ตอนที่ 263
บทที่ 263 แตกร้าว
October 28, 2026
เรื่องของเธอ ให้เธอตัดสินใจด้วยตัวของเธอเอง
Ivanเห็นมณิกาขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำท่าทางเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ เหมือนกับว่าไม่อยากตกลง ก็เลยพูดว่า "ความจริงแล้ว ถ้าเกิดว่าเธอไม่ตกลง ฉันสามารถ......"
เพิ่มเงินให้ได้อีก!
แต่ว่าเธอยังไม่ทันจะพูดจบ มณิกาก็รีบตัดบทเธอในทันที "ตกลงสิ ฉันต้องตกลงอยู่แล้ว ทำไมถึงจะไม่ตกลงล่ะ! ดีใจมากที่ได้ตกลงกัน มีสัญญาไหม? พวกเรามาเซ็นสัญญากันตอนนี้เลยเถอะ"
เธอกลัวว่าถ้าเกิดว่าไม่เซ็นสัญญาตอนนี้ เดี๋ยวเงินสามแสนที่มาจ่ออยู่ที่ปากก็จะบินหายไป
Ivanอดตะลึงไม่ได้
ที่แท้ ขิงแก่ย่อมเผ็ดกว่าสินะ
เจ้านายของเธอคู่ควรที่จะเป็นเจ้านายจริงๆ ทำนายได้แม่นมาก
บอกว่าถ้าให้สามแสนมณิกาน่าจะตกลง แล้วเธอก็ตกลงจริงๆ ด้วย
"แค่สามแสนก็ตกลงแล้วเนี่ยนะ? ชิ มณิกา เธอโง่รึเปล่าเนี่ย? บริษัทพวกเขามาเชิญให้เธอไปเป็นพรีเซนเตอร์ แสดงว่าต้องชอบเธอสิ ทำไมไม่ขึ้นราคาสักหน่อย บื้อจริงๆ เลย"
นิอรที่นั่งอยู่ตรงขอบเตียงรู้สึกทนมองไม่ไหว มณิกานี่ช่างซื่อจริงๆ เลย
"เพิ่มได้ด้วยเหรอ?"
เพราะว่ามณิกาไม่ได้พูดกับIvan เพราะว่ารู้ตัวเองดี รู้ว่าคนอย่างเธอที่ไม่เคยไปเดินโชว์ในที่สาธารณะมาก่อน ได้ค่าจ้างในการเดินโชว์ห้าหมื่น แล้วก็ได้เงินสำหรับการเป็นพรีเซนเตอร์สามแสนก็เป็นจำนวนเงินที่เหมาะสมแล้ว บางทีมันอาจจะเกินมูลค่าของเธอด้วยซ้ำ ก็เลยไม่ได้ขอเพิ่มราคา
แต่พอได้ยินที่นิอรพูด ก็รู้สึกว่ามันก็มีเหตุผล
"น่าจะ......ได้มั้ง"Ivanตอบอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นัก แล้วก็ถามอีกว่า "เธออยากเพิ่มเท่าไหร่ดีล่ะ? "
ที่เธอดูไม่เต็มใจขนาดนี้ เพราะว่าเธอไม่รู้ว่ามณิกาอยากจะเพิ่มเงินเท่าไหร่
ถ้าเกิดว่าเพิ่มเยอะ ก็กลัวว่าเธอจะเพิ่มราคาไปเรื่อยๆ กลัวจะโลภมาก ถ้าเกิดว่าเพิ่มน้อย ก็กลัวว่าไม่รู้จะพูดยังไง
"อย่างน้อยก็เพิ่มห้าแสนแล้วกัน!"นิอรยื่นมือซ้ายออกมา แล้วกางนิ้วออกมาห้านิ้ว หลังจากนั้นก็หันหน้าไปมองวายุที่อยู่ด้านข้าง แล้วก็ส่งสายตาเป็นสัญญาณให้Ivan
เหมือนจะบอกว่า:ตอนนี้ณิกาเป็นคนของตระกูลเดชากุล เธอให้สามแสน ตระกูลเดชากุลจะตกลงรึยังไง?
"สามแสนก็พอแล้ว ตกลงตามนี้แล้วกัน"
ตอนที่นิอรพูดจบ มณิกาก็พูดเสริมขึ้นมาทันที
เมื่อกี้ตอนที่นิอรส่งสายตาให้สัญญาณIvan เธอเองก็เห็นอย่างชัดเจน
และตอนนี้สิ่งที่มณิกาไม่ต้องการมากที่สุดก็คือ ไม่ต้องการมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับวายุ เพราะกลัวว่าถ้าพูดออกไปแล้ว คนจำนวนมากจะปฏิเสธความสามารถที่แท้จริงของเธอ
ก็เหมือนบริษัทรับจัดงานแต่งงานนั่นแหละ
ถึงแม้ว่าแหล่งที่มาของลูกค้าจะเป็นคนที่ตระกูลเดชากุล 'พามา'แต่ว่าเธอเองก็ทุ่มเทและทำงานหนักเหมือนกัน
วันและคืนนับไม่ถ้วน ที่จะวางแผนกับคนในทีม ส่งมอบ'คำตอบ'ที่น่าพึงพอใจมากที่สุดให้กับลูกค้า แล้วก็จัดงานด้วย มันไม่มีศักยภาพอะไรเลยหรอ?
"นี่ มณิกา เธอเป็นบ้า......"
"ฉันเหนื่อยแล้ว อยากนอนสักพัก นี่ก็ดึกแล้ว พวกเธอกลับไปกันก่อนเถอะ"
มณิกาไม่อยากฟังนิอรโต้เถียงเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกต่อไปแล้ว
นิอรไม่มีทางเลือก ก็เลยกลับออกจากห้องผู้ป่วยไปพร้อมกับIvan
พอพวกเธอออกไปแล้ว มณิกาก็นอนอยู่บนเตียงและเริ่มจมสู่ห้วงความคิด
ตอนแรกยอมมาเป็นหลานสาวบุญธรรมของนายหญิงเนตร ความจริงเพราะเธออยากจะอาศัยพลังอำนาจของตระกูลเดชากุลมาปกป้องตัวเอง แต่ไม่คิดเลยว่า 'อำนาจ'นี้มันแว้งกัดเธอ แล้วก็ส่งผลกระทบต่างๆ กับเธอ
เธออดคิดไม่ได้ว่า การตัดสินใจในตอนนั้น มันถูกต้องจริงหรือเปล่า?
"คิดอะไรอยู่เหรอ?"
ด้านข้างของเธอนั้น วายุก็เดินเข้ามา เห็นว่าเธอลืมตามองเพดานและเหม่อลอย ก็รู้ว่าเธอมีเรื่องในใจ
"ไม่มีอะไรหรอก"