ตอนที่ 241
บทที่ 241 มาเดินซูเปอร์มาเก็ตที่มีแต่ซื้อ ซื้อ ซื้อ
October 28, 2026
"ยัยเด็กน้อยก็เป็นเด็กเลี้ยงแกะ ชอบหลอกเราสองแม่ลูก บอกว่าจะไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ แต่อาเจ็ดกลับมาเป็นเวลาพักใหญ่แล้ว แต่ว่าแม้แต่วีแชทของเธอก็ยังไม่มีเลยนะ เหอะ เหอะ...... เฮ้ย......"
เอเดนส่ายหน้าแล้วถอนหายใจ นั่งไขว่ห้างเอาอยู่ แล้วยกแก้วขึ้นมาดื่มน้ำชาไปคำหนึ่ง ท่าทางแบบกวน ๆ ในตัวแผ่ซ่านความขี้เล่นออกมา ดูหล่อเหลาเต็มไปด้วยกลิ่นอายของผู้ชาย
"เธอดูซิ ยัยเด็กอย่างเธอนี่มันเรื่องอะไรกัน เร็ว ๆ เลย เพิ่มวีแชทอาชายเจ็ดของเธอเร็ว ๆ แล้วก็เพิ่มเบอร์โทรศัพท์ไว้ด้วย" นายหญิงเนตรถลึงตาใส่มณิกาทีหนึ่ง ท่าทางเหมือนไม่พอใจเป็นอย่างมาก
ในใจมณิการู้สึกต่อต้านเป็นอย่างมาก แต่ก็ทำได้แค่ฝืนพยักหน้าไป "มันก็เป็นเพราะว่าช่วงนี้มัวแต่ยุ่งอยู่ตลอด ก็เลยไม่มีเวลาไงคะ"
พูดแล้ว เธอก็ลุกขึ้นมาแล้วเดินไปตรงหน้าเอเดน แล้วล้วงโทรศัพท์ออกมาสแกนคิวอาร์โค้ตของเอเดน และก็แลกเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์กันไว้ด้วย
ทุกอย่างนี้ เสร็จสิ้นอยู่ภายใต้การมองของวายุ แต่ตลอดทั้งช่วงเวลา เขากลับเงียบสงบราวกับว่าไม่มีตัวตนอยู่ด้วย
บรรยากาศในห้องรับแขกค่อย ๆ ครึกครื้นขึ้นมา ตอนค่ำพวกเขาได้ทานมื้อเย็นพร้อมกันมื้อหนึ่ง
แล้วนายหญิงเนตรก็ลากมณิกาไปฝึกรำไทเก๊กกับเธอที่สวนหลังบ้านไปพักหนึ่ง แล้วถึงได้ยอมปล่อยเธอจากไปอย่างเสียดาย และก็ฝากฝังเธอว่าจะต้องกลับมาเยี่ยมเยียนกันบ่อย ๆ
"ได้ค่ะ คุณย่า หนูจะกลับมาเยี่ยมคุณย่าบ่อย ๆ เลยค่ะ บาย บายค่ะ"
ที่หน้าประตูบ้านใหญ่ มณิกาโบกมือลาให้นายหญิงเนตรเล็กน้อย แล้วก็แยกย้ายขึ้นรถตัวเองไปกับวายุ แล้วก็ขับออกไปเลย
นายหญิงเนตรยืนอยู่กับคนรับใช้ส่วนตัวระพล
เธอจ้องมองรถยนต์ค่อย ๆ ขับออกไปไกล แล้วก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจยาว ๆ ทีหนึ่ง "นิสัยของหล่อนเหมือนกับลูกเจ้าเล็กเลย นี่ถ้าลูกเจ้าเล็กยังอยู่ ก็คงจะอายุเท่า ๆ เธอเลยละมั้ง"
ในใจของนายหญิงเนตรเป็นห่วงกังวลลูกสาวคนเล็กมาตลอด และมณิกาก็มีนิสัยเหมือนกับลูกสาวคนเล็กของเธอเป็นอย่างมาก ถึงได้ทำให้เธอพอเห็นมณิกาแล้วก็รู้สึกสนิทสนมและชื่นชอบเป็นอย่างมาก
"ลูกเจ้าเล็กก็ชอบฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ เล่นหมากรุกเป็น นิสัยจริงใจน่ารัก ฉลาดหลักแหลม เป็นคนดีรู้จักกตัญญู และยังชอบยิ้มมากด้วย ตอนที่ยิ้มออกมาเหมือนกับยัยหนูณิกาเปี๊ยบเลย บนใบหน้ามีลักยิ้มที่ไม่ค่อยเด่นชัดมากเท่าไหร่อยู่ เฮ้อ......"
คนเราเมื่อแก่ตัวลงแล้ว ก็มักจะนึกถึงเรื่องราวในอดีต โดยเฉพาะเรื่องราวบางอย่างที่เป็นปมในใจ ก็ปล่อยวางไปไม่ได้
ท่านศรัณยูกับนายหญิงเนตรแต่งงานกันตั้งแต่อายุสิบแปด ปีต่อมาก็คลอดพ่อของวายุสดายุออกมา ส่วนแม่ของวายุชื่อว่าชนม์นิภา เพราะฉะนั้นพอสดายุมารับช่วงดูแลบริษัทต่อแล้ว ก็เลยเอาชื่อสองตัวหลังสุดจากชื่อของทั้งสองคน'สดุภา' แล้วก็ใช้ชื่อนี้ไปเปลี่ยนชื่อเครือเดชากุลกรุ๊ปให้กลายเป็น'สดุภา'กรุ๊ป
พอมีสดายุแล้ว นายหญิงเนตรก็มีลูกเรื่อย ๆ มาอีกหลายคน ครอบครัวที่ลูกหลานเต็มบ้าน ครอบครัวรักใคร่กันในตอนแรก แต่ว่าต่อมาท่านศรัณยูก็ไปเมาแล้วมีอะไรกับผู้หญิงอื่นข้างนอกจนทำให้มีเอเดนเกิดออกมา จนตั้งแต่นั้นมากก็เป็นปมในใจนายหญิงเนตรตลอดมา
ต่อมา ในตอนที่เธออายุเข้าสู่ปีที่สี่สิบสี่นั้น อยู่ ๆ ก็ตรวจพบว่าตั้งท้องลูกสาวคนหนึ่งขึ้นมา
ในฐานะเป็นผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ในตอนอายุเยอะ การคลอดลูกก็ค่อนข้างที่จะอันตราย แต่นายหญิงเนตรก็ยังตัดสินใจที่จะคลอดลูกสาวคนเล็กบุษปวันออกมา
บุษปวันมีนิสัยร่างเริงสดใส เฉลียวฉลาด เป็นเด็กผู้หญิงที่ทำให้คนชื่นชอบเป็นอย่างมาก แต่ว่าเมื่อสิบปีก่อน เธอได้เกิดอุบัติเหตุจากไปแล้ว
ด้วยเหตุนี้ นายหญิงเนตรก็โศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก และโศกเศร้าไปพักหนึ่งถึงจะได้เดินออกมาจากความมืดมนได้
และนี่ก็เหตุผลที่ต่อมา พอนายหญิงเนตรเห็นมณิกาแวบแรกที่อพาร์ทเม้นท์ทิวกาลแล้ว ก็รู้สึกชื่นชอบเธอเลย
ในตอนที่เห็นมณิกาครั้งแรก เธอตั้งใจแต่งหน้าได้น่าเกลียดมาก แต่ทำยังไงได้นิสัยที่ซุกซนน่ารักก็ยังทำให้นายหญิงเนตรสามารถมองเห็นเงาของลูกสาวคนเล็กจากตัวเธอได้
พอต่อมายิ่งได้ใกล้ชิดกับมณิกามากขึ้น ก็ยิ่งรู้สึกชื่นชอบเด็กสาวที่มองโลกในแง่ดี จิตใจดีและมีความกตัญญูคนนี้มากขึ้น
"ถึงแม้ว่าบัวจะจากไปแล้ว แต่ว่าต่อไปนี้มีณิกามาอยู่เป็นเพื่อนคุณก็ดีนะ เด็กสาวณิกาคนนี้เป็นคนจิตใจดี ถือได้ว่าเป็นคนที่ไม่เลวเลย"
ระพลที่ประคองนายหญิงเนตรอยู่ข้าง ๆ พูดปลอบโยนเธอขึ้นประโยคหนึ่ง จากนั้นก็พูดขึ้นอีกว่า "เข้าไปเถอะ ปลายฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ข้างนอกนี่ลมแรง อากาศหนาว"
......
มณิกาไม่รู้เรื่องพวกนี้ของตระกูลเดชากุลเลย แล้วก็ไม่รู้ว่าทำไมนายหญิงเนตรถึงได้ชอบเธอมากขนาดนี้ด้วย
เธอรู้แต่เพียงว่าที่มาบ้านเก่าตระกูลเดชากุลในวันนี้ ก็ได้แอบปฏิเสธวายุไปตรง ๆ แล้ว เป้าหมายของเธอได้บรรลุแล้ว
แต่ใครจะไปรู้ ในตอนที่เธอขับรถมุ่งหน้าตรงกลับไปอพาร์ทเม้นท์นั้น อยู่ ๆ ก็พบว่ารถของวายุตามมาข้างหลังอยู่ตลอด
มณิกาไม่อยากให้วายุรู้ว่าที่อยู่ที่เธออยู่ในตอนนี้นั้นอยู่ที่ไหน ก็เลยหักเลี้ยวไปทีหนึ่ง แล้วขับรถเข้าไปในห้างสรรพสินค้าแถว ๆ นั้น อยากจะเดินซูเปอร์มาเก็ตสักหน่อย จะได้รวดซื้อของด้วยสักหน่อย
แต่ปรากฏว่าพอรถของเธอเพิ่งจะจอดลงตรงลานจอดรถใต้ดินของห้างสรรพสินค้า รถของวายุก็มาจอดลงที่ข้าง ๆ เธอแล้ว ทั้งสองคนลงรถมาพร้อมกัน