวายุที่อยู่เตียงข้าง ๆ ก็เห็นเขาลุกขึ้นมาจากเตียง แล้วเดินมาอยู่ข้าง ๆ เธอ "รู้สึกเป็นยังไงบ้าง? ยังปวดอยู่ไหม?"
เด็กสาวส่ายหน้าเล็กน้อย จ้องมองวายุ แล้วก็หันไปมองพวกที่นั่งอยู่อีกข้างหนึ่ง มีคำพูดบางอย่าง ก็ไม่ได้ถามออกมาตรง ๆ
"ไอ้ปัณณ์กับจัตวาคุณเคยเจอมาแล้ว ส่วนเขาชื่อกษิดิส คุณเรียกเขาว่ากัสก็ได้ คนกันเองทั้งนั้น คุณมีคำพูดอะไรก็พูดออกมาตรง ๆ ได้เลย" วายุรับเก้าอี้ที่จตุพันธุ์ส่งมาให้ แล้วก็นั่งข้าง ๆ มณิกา ด้วยท่าทางอ่อนโยนเป็นอย่างมาก
พอได้ยินคำพูดของวายุแล้ว มณิกาถึงได้วางใจขึ้น แล้วถามขึ้นว่า"ได้ตรวจร่างกายให้ฉันหรือยังคะ ตรวจเจอหรือยังว่าไอ้ของที่เข้าไปในร่างกายฉันตกลงมันคืออะไรคะ?"
เรื่องที่เธอเป็นกังวลที่สุดก็คือเรื่องนี้
สิ่งมีชีวิตอะไรก็ไม่รู้อยู่ ๆ ก็มุดเข้ามาในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นใครก็ต้องกลัวอยู่แล้ว
เธออายุยังน้อย ก็ไม่อยากจะจู่ ๆ ก็ป่วยหนักขึ้นมา แล้วก็ตายไปตั้งอายุยังน้อย
ดวงตาเรียวยาวของวายุมีแววสงสารกะพริบขึ้นมาเสี้ยวหนึ่ง แล้วแสร้งทำเป็นเรียบเฉย "ถือว่าคุณยังดวงดี หลังจากที่หมอตรวจร่างกายดูแล้ว ก็พบตำแหน่งของไอ้สิ่งนั้น ก็เลยบาดตรงข้อมือคุณให้เป็นแผลเล็ก ๆ แล้วก็ปล่อยให้ของสิ่งนั้นออกมา"
เขาพูดไปด้วย แล้วก็ยกข้อมือซ้ายของมณิกาขึ้นมาด้วย และชี้ไปที่แผลที่ดูไม่ใหญ่มากและไม่เล็กมากตรงข้อมือ แล้วก็พูดขึ้นอย่างกับว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริง ๆ
เพื่อให้มณิกาเชื่อว่ามีเรื่องแบบนี้อยู่จริง ๆ เขาก็ให้หมอมาบาดตรงข้อมือของมณิกาให้เป็นแผลอันหนึ่งจริง ๆ
แต่ว่าแผลไม่ลึกเลย
"ไอ้นั่นมันคือตัวอะไรคะ?" เธอถามต่อขึ้นมา
"เป็นหนอนที่โปร่งใสตัวหนึ่ง จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์พิเศษถึงจะเห็นรูปร่างของมันชัดเจน และเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง ทางโรงพยาบาลก็เลยเอาไปจัดการทิ้งไปแล้ว"
"อะไรนะคะ? จัดการไปแล้ว? ทำไมไม่เก็บไว้ให้ฉันดูหน่อยล่ะ?"
สายตาของมณิการาวกับเป็นคบเพลิงคอยจดจ้องวายุอยู่ จ้องมองไปครู่หนึ่ง ราวกับรู้สึกว่าเขากำลังพูดโกหกอยู่
ชายหนุ่มรู้ว่ามณิกาเป็นคนฉลาดหลักแหลม จึงเอาโทรศัพท์ออกมา แล้วก็หารูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากโทรศัพท์ "โทรศัพท์ถ่ายรูปไว้ไม่ได้ ผมก็เลยให้คนที่เคยเห็นไอ้ของสิ่งนั้นวาดมันออกมา"
พอหน้าจอโทรศัพท์หันไปให้มณิกา เธอก็จ้องมองหน้าจอครู่หนึ่ง หนอนที่อยู่ในนั้นเหมือนกับหนอนสัญญาลักษณ์ของมิชลินเป็นอย่างมากเลย
แค่มองแวบเดียว เธอก็รู้สึกสะอิดสะเอียนอยากจะอวกแล้ว "เอาออกไป เอาออกไปไกล ๆ เลย น่าสะอิดสะเอียนจริง ๆ เลย"
เธอยกมือขึ้นมาก่ายหน้าผาก แค่คิดถึงว่ามีหนอนแบบนี้ตัวหนึ่งมากระดืบอยู่ในตัว เธอก็ขนลุกขึ้นมาทันที แล้วก็สะอิดสะเอียนมากด้วย