ตอนที่ 231
บทที่ 231 อุปสรรคครั้งนี้กำหนดมาแล้วว่าผ่านไปไม่ได้
October 28, 2026
"คุณเอ......"
พอเห็นเอเดนปรากฏตัวออกมา มณิกาก็ร้องเรียก'คุณเอเดน'ขึ้นมาอย่างอัตโนมัติคำหนึ่ง แต่พอมาคิดดูแล้ว ตอนนี้เธอเป็นหลานสาวบุญธรรมของนายหญิงเนตรไปแล้ว ก็ควรเรียกเขาว่า'อาชายเจ็ด'เหมือนอย่างวายุแล้ว
ใบหน้าที่ขาวนวลของเธอยิ้มกว้างขึ้นมา "สวัสดีค่ะอาชายเจ็ด"
วายุกับเอเดนทั้งสองคนมองสบตากับครั้งหนึ่ง แล้วเขาก็ยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย ถือว่าเป็นการทักทายกันแล้ว
"ฉันได้ยินเรื่องของเธอกับวายุมาแล้ว ตอนแรกกะว่าช่วงนี้จะไปเยี่ยมพวกเธอที่โรงพยาบาล แต่ว่าต้องจัดการงานในบริษัทแทนวายุอยู่ตลอดเลย ก็เลยค่อนข้างยุ่ง หนูณิกาคงจะไม่ว่าอะไรหรอกใช่ไหม?"
วันนี้เอเดนใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวอยู่ คู่กับเสื้อสูทสีเทาสบาย ๆ ตัวหนึ่ง บนจมูกโด่งใส่แว่นกรอบทองไว้อันหนึ่ง ดูสุขุมลุ่มลึกแล้วก็แฝงไปด้วยความสง่างามเล็กน้อย ใบหล่อเหลาแบบลูกครึ่ง ดูหล่อร้ายราวกับปีศาจ
ถึงแม้ว่าจะอยู่กับวายุทุกวัน และเห็นความหล่อเหลาของเขาจนชิน แต่ก็ยังรู้สึกว่าใบหน้าหล่อเหลาที่เซ็กซี่และมีเสน่ห์แบบเอเดนนั้นยังดึงดูดคนมากเหมือนกัน
โดยเฉพาะเอเดนอายุมากว่าเธอแค่เก้าปีเท่านั้น แต่กลับเรียกเธอว่า'หนูณิกา' กลับทำให้เธอรู้สึกถึงความเป็นกันเองมากขึ้นมาเสี้ยวหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว
เธอ กับเขา เหมือนกับว่าจะไม่ได้สนิทกันเท่าไหร่นะ
แต่มาลองคิดดูแล้ว ตอนนี้เธอก็ถือได้ว่าเป็นหลานสาวของเขาครึ่งตัวแล้วนะ จะเรียกแบบนี้ก็ไม่ได้เกินเลยไป
"อาชายเจ็ดพูดเกินไปแล้ว จะเป็นไปได้ยังไงคะ"
มณิกาส่ายหัวเล็กน้อย
"เอาล่ะ เอาล่ะ ข้างนอกมันค่อนข้างหนาวอยู่นะ จะมายืนอยู่แต่ข้างนอกทำไม เข้าไปกินข้าวกันเถอะ" นายหญิงเนตรจูงมือมณิกาไว้ แล้วพวกเขาก็เข้ามาในห้องรับแขก
เมื่อคำนึงถึงร่างกายของนายหญิงเนตรไม่ค่อยแข็งแรงมากนัก ก่อนที่จะมามณิกากับวายุก็ได้ปรึกษากันแล้ว ว่าจะไม่บอกท่านเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในวังใต้ดิน เพื่อที่ท่านจะได้ไม่ต้องเป็นกังวล
"ตอนนี้หนูณิกาทำงานอะไรอยู่เหรอ? ฉันปรึกษากับวายุแล้ว อยากจะให้หนูมาทำงานที่สดุภา กรุ๊ป หนูคิดว่าเป็นยังไงบ้างจ๊ะ?"
บนโต๊ะอาหาร นายหญิงเนตรกินได้ด้วยแล้วก็พูดคุยกับมณิกาไปด้วย
"ไม่ ไม่ ไม่ ไม่เป็นไรค่ะ"
มณิกาที่กำลังดื่มซุปเห็ดอยู่รีบส่ายหน้าขึ้นมาทันที "คุณย่าคะ ตอนนี้หนูมีงานของตัวเองอยู่ ไม่จำเป็นต้องไปทำงานที่สดุภา กรุ๊ปหรอกค่ะ"
ต่อไปเธอไม่อยากจะเห็นวายุทุกวี่ทุกวันหรอกนะ ซวยตายเลย
ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เธอยังมีบริษัทรับจัดงานแต่งอยู่อีกบริษัทหนึ่ง ในนั้นยังมีพนักงานอยู่ยี่สิบกว่าคน เธอจะต้องอยู่ที่บริษัทต่อ และต้องทำให้บริษัทรับจัดงานแต่งเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาให้ได้
พอถึงตอนนั้นรากฐานมั่นคงแล้ว ก็จะเปิดสาขาย่อยไปให้ถึงบ้านเกิด แล้วก็จะสามารถเปลี่ยนกลับไปอยู่กับพ่อแม่อุปถัมภ์ที่ชนบทได้แล้ว
"มีงานก็ดีแล้ว แต่ถ้าตอนไหนที่หนูไม่อยากทำแล้ว ก็บอกกับย่าหรือว่าบอกกับวายุสักคำ จะได้พาหนูไปทำงานในสดุภา กรุ๊ป ถือว่าเป็นการหาประสบการณ์ได้เหมือนกัน"
นายหญิงเนตรตบหลังมือมณิกาเล็กน้อย รอยยิ้มดูเป็นมิตรอย่างมาก
"ความคิดคุณย่าไม่เลวเลยครับ" เอเดนที่นั่งอยู่ตรงข้างมณิกาเห็นด้วยกับความคิดของนายหญิงเนตร แล้วก็พูดขึ้นอีกว่า "ถ้าไม่อยากไปทำที่บริษัทวายุ มาทำที่บริษัทฉันก็ไม่เลวนะ"
ถึงแม้ว่าตอนนี้วายุจะเป็นผู้นำบริษัทสดุภา กรุ๊ปอยู่ชั่วคราว แต่ว่าในอนาคตใครจะเป็นคนมาคุมต่อ ก็ยังไม่รู้เลย
ส่วนเอเดนนั้น ก็ได้ก่อตั้งบริษัทของตัวเองขึ้นมา ผลประกอบการก็ได้ความสนับสนุนจากสดุภา กรุ๊ปด้วย จึงดำเนินไปได้ไม่เลวเลย
"ขอบคุณคุณย่า ขอบคุณอาชายเจ็ดค่ะ"
มณิกายกแก้วน้ำผลไม้บนโต๊ะขึ้นมา แล้วชนแก้วกับนายหญิงเนตรและเอเดนเล็กน้อย รอยยิ้มเบ่งบานราวกับดอกไม้
แต่ในของเธอเข้าใจดี สดุภา กรุ๊ปนั้น เธอไปไม่ได้เด็ดขาด และตัวเอเดน ก็อันตรายเป็นอย่างมาก เข้าใกล้ไม่ได้เด็ดขาด
เพียงแต่ว่าบางครั้ง 'ขั้นตอนการไว้หน้า'ก็ต้องทำให้ถึงที่สุดด้วยเหมือนกัน
แววตาของวายุตกอยู่บนตัวมณิกา จากนั้นก็ลอยไปทางเอเดน แววตาที่ลึกซึ้งซับซ้อนแฝงไว้ด้วยความหนักหน่วงบางส่วน แต่ในที่สุดแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา