ตอนที่ 236
บทที่ 236 นภัทรพูดความจริงออกมาแล้ว
October 28, 2026
สำหรับการปฏิเสธมาตรง ๆ ของวายุ ส่วนใหญ่แล้วก็อยู่ในความคาดเดาของมณิกา
เธอนั่งพิงอยู่ในที่นั่ง สายตาตกอยู่ที่เอกสารฉบับนั้นที่อยู่บนนั้น หัวคิ้วขมวดเข้าหากับเล็กน้อย "ถ้าหากไม่ใช่เพราะว่าฉันเป็นหลานสาวบุญธรรมของคุณย่า บริษัทรับจัดงานแต่งก็ไม่มีทางที่จะทำยอดขายที่ดีขนาดนี้ออกมาได้ ฉันรู้สึกขอบคุณคุณ ขอบคุณตระกูลเดชากุล แต่ว่า'ข้อดี'แบบนี้สำหรับฉันแล้ว มันก็เป็นภาระอย่างหนึ่งเหมือนกัน"
มณิกาพูดความในใจออกมาอย่างซื่อตรง
แล้วก็ พูดเสริมขึ้นมาอีกประโยคหนึ่ง "ถ้าหากว่าคุณไม่อยากจะเซ็นจริง ๆ งั้นก็ไม่เซ็นก็ได้ค่ะ"
ในเมื่อเขาไม่อยากจะได้ งั้นเธอก็คิดว่าจะปิดบริษัทรับจัดงานแต่งไปเลย
เงินพวกนั้น เธอรับไว้ก็รู้สึกว่าไม่สบายใจเลย!
ก๊อก ก๊อก......
พนักงานเสิร์ฟเคาะประตูเล็กน้อย แล้วก็เอาอาหารตะวันตกเข้ามาเสิร์ฟ
มณิกาเก็บสัญญากลับมา แล้วชี้ไปที่อาหารตะวันตกที่อยู่บนโต๊ะเล็กน้อย "กินข้าวกันเถอะค่ะ สเต๊กเนื้อฟิเลมิยองของร้านนี้ฉันรู้สึกว่ารสชาติไม่เลวเลยนะ ลองชิมดูค่ะ"
เธอพูดไปด้วย แล้วก็เอาไวน์แดงขึ้นมาเทให้วายุไปแก้วหนึ่ง จากนั้นก็ยกแก้วขึ้นมา เรียวปากแดงคลี่ออกเล็กน้อย ยิ้มอย่างอ่อนหวานขึ้นทีหนึ่ง "ไม่ว่าจะยังไง ก็ต้องขอบคุณคุณมากนะคะ"
วายุจ้องมองเธอ ในดวงตาที่เรียวยาวไม่มีแววดีใจเหมือนอย่างที่เข้ามาในตอนแรกแล้ว แต่สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือความซับซ้อนที่ทำให้คนคาดเดาได้ยาก
นิ้วมือเรียวยาวสวยงามของเขายกแก้วเหล้าขึ้นมา แล้วชนแก้วกับเธอทีหนึ่ง แต่ก็ไม่พูดอะไร
มณิกายกแก้วเหล้าขึ้นมา แล้วก็ดื่มไวน์ในแก้วไปทีเดียวจนหมด จากนั้นก็พึมพำขึ้นว่า "รสชาติไวน์นี้ไม่เลว หิวแล้ว ฉันขอกินก่อนนะคะ"
"อืม"
วายุตอบรับคำหนึ่ง แล้วก็ค่อย ๆ ดื่มด่ำกับรสชาติของไวน์แดงไป สายตาตกอยู่บนตัวเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้า เก็บท่าทางที่ยิ้มแย้มแจ่มใสของเธอเข้ามาอยู่ในดวงตา
จากนั้น เธอก็เบี่ยงหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง และเข้าสู่ภวังค์
ในตอนที่รู้จักเธอในตอนแรกนั้น บนใบหน้าของเธอมักจะมีรอยยิ้มที่เขินอายอยู่ เหมือนกับเป็นเด็กผู้หญิงที่มีชีวิตอยู่อย่างไม่กังวลใจอะไร
แต่มาวันนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอกลับลดน้อยลงไปแล้ว กลับทำให้วายุรู้สึกปวดใจอย่างบอกไม่ถูก
ทานอาหารไปมื้อหนึ่ง ถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะพูดคุยกันไปเรื่อย ๆ และต่างก็เป็นเรื่องที่ไม่สำคัญอะไร
หลังจากทานข้าวเสร็จแล้ว ทั้งสองคนก็แยกย้ายกลับบริษัทของตัวเอง
สัญญาที่มณิกาเอาไปด้วย วายุไม่ได้เซ็น แล้วในตอนที่เธอกลับมาถึงร้านแล้ว และกำลังจะปรึกษากับพนักงานเรื่องที่จะปิดร้านนั้น อยู่ ๆ นภัทรก็มาถึง
"คุณมณิกา"
นภัทรที่ใส่สูทและรองเท้าหนังเดินเข้ามาให้ร้านจัดงานแต่ง และมณิกาก็ยืนอยู่ในห้องโถงใหญ่ชั้นหนึ่งพอดี เขาก็เลยเดินตรงเข้ามาเลย
มณิกาหันกลับไปมองเขา แล้วถามอย่างสงสัยขึ้นว่า "ผู้ช่วยนภัทร คุณมาได้ยังไงกันคะ?"
"ผมนำของบางอย่างมาด้วย สามารถเข้าไปพูดในห้องทำงานของคุณได้ไหมครับ?"
"ได้ค่ะ เชิญค่ะ"
มณิกาพยักหน้าให้เล็กน้อย แล้วพูดกับผู้ช่วยมิงค์ขึ้นว่า "มิงค์ เอากาแฟเข้ามาให้แก้วหนึ่งนะ"
ผู้ช่วยมิงค์ตอบรับคำหนึ่ง แล้วก็รีบไปชงกาแฟเลย
แล้วพวกนภัทรกับมณิกาก็ขึ้นไปห้องทำงานชั้นสอง มณิกาเดินไปด้วยถามไปด้วยว่า "วายุเป็นคนให้คุณมาเหรอคะ?"
"ใช่ครับ"
นภัทรยิ้มเล็กน้อย "เพราะฉะนั้นก็เลยนำข่าวดีมาให้คุณด้วยครับ"
ทั้งสองคนเดินเข้าไปในห้องทำงาน นภัทรนั่งลงบนโซฟา แล้วมณิกาก็นั่งลงตรงหน้าเขา บนใบหน้ามีรอยยิ้มที่ดูมีมารยาทอยู่ "ข่าวอะไรกันคะ?"
พอเห็นบนใบหน้าของนภัทรมีรอยยิ้มอยู่ เหมือนอย่างว่ามีความลับยิ่งใหญ่และแอบซ่อนไว้ไม่อยู่ยังไงอย่างงั้น
นภัทรยิ้มอย่างลับลมคมในขึ้นมา แล้วก็เอาเอกสารสองฉบับออกมาจากกระเป๋าที่อยู่ข้าง ๆ มาวางลงตรงหน้ามณิกา "บอสบอกว่า กิจการร้านจัดงานแต่งของคุณไม่เลว เขาก็เลยอยากจะร่วมงานกับคุณโดยการเป็นหุ้นส่วนด้วย แต่ว่าหน้าร้านของคุณเล็กเกินไปแล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อกี้บอสก็เลยเช่าอาคารสิบชั้นที่อยู่ข้าง ๆ นี้ไว้แล้ว และเซ็นสัญญานานถึงสิบปี แต่บอสบอกว่า สิทธิ์ในการถือหุ้นนั้น ให้คุณเป็นคนกรอกลงไปเองครับ"