ตอนที่ 249
บทที่ 249 เป็นการป้ายสีระดับสูง
October 28, 2026
"ใช่ซิ มณิกานั้นมาจากบ้านนอก คงจะเต้นรำไม่เป็นหรอก"
"เหอะ เหอะ ขึ้นไปอยู่บนที่สูงแล้วก็ยังไม่มีทางเป็นหงส์ได้ ยังไงแล้วก็ยังเป็นคนบ้านนอกอยู่ดี ถ้าไม่ใช่เพราะว่าดวงดีช่วยท่านวายุกับนายหญิงเนตรไว้ ไม่แน่ตอนนี้อาจจะขายของอยู่ข้างทางตรงไหนก็ไม่รู้นะ"
"ก็ใช่นะซิ?"
"แค่เต้นรำบอลรูมก็ยังไม่เป็น ยังมีหน้ามาอยู่ในแวดวงชนชั้นสูงได้ยังไงกัน ช่างไม่เข้ากันเลยสักอย่าง"
"เธอดูท่าทางที่กินไม่หยุดของหล่อนซิ เหมือนกับผู้ลี้ภัยที่หนีกลับมามากเลย ไม่เอาไหนจริง ๆ"
......
ผู้คนที่อยู่รอบข้างเริ่มล้อมรอบเข้ามาเล็กน้อย และพูดจารุนแรงเป็นอย่างมากด้วย
มณิกาฟังคำพูดเสียดแทงของคนพวกนั้นไป แล้วก็ไม่ได้สนใจนัก
ถ้าหากว่าต้องมีชีวิตอยู่ภายใต้สายตาของผู้อื่นทุกวัน คนที่จะต้องเหน็ดเหนื่อยก็มีแต่ตัวเองเท่านั้น
มักจะมีสายตาสิบกว่าคู่มองมาพร้อม ๆ กัน เธอยังคงเอาข้อศอกเท้าโต๊ะไว้อย่างไม่สนใจอะไร มือเล็ก ๆ เท้าคางเอาไว้ มือขวาถือส้อมเอาไว้แล้วก็จิ้มเค้กข้าวเหนียวขึ้นมาอีกชิ้นหนึ่ง และเคี้ยวไปอย่างช้า ๆ
ดวงตาแวววาวสดใสกะพริบไป และมองไปทางเอเดน "อาชายเจ็ด ชุดเครื่องประดับชุดเครื่องประดับฟีเกลที่พวกเขาว่ามานี้มันแพงไหมคะ?"
ทุกคนต่างก็กำลังรอดูท่าทีที่ที่น่าเวทนาของมณิกา แต่เธอก็สงบนิ่งซะขนาดนั้น เหมือนกับว่ามีความสามารถในการเข้าสังคมที่เก่งมาก
"พรืด......โลภมากจริง ๆ เห็นเงินก็ตาโตแล้ว"
"ถามขึ้นมาอย่างไม่เกรงกลัวอะไรแบบนี้ นี่มันตั้งใจจะทำให้เครื่องประดับฟีเกลลำบากใจไม่ใช่เหรอ?"
"เครื่องประดับฟีเกลนี่เป็นบริษัทลูกของเครือกรภัควัฒน์กรุ๊ป ซึ่งมีคุณอมลวัทน์เป็นผู้ควบคุมดูแลอยู่ แน่นอนว่าจะต้องใจกว้างมากอยู่แล้ว"
"สมแล้วที่เป็นคนที่มาจากบ้านนอก เป็นยัยบ้านนอกจริง ๆ"
......
อาจจะเป็นเพราะว่าตอนนี้วายุไม่ได้อยู่ด้วย และเอเดนก็ไม่ได้อยู่ในประเทศมาหลายปี ผู้คนมากมายจึงไม่ค่อยคุ้นเคยกับเขามากนัก
พวกเขาก็เลยพูดกับมณิกาได้ค่อนข้างไม่น่าฟังเลย ราวกับต้องการหาวิธีมาทำให้เธออับอาย
พอฟังคำพูดของคนพวกนั้นแล้ว มณิกาก็ค่อย ๆ เข้าใจขึ้นมาว่า นี่มันคือความซวยซะที่ไหน? นี่มันเห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะอมลวัทน์ผู้หญิงคนนั้นจงใจอยากจะกลั่นแกล้งเธอชัด ๆ
เอเดนส่ายหน้าเล็กน้อย "นี่......มันทำให้ผมลำบากแล้ว"
เห็นได้ชัดว่าเอเดนกำลังบอกกับมณิกาอยู่ว่า เขาเองก็ไม่รู้ว่าจิวเวอรี่นี่ราคาเท่าไหร่
"ถ้าไม่มีค่าละก็ ฉันก็ไม่เข้าร่วมสนุกแล้วนะ" มณิกาพูดขึ้นเสียงดังขึ้นมาประโยคหนึ่ง
"มณิกาเพิ่งจะมาเมืองจันทรา ไม่รู้จักเครื่องประดับฟีเกลก็พอเข้าใจได้ แต่ว่า เครื่องประดับลิมิเต็ดรุ่นใหม่ล่าสุดสองชุดในวันนี้ ชุดหนึ่งก็มีราคาถึงห้าล้านห้าแสนแปด ที่สำคัญ รุ่นลิมิเต็ดก็มีแต่จะมูลค่าสูงขึ้นเรื่อย ๆ"
ท่ามกลางผู้คน อมลวัทน์ที่เปลี่ยนไปใส่ชุดราตรีสีขาวเทาหม่นทั้งตัวก็เดินออกมา เธอดูสูงส่งราวกับเป็นหงส์สีขาวตัวหนึ่ง และมองมาที่มณิกาอย่างดูถูก ในแววตาแฝงไปด้วยความยั่วยุ
ตอนที่ประมูลสร้อยที่ชั้นบนนั้น ถึงแม้ว่ามณิกาจะเสนอราคาออกมาสูงมาก แต่ว่าเงินก้อนนั้นของเธอจะเอามาจากไหนกัน?
ก็คงต้องให้ตระกูลเดชากุลสำรองออกให้ก่อนอยู่ดี?
แสร้งให้ดูสูงส่งมากแค่ไหน ก็ถูกคนจับได้ง่าย ๆ อยู่ดี
"อมลวัทน์ คุณอย่าทำให้ณิกาลำบากใจเลยนะ การเต้นรำในวันนี้ เดี๋ยวฉันจะเต้นแทนเธอเอง"
ไม่รู้ว่าธิกานต์เดินออกมาจากไหน ดวงตางดงามที่มีแฝงไว้ด้วยรอยยิ้มมองมาที่มณิกาทีหนึ่ง แล้วก็พูดกับอมลวัทน์ขึ้นอีกว่า "วันนี้เธอร่างกายไม่ค่อยสบายอยู่พอดีด้วย"