ตอนที่ 3
ตอนที่ 3 รองแม่ทัพมาถึงที่ ใครกล้ารังแกคุณหนูใหญ่
September 23, 2026
จู๋อิ่งกับแม่นมจางต่างตกตะลึง
สวี่จิ้งยางนั่งฟังเสียงเอะอะอยู่ในรถม้า ในใจรู้ดีอย่างแจ่มแจ้ง
ชาติก่อนตอนนางกลับมา ก็ถูกคนเฝ้าประตูขัดขวางเอาไว้
ตอนนั้นนางยังไม่รู้ สวี่โหรวเจิงแทนที่สถานะของนางกลายเป็นคุณหนูใหญ่
นางยังนึกว่าคนเฝ้าประตูจำนางไม่ได้ เจตนาทำให้ลำบาก
ระหว่างที่โต้แย้งกันรุนแรง นางก็ลงมือกับบ่าวรับใช้ สุดท้ายพ่อกับแม่ก็ได้ยินเสียงเคลื่อนไหว กลัวว่าจะทำให้ชาวบ้านมามุงดู จึงจำเป็นต้องพานางเข้าไป
แต่หลังจากนั้นสวี่จิ้งยางก็ได้ยินพวกเขาอธิบายกับเพื่อนบ้านเรือนเคียงว่า มีญาติห่างๆที่ยากจนมาขอขอความช่วยเหลือ
กลับบ้านของตนเอง ยังต้องหลบๆซ่อนๆ
ชาตินี้ สวี่จิ้งยางจะต้องให้พวกเขาเชิญนางเข้าไปดีๆ!
ฝ่ายจู๋อิ่งเอ่ย “คุณหนูใหญ่เพิ่งกลับมาจากชายแดน ยังนำเสื้อผ้าของท่านแม่ทัพกลับมา จะมาถึงตั้งแต่เช้าได้อย่างไร?”
แม่นมจางก็เอ่ยขึ้นเช่นกัน “ใช่หรือไม่ใช่ ไปตามนายท่านและฮูหยินของเจ้าออกมาดู ก็จะชัดเจนมิใช่หรือ?”
คนเฝ้าประตูมองแม่นมจางแวบหนึ่ง และมองไปยังรถม้าที่อยู่ด้านหลังพวกนาง
วันนี้องค์หญิงใหญ่เดินทางออกมา จงใจให้ดูเรียบง่าย บนรถม้าไม่มีสัญลักษณ์ใดๆ และยิ่งดูไม่หรูหรา
“นายท่านและฮูหยินของข้ากำลังยุ่งอยู่ จะออกมาพบหน้าคนไปเรื่อยเปื่อยได้อย่างไร?” คนเฝ้าประตูเย่อหยิ่งจองหอง เอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่สนใจอย่างชัดเจน
“บ่าวรับใช้อย่างเจ้า ช่างไร้มารยาทจริงๆ” แม่นมจางรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
นางอยู่ข้างกายองค์หญิงใหญ่มาหลายปี ไปถึงไหนก็มีแต่คนเคารพให้เกียรติ เคยถูกบ่าวรับใช้ปฏิเสธนางเช่นนี้ที่ไหนกัน?
สวี่จิ้งยางเปิดผ้าม่าน น้ำเสียงไม่ดัง แต่คนที่อยู่ข้างนอกต่างสามารถได้ยิน
“หลายวันก่อนท่านพ่อกับท่านแม่ได้ส่งคนไปรับข้าที่ชายแดน เพื่อส่งเสื้อผ้าของพี่ชายกลับเมืองหลวง ข้าพลัดหลงกับสาวใช้ ถึงได้กลับมาล่าช้า เจ้าไปถามพ่อบ้านดูก็จะรู้เอง”
คนเฝ้าประตูเอ่ยไปโดยตรง “คุณหนูใหญ่ของพวกเราถูกเลี้ยงดูอยู่ในชนบทมาตลอด นายท่านกับฮูหยินก็ไม่เคยส่งคนไปที่ชายแดนมาก่อน เจ้าคนตัวปลอมโผล่มาจากที่ไหน ถึงกล้าแอบอ้างว่าเป็นคุณหนูใหญ่ หากยังไม่ไประวังข้าจะไปแจ้งทางการ!”
องค์หญิงใหญ่หันไปมองสวี่จิ้งยางอย่างไม่พูดไม่จา
“บนตัวเจ้าไม่มีสิ่งของที่สามารถยืนยันสถานะของตนเองได้เลยหรือ?”
“ไม่มี… ข้าพลัดหลงกับสาวใช้ แม้แต่เงินก็เหลือเพียงเล็กน้อย” สวี่จิ้งยางแกล้งทำเป็นสีหน้าซีดขาว
แท้ที่จริงถ้อยคำนี้ก็ไม่เกินจริง นางปลอมตัวเป็นผู้ชายอยู่ชายแดน ผ่านมาสิบปี ยังจะมีเงินอะไรเหลืออีก
ความสงสัยได้ผุดขึ้นมาในแววตาขององค์หญิงใหญ่
อยู่ในเวลานี้ ด้านหลังคนเฝ้าประตูก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา…
“เอะอะอะไรกัน ไม่รู้หรือไงว่าวันนี้นายท่านกับฮูหยินมีแขกสำคัญ?”
“แม่นมชิง ในที่สุดท่านก็มาจนได้ ข้างนอกมีผู้หญิงคนหนึ่งอ้างว่าตนคือคุณหนูใหญ่ของพวกเรา”
ปิ่นทองประดับบนศีรษะ เดินก้าวเท้าคล้ายเลขแปดอย่างแม่นมชิง ทันใดนั้นก็ก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าวที่หน้าประตู
คิ้วสองข้างที่ยกสูงท่าทางดุร้ายของนาง มองใครก็ดูน่ากลัว
เพราะตอนนั้นนางเป็นสาวใช้สินเดิมของแม่สวี่จิ้งยางที่แต่งเข้ามา หลายปีมานี้ถือว่าเป็นแม่นมผู้ดูแลจวนสวี่ที่พอจะมีอำนาจอยู่ไม่น้อย
แต่ทว่า เมื่อสวี่จิ้งยางเปิดผ้าม่านขึ้น ตอนที่แม่นมชิงหันไปมองนาง คิ้วยกสูงคู่นั้นก็สั่นระริกอย่างตกใจ
แม่นมชิงเห็นสวี่จิ้งยางเติบโตจนถึงอายุสิบสี่ปี ไม่มีทางที่จะจำนางไม่ได้ ถึงแม้สวี่จิ้งยางจะทนทุกข์ลำบากอยู่ชายแดนมานาน
แต่ แม่นมชิงชะงักงันเพียงชั่วครู่ ก็กระแอมไอขึ้นมา
“ทำไมถึงมีพวกตุ้มตุ๋นมาอีกล่ะ? หลายวันก่อน ยังมีคนอ้างว่าได้ตั้งครรภ์กับคุณชายพวกเรา เดินมาท้องโตคิดจะเรียกร้องขอสถานะ!”