ตอนที่ 234
บทที่ 234 โดนหาว่าเป็นกาฝาก
October 28, 2026
"พระมเหสีในอนาคตเลยนะ คุณไม่ชอบเหรอ?"
อยู่ ๆ มณิกาก็รู้สึกเลื่อมใสในตัวนิอรขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ผู้หญิงที่ไม่สนใจเงินทองและอำนาจนั้น พบได้ยากมากจริง ๆ
"พระมเหสีมันมีอะไรดีกัน? ยังสู้ชีวิตที่อิสรเสรีของฉันในตอนนี้ไม่ได้เลย แล้วอีกอย่าง แอนโทนี่ก็ไม่ได้เป็นคนดีอะไรด้วย" พอเอ่ยถึงแอนโทนี่ อารมณ์ของนิอรก็ย่ำแย่ขึ้นมา
แล้วสะบัดมือเล็กน้อย "ไม่พูดแล้ว ยังไงฉันก็ไม่สน สัญญาของฉันในวันนี้หายไปแล้ว คุณจะต้องเป็นคนเลี้ยงข้าวฉัน"
"นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว แน่นอนอยู่แล้ว"
มณิกาพยักหน้าเห็นด้วย
บนใบหน้าที่สวยสะดุดตาของเธอมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมา เพียงแต่ว่าสายตาที่มองนิอรอยู่นั้นมีความลึกซึ้งอยู่บ้าง
หล่อน เชื่อถือได้จริง ๆ เหรอ?
หลังจากที่ผ่านเรื่องราวมามากมาย มณิกาก็ไม่กล้าที่จะเชื่อใครง่าย ๆ อีกแล้ว
ครั้งหนึ่ง เธอเคยเชื่อเหนือเมฆ แต่สุดท้ายก็โดนเขาทำให้ผิดหวังเป็นอย่างมาก
พนักงานเอาอาหารมาเสิร์ฟ พวกเธอสองคนก็กินไปและพูดคุยไปด้วย
นิอรหั่นเนื้อสเต๊กฟิเลมิยองไป แล้วถามมณิกาไปด้วยว่า "ตอนนี้บริษัทคุณเป็นยังไงบ้าง? เดี๋ยวให้ฉันแนะนำงานให้คุณสักหน่อยไหม?"
"ก็เรื่อย ๆ ค่อยเป็นค่อยไปดีกว่า"
"ที่บริษัทฉันมีหลายคนที่กำลังจะแต่งงาน เดี๋ยวจะแนะนำให้ไปที่บริษัทคุณนะ"
"ดีกับฉันขนาดนี้เลยเหรอ?"
โลกนี้ไม่มีเรื่องอะไรได้มาฟรี ๆ หรอก
ตัวมณิกาเองรู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับนิอรยังไม่ได้สนิทกันจนถึงขั้นที่นิอรจะต้องเสี่ยงชีวิตมาช่วยเธอ และก็ไม่ได้สนิทกันจนถึงขั้นที่นิอรจะต้องมาแนะนำงานให้กับเธอ
และหนำซ้ำ ถ้าด้วยปฏิกิริยาของคนทั่วไป เมื่อกี้เธอเพิ่งจะทำลายความร่วมงานของหล่อนกับทัพทองไป นิอรก็น่าจะโกรธเคืองเป็นอย่างมากซิ
แต่ไม่เพียงไม่โกรธ เธอยังมาอธิบายให้ฟังอย่างมีความอดทนอีก
มณิกาจิ้มสเต๊กเนื้อคำหนึ่งใส่เข้าปากไป และเคี้ยวไป และก้มหน้าก้มตาครุ่นคิดไป
นี่ตกลงเป็นเพราะว่าเธอวิตกกังวลมากเกินไป หรือว่านิอรมีปัญหาจริง ๆ กันแน่?
ตอนนี้ยังไม่รู้แน่ชัด เธอจึงได้แต่คอยสังเกตการณ์ไปเรื่อง ๆ เท่านั้น
"ที่คุณกำลังพูดคำพูดไร้สาระอยู่ใช่ไหม? ตอนนี้คุณเป็นหลานสาวบุญธรรมของนายหญิงเนตร ฉันก็ต้องคอยประจบประแจงคุณไว้ ไม่งั้น ถ้าท่านวายุมายกเลิกการร่วมงานกับเครื่องสำอางอรพิมไป งั้นฉันก็ขาดทุนแย่นะซิ"
"พูดได้ดูเหมือนมีเหตุผลมากเลยนะ"
ทั้งสองคนกินไปคุยกันไป หลังทานข้าวเสร็จแล้ว ก็แยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง
......
หลายวันต่อมา บริษัทรับจัดงานแต่งที่เงียบเหงาก็ค่อย ๆ มีลูกค้าเขามาเรื่อย ๆ
แล้วภายในหนึ่งเดือน กิจการของบริษัทก็เข้าสู่ช่วงขาขึ้น จนคนของทีมวางแผนไม่เพียงพอ แล้วมณิกาก็รับสมัครพนักงานเข้ามาอีกส่วนหนึ่ง
ผลประกอบการของบริษัทค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นดีขึ้น ถึงแม้ว่าจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการดำเนินการ แต่จากคำพูดของพวกลูกค้าก็รู้ได้ไม่ยากเลยว่า พวกเขาส่วนใหญ่ก็มาเพราะว่าสถานะที่มณิกาเป็นหลานสาวบุญธรรมของนายหญิงเนตร
พูดจนสุดแล้ว ก็เป็นเพราะว่าเธอมีสถานะที่สำคัญไม่เหมือนใครถึงได้ทำให้เติบโตขึ้นมาได้
ความรู้สึกแบบนี้ ไม่ได้รู้สึกดีมากนัก แต่กลับทำให้มณิการู้สึกพ่ายแพ้เป็นอย่างมาก
ที่ยอมเป็นหลานสาวบุญธรรมของนายหญิงเนตรนั้น ก็เพราะว่าตระกูลเดชากุลมีรากฐานที่หนักแน่น จะทำให้ไม่มีใครกล้าทำอะไรเธอ หรือกล้าแตะต้องพ่อแม่อุปถัมภ์ของเธอ
เธอรู้สึกผิดที่ใช้อำนาจของตระกูลเดชากุลมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แล้วตอนนี้แม้แต่จะหาเงินก็ยังต้องเพิ่งบารมีของตระกูลเดชากุล ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก รู้สึกผิดเป็นอย่างมาก แถมยังรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
ราวกับว่า หนังสือหนังหาที่ร่ำเรียนมานานหลายปีกลับไม่มีประโยชน์อะไรเลย ราวกับเป็นเศษสวะที่รอให้มาป้อนอาหารอย่างเดียวมากเลย