ตอนที่ 235
บทที่ 235 นี่ก็คือของขวัญแทนคำขอบคุณจากฉัน
October 28, 2026
แต่มณิกากลับแต่ยิ้มอ่อน ๆ แล้วก็ผ่านไป แล้วยกมือขึ้นมาปรบมือเล็กน้อย "คุณอมลวัทน์พูดได้มีเหตุผล แต่ว่าสิ่งที่แตกต่างนั้น ฉันเกิดมาในครอบครัวสามัญชน ถ้าไม่มีตระกูลเดชากุล ฉันก็ยังสามารถดิ้นรนต่อไปเองได้ แต่ว่าคุณอมลวัทน์นั้นไม่เหมือนกัน ถ้าเกิดวันไหนตระกูลกรภัควัฒน์เกิดล้มละลายขึ้นมา กลัวว่าด้วยร่างกายที่อ่อนแอทำอะไรไม่เป็นของคุณ สักวันหนึ่งคงจะได้อดตายอยู่ข้างถนนเลยละมั้ง"
"แก......"
อมลวัทน์คิดไม่ถึงว่ามณิกาจะปากคอเราะรายขนาดนี้
เธอโกรธจนพูดไม่ออก แล้วก็หัวเราะพรืดออกมาทีหนึ่ง "คุณมณิกาที่ปากคอเราะรายจริง ๆ ทำให้คนรู้สึกชอบมากจริง ๆ อ๋อ ใช่แล้ว อีกไม่กี่วันเมืองจันทราจะมีงานการกุศล คิดว่าคุณมณิกาจะมาร่วมงานด้วยนะคะ"
พูดแล้ว เธอก็ยกมือขึ้นมาดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือเล็กน้อย "นี่ก็ดึกมากพอสมควรแล้ว พี่น้องของฉันยังรอฉันอยู่ คุณมณิกา แล้วพบกันใหม่นะคะ"
อมลวัทน์ใบหน้ายิ้มแย้ม และโบกมือให้เธอเล็กน้อย แล้วก็หมุนตัวไปเลย
จ้องมองดูแผ่นหลังของเธอ ในใจของมณิกาอยู่ ๆ ก็เกิดความรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาอย่างนึ่ง นั่นก็คือ......อมลวัทน์มีความเกลียดชังต่อเธอสูงมาก
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ ว่าเธอมีความอดทนมากกว่าธิกานต์เยอะ
คุณหนูตระกูลผู้ดีสมชื่อจริง ๆ ท่าทางสง่างามดูมีเสน่ห์ และไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ออกมา
มณิกาหมุนตัวจากไป เพราะว่าออกมาต้องดื่มเหล้า เพราะฉะนั้นเธอก็เลยไม่ได้ขับรถมา
ในระหว่างทางที่กลับบ้านนั้น เธอค่อย ๆ เดินไปตามถนนคนเดียว สะพายกระเป๋าไว้ พอโดนลมหนาวในฤดูใบไม้ร่วงพัดเข้ามา ก็กระชับเสื้อไหมพรหมบนตัวให้แน่นขึ้น
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง......
อยู่ ๆ โทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าก็ดังขึ้นมา
มณิกาล้วงโทรศัพท์ออกมาดู พอว่าเป็นเบอร์โทรเข้าของวายุ
ตั้งแต่ที่ตัวเองออกมาจากคฤหาสน์เมื่อครั้งที่แล้ว เธอก็ไม่ได้เจอกับเขามาเดือนกว่าแล้ว
ระหว่างนี้วายุเคยส่งข้อความWechatมาให้เธอสองครั้ง แต่เธอไม่ได้ตอบ จากนั้นวายุก็ไม่ได้ส่งข่าวอะไรมาอีกเลย
แม้แต่มณิกาไปเยี่ยมนายหญิงเนตรที่บ้านเก่าตระกูลเดชากุล ก็ไม่เห็นตัววายุเลย
ไม่ได้ติดต่อกันมาเดือนกว่าแล้ว มณิกาก็นึกว่าเขาจะมีเรื่องด่วนอะไร ก็เลยรับสายขึ้นมา "ฮัลโล?"
เธอพูด'ฮัลโล'ไปคำหนึ่ง แล้วก็รอชายหนุ่มที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งพูด
แต่ว่า พอรอไปสองวินาทีแล้ว อีกฝ่ายก็ยังไม่มีเสียง เธอก็ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย "ได้ยินหรือเปล่า? ถ้าไม่พูดฉันจะวางแล้วนะ"
"ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง?"
ในโทรศัพท์มีเสียงที่ขรึมต่ำและมีแรงดึงดูดของวายุลอยมา ยังคงไพเราะเหมือนเดิม
"อะไรยังไงบ้าง? ก็อยู่ดีมีสุขอยู่ ไม่รบกวนให้คุณมาห่วงใยหรอก"
"แล้วบริษัทล่ะ ยังโอเคอยู่ไหม?"
พออีกฝ่ายเอ่ยถึงบริษัท ถึงแม้มณิกาจะรู้ว่าวายุก็แค่ถามขึ้นเฉย ๆ เท่านั้น แต่ว่าตอนนี้บริษัทรับจัดงานแต่งงานกลายเป็นจุดที่ถึงตายของมณิกาแล้ว ก็เลยทำให้เธออารมณ์ของเธอหนักหน่วงขึ้นมาทันที "พูดถึงบริษัทแล้ว ฉันก็ต้องขอบคุณคุณมาก ด้วยบารมีของคุณ กิจการของบริษัทก็กำลังไปได้สวย พูดแล้วก็ต้องขอบคุณคุณมาก"
"อ๋อเหรอ? งั้นจะขอบคุณยังไงล่ะ?"
วายุหัวเราะเล็กน้อย แล้วก็ถามขึ้น
"วันนี้ดึกเกินไปแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้เที่ยงจะเลี้ยงข้าวคุณ ส่วนที่อยู่ร้านเดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยส่งให้คุณ"
มณิกาที่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยขึ้นมาบ้างแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรมาก แล้วก็วางสายไปแล้ว
โบกรถกลับมาถึงบ้าน ก็นอนอยู่บนเก้าอี้นอนบนระเบียงคนเดียว แล้วจ้องมองดวงดาวนอกหน้าต่างไป แล้วก็ครุ่นคิดไปอย่างเงียบ
วันที่สอง ตอนเที่ยง
ที่ภัตตาคารลางรินตัล
มณิกาไปจองห้องส่วนตัวที่ร้านอาหารตะวันตกไว้ตั้งแต่เช้าแล้ว แล้วสั่งกาแฟมาแก้วหนึ่ง แล้วนั่งรอวายุไป
สิบนาทีให้หลัง ก็มีคนมาเคาะประตูห้องส่วนตัว แล้วผลักประตูเข้ามา
"รอนานหรือยัง?"
วายุที่บนตัวสวมใส่เสื้อเชิ้ตสีดำอยู่ ด้านนอกคลุมเสื้อโค้ตสั่งตัดพอดีตัวสีรอยัลบลูอยู่ก็เดินเข้ามา