ตอนที่ 233
บทที่ 233 ความลับของนิอร
October 28, 2026
"ไหนบอกว่าจะเลี้ยงข้าวฉันไงคะ? กำลังหิวอยู่พอดีเลย"
มณิกาเดินไปที่ตำแหน่งโต๊ะที่พวกเขานั่งอยู่เมื่อกี้อย่างไม่เกรงใจอะไร แล้วก็นั่งลงไป
นิอรหมุนตัวแล้วเดินไป และกวักมือเรียกพนักงานเสิร์ฟมา
ทั้งสองคนสั่งอาหารชุดสำหรับหนึ่งที่และกาแฟไปอย่างง่าย ๆ แล้วก็นั่งรอที่โต๊ะไปเงียบ ๆ
"ที่คุณมาตีสนิทกับฉันในตอนแรกนั้น มีเป้าหมายอะไร?"
มณิกานั่งพิงอยู่บนที่นั่ง สายตาที่เรียบเฉยจ้องมองนิอรไป ในแววตาแฝงไว้ด้วยความดุร้ายเล็กน้อย
สายตาแบบนั้นนำพาความกดดันมาให้นิอรเล็กน้อย เธอเม้มปากขึ้นเล็กน้อย แล้วไม่รู้ว่าควรจะตอบมณิกากลับไปยังไง
แล้วในเวลานี้เอง พนักงานก็ยกกาแฟสองแก้วมาเสิร์ฟให้
"รบกวนสักครู่นะคะ นี่กาแฟของพวกคุณค่ะ"
พนักงานเสิร์ฟวางกาแฟลงตรงหน้าพวกเธอ การปรากฏตัวมาของพนักงานทำให้นิอรมีโอกาสได้หายใจบ้าง ทำให้สมองของเธอใช้แรงค้นหาอย่างรวดเร็วว่าจะตอบปัญหาของมณิกายังไง
"ที่จริงก็......"
เธออธิบายขึ้นอย่างติด ๆ ขัด ๆ "ในวันแต่งงานครั้งที่แล้ว ฉันก็อยู่ในงานด้วย ตอนนั้นคุณกำลังยุ่งอยู่ ก็เลยไม่ได้ไปทักทายกับคุณเลย จากนั้นก็เห็นคลิปวิดีโอที่เปิดออกมาในหน้าจอ ฉันก็เลย......"
"พูดใจความสำคัญ!"
มณิกายกมือขึ้นมาตบโต๊ะเล็กน้อย และบีบคั้นคนไปเรื่อง ๆ
"ใจความสำคัญเหรอ? อ๋อ คุณหมายถึงทหารรับจ้างพวกนั้นใช่ไหม"
เธอเอียงศีรษะ แล้วยกมือที่มีนิ้วสวยงามราวกับหยกขึ้นมาเกาหัวเล็กน้อย และกัดริมฝีปากไป แล้วก้มหน้าลงดื่มกาแฟไปคำหนึ่ง และเงยหน้าขึ้นมามองมณิกา แววตามีความขลาดกลัวเล็กน้อย
พอลังเลไปพักหนึ่งแล้ว ก็พูดต่อขึ้นว่า "ฉันโตที่ต่างประเทศมาตลอด สถานะของฉันค่อนข้างลึกลับ ไม่สามารถบอกคุณได้จริง ๆ แต่ว่าพวกทหารรับจ้างเมื่อคราวก่อนจะมาจับตัวฉันไปประเทศCจริง ๆ ส่วนพวกคนในวันนี้ก็เป็นคนของฉันเอง สิ่งที่ฉันสามารถบอกคุณได้ก็คือ ทหารรับจ้างทั้งสองกลุ่มต่างก็เคยเป็นคนของพ่อฉัน แต่ว่าต่อมาคนพวกนี้เปลี่ยนฝ่ายแล้วเท่านั้น"
คำอธิบายทั้งชุด เหมือนกับว่ากำลังอธิบายอยู่ แต่กลับทำให้มณิกายิ่งงุนงงเข้าไปใหญ่
"สามารถวางกำลังทหารรับจ้างไว้ข้างกายคุณได้อย่างง่ายดาย คิดว่าฐานะทางบ้านคุณจะต้องร่ำรวยมากแน่ ๆ ฉันมีคำถามอยู่สองข้อ ข้อหนึ่ง ทำไมต้องช่วยฉัน? ข้อสอง คุณไม่ได้ต้องการเงิน แต่กลับมาตีสนิทกับฉันเพื่อที่จะให้ได้ร่วมงานกับวายุ คุณมีเป้าหมายอะไรกันแน่?"
ถึงว่าล่ะ หลังจากครั้งนั้นที่นิอรกับวายุทั้งสองคนร่วมงานกันสำเร็จแล้ว นิอรก็ได้โอนเงินให้เธอห้าล้านเลย
และสูงกว่าราคาค่าตอบแทนเดิมที่ตกลงกันไว้ถึงสองเท่า
ตอนนั้นมณิกานึกว่านิอรเป็นคนที่ค่อนข้างใจกว้าง แต่ตอนนี้มาคิดดูแล้ว คนคนนี้ลึกลับอยู่บ้างจริง ๆ
"ที่ช่วยคุณ ก็เป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้คุณเคยช่วยฉันไว้ ครั้งนี้เป็นการทดแทนบุญคุณที่คุณช่วยฉันไว้ และแน่นอนว่า ฉันไม่ได้ต้องการเงินจริง ๆ แต่ว่าฉันได้รับการสั่งสอนแบบวัฒนธรรมตะวันตกมา ตั้งแต่เด็กก็ไม่ชอบที่จะแบมือของเงินกับที่บ้าน ฉันอยากจะสร้างแบรนด์ 'เครื่องสำอางอรพิม'ของฉันเอง ไม่อยากพึ่งพ่อแม่ฉัน แล้วอีกอย่าง ถ้าเกิดว่าฉัน......"
พอพูดมาถึงตรงนี้ เธอก็ถอนหายใจออกมาทีหนึ่ง ข้อศอกยันอยู่บนโต๊ะ เท้าค้างเอาไว้ ใบหน้าดูเบื่อหน่าย
ท่าทางมีความรู้สึกอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เหมือนว่ากำลังเล่นละครอยู่
หัวคิ้วของมณิกาขมวดเข้ากันเล็กน้อย "แล้วยังไงต่อคะ?"
ปัง......!
อยู่ ๆ นิอรก็ตบโต๊ะขึ้นมา "จากนั้นยังไงต่อเหรอ? จากนั้นก็ถ้าเครื่องสำอางอรพิมของฉันไม่ถึงเป้าหมายตามที่พวกเขาอยากได้ภายในหนึ่งปี ฉันก็จะต้องไปแต่งงานกับลูกเขยที่พวกเขาถูกใจไว้นะซิ! ไอ้คนต่างชาติคนหนึ่ง กูไม่ชอบหรอก น่ารำคาญจะตายอยู่แล้วจริง ๆ!"
เหมือนว่าคำถามของมณิกาจะจี้โดนจุดที่เจ็บปวดของนิอรแล้ว เธอเป็นเหมือนกับแมวป่า ท่าทางดูโกรธเคืองเป็นอย่างมาก
สายตาของมณิกาตกอยู่ที่ตัวเธอ และจ้องมองดวงตาของเธออยู่ตลอด อยากจะจับพิรุธอะไรให้ได้จากสายตาของเธอบ้าง
จนสุดท้ายก็ไม่รู้ว่านิอรแสดงละครได้สมจริงเกินไป หรือว่าที่เธอพูดมานั้นเป็นความจริงทั้งหมด
มณิกาไม่กล้าที่จะสรุปไปเรื่อย
พอนิอรเห็นมณิกาไม่พูดอะไร เธอก็ไม่ชอบใจขึ้นมาแล้ว "นี่คุณหมายความว่ายังไงกันแน่ ยังไม่เชื่อฉันอีกเหรอ?"
นิอรที่โดนทำให้โมโหเป็นอย่างมากล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า แล้วก็เปิดโทรศัพท์ออกดูบันทึกการคุยWechat แล้วก็วางปังทีหนึ่งเอาโทรศัพท์วางลงตรงหน้ามณิกา "นี่ คุณดู คุณดูเองเลย!"
มณิกาเหลือบตามองบันทึกการคุยWechatในโทรศัพท์ทีหนึ่ง ล้วนเป็นพวกข้อความเสียง
เธอเงยหน้าขึ้นมามองนิอร แล้วชี้ไปที่หน้าจอโทรศัพท์ นิอรเข้าใจขึ้นมาทันที "อืม"