ตอนที่ 5
ตอนที่ 5 ให้น้องสาวบุญธรรมโขกหัวเก้าสิบเก้าครั้ง
September 23, 2026
พวกเขาต่างรู้ดี สวี่จิ้งยางเป็นคนกตัญญู
ไม่เช่นนั้นตอนอายุสิบสี่ปี ก็คงไม่กล้าแบกภาระหนัก ปลอมตัวเป็นผู้ชายไปเป็นทหาร
เวยกั๋วกงมีความมั่นใจ เชื่อว่าถ้อยคำของเขา สวี่จิ้งยางต้องเชื่อฟังอย่างแน่นอน
สวี่จิ้งยางเม้มริมฝีปากที่ซีดเซียว มองไปทางฮูหยินสวี่
ฮูหยินสวี่จึงได้ลุกขึ้นมา เช็ดน้ำตาและเดินเข้าไปหาสวี่จิ้งยาง
“จิ้งยาง เจ้าเป็นพี่หญิงใหญ่ ในเมื่อพวกเราได้รับโหรวเจิงมาเลี้ยงดูแล้ว นางก็คือน้องสาวของเจ้า นาง…”
ฮูหยินสวี่อยากจับมือของสวี่จิ้งยาง กลับสัมผัสโดนนิ้วมือที่หยาบกระด้างของนาง
วินาทีนั้น น้ำเสียงฮูหยินสวี่ก็ชะงักงัน มือเหมือนสัมผัสโดนกระแสไฟดึงกลับมาทันที
สวี่จิ้งยางมองนางอย่างไม่พูดไม่จา
แต่จะไม่เข้าใจได้อย่างไร ชาติก่อนท่านแม่เห็นบาดแผลบนตัวนาง ก็จะหันหน้าไปอีกทาง
ตอนนั้นสวี่จิ้งยางนึกว่าแม่เกิดความสงสารนาง
ภายหลังถึงได้ยินว่า ท่านแม่เอ่ยกับแม่นมชิง “นางเอาแต่ใจตั้งแต่เด็ก นิสัยแข็งกร้าว ไม่เหมือนเจิงเอ๋อร์ที่ต้องการให้คนเอาใจใส่”
สวี่จิ้งยางอยู่ชายแดนสิบปี จากทหารต่ำต้อยที่ไร้ชื่อเสียง จนกลายเป็นแม่ทัพใหญ่เทพยุทธ์
นางใช้กำลังหยาดเหงื่อของตนเองสร้างขึ้นมา
นางไม่มีผิวพรรณเนียนละเอียดเหมือนสวี่โหรวเจิง ไม่มีนิ้วมือที่ขาวใสดั่งหัวหอมอย่างนาง
สวี่จิ้งยางโน้มตัวคารวะองค์หญิงใหญ่ “องค์หญิงใหญ่ ขอท่านเมตตาด้วยเถอะ”
สวี่โหรวเจิงที่ล้มอยู่บนพื้น เงยหน้าขึ้นพร้อมกับน้ำตา
องค์หญิงใหญ่ : “เจ้าจะขอร้องแทนนางหรือ?”
สวี่จิ้งยางกอดเสื้อผ้าเปื้อนเลือดและพู่แดง
“ในเมื่อโหรวเจิงถูกพ่อแม่รับเลี้ยงไว้ ก็คือน้องสาวของข้า ท่านพ่อเอ่ยได้ถูกต้อง ข้าควรจะต้องขอร้องแทนน้องสาว”
“แต่ว่า การกลับมาครั้งนี้ ข้ายังมีหน้าที่นำทางดวงวิญญาณพี่ชายกลับบ้าน น้องหญิงรองสวมชุดสีแดงสด ถือว่าทำไม่เหมาะสมจริงๆ”
“ฉะนั้นข้าจึงคิดหาทางแก้ไข ให้น้องหญิงรองโขกหัวอยู่ต่อหน้าเสื้อผ้าของพี่ชายเก้าสิบเก้าครั้ง”
สวี่โหรวเจิงเอ่ยขึ้นทันที “อะไรนะ?”
สวี่จิ้งยางน้ำเสียงอ่อนโยน ราวกับเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
“เช่นนี้พี่ชายที่อยู่ใต้พิภพ จะได้ซาบซึ้งในน้ำใจของเจ้า และไม่โทษที่เจ้าแต่งกายไม่เหมาะสม”
ฮูหยินสวี่เกือบจะกระโดดขึ้นมา เอ่ยอย่างเสียอาการว่า “หานเอ๋อร์ของข้านำกองทัพนับพันนับหมื่น คงไม่ถือสาเรื่องการแต่งกาย ทำให้น้องสาวของตนต้องลำบากใจ!”
แม่ทัพใหญ่เทพยุทธ์ ชื่อว่าสวี่จิ้งหาน นี่คือชื่อที่สวี่จิ้งยางตั้งให้กับตนเอง
สวี่โหรวเจิงก็ยิ่งร้องไห้ฟูมฟายอย่างหนัก “พี่หญิงใหญ่ ท่านคิดจะเอาชีวิตข้าหรือ เพราะไม่พอใจที่ข้าแทนที่ตำแหน่งของท่าน จนบ่าวรับใช้นึกว่าข้าคือคุณหนูใหญ่ จึงทำให้ท่านต้องลำบาก?”
“หากเป็นเช่นนี้ ข้าก็จะชนกำแพงตายไปให้รู้แล้วรู้รอด ไม่ทำให้พี่หญิงใหญ่ต้องลำบากใจ แต่พวกเราต่างก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน ท่านไม่ควรทำให้ข้าอับอายเช่นนี้”
เวยกั๋วกง : “จิ้งยาง! เจ้าอย่าคิดว่าตนเองเป็นฝ่ายถูกจึงไม่เห็นใจผู้อื่น หากพรุ่งนี้เรื่องราวรู้กันไปทั่วเมืองหลวง ก็จะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของพี่ชายเจ้า!”
สวี่จิ้งยางน้ำเสียงนิ่งเฉย “น้องหญิงรอง โขกหัวให้พี่ชายข้า ทำไมถึงกลายเป็นเรื่องน่าอับอายด้วยล่ะ?”
เพียงประโยคเดียว ก็ทำให้สวี่โหรวเจิงพูดไม่ออก
ในที่สุดองค์หญิงใหญ่ก็เอ่ยปาก “สมควรโขกหัวสำนึกผิดให้ดี แม่ทัพเทพยุทธ์สร้างผลงานยิ่งใหญ่ให้แก่แคว้นต้าเยี่ยน หากวันนี้ฝ่าบาทอยู่ที่นี่ คงต้องลงโทษร้ายแรงกว่าข้า”
คนตระกูลสวี่รู้ดี ที่องค์หญิงใหญ่เอ่ยนั้นเป็นความจริง
ได้ยินว่าตอนนั้น ฝ่าบาทถูกส่งไปเป็นตัวประกัน ถูกข้าศึกบังคับให้ลอดใต้หว่างขา แบกรับความอัปยศอดสู
แม่ทัพใหญ่เทพยุทธ์โจมตีข้าศึก บีบคั้นให้ฮ่องเต้ข้าศึกโกนหัวฆ่าตัวตายต่อหน้าเหล่าทหารนับหมื่น จึงสามารถชำระแค้นนี้ให้กับฝ่าบาทลงได้
หากรู้ว่าสวี่โหรวเจิงกล้าขัดคำสั่งการไว้ทุกข์นี้ สวมชุดสีแดง ผลที่ตามมามีแต่ต้องตายเท่านั้น
ฮูหยินสวี่ก็จนปัญญาจริงๆ จึงต้องกุมหน้าร้องไห้
เวยกั๋วกงมีสติหนักแน่นกว่า “เจิงเอ๋อร์ เช่นนั้นเจ้าก็คุกเข่าลงเถอะ…”
สวี่จิ้งยางให้จู๋อิ่งนำเสื้อเปื้อนเลือดและพู่แดงไว้ที่หน้าประตู
นางคุกเข่าลงก่อน เอ่ยอย่างสะอึกสะอื้น “พี่ชาย พวกเรามาถึงบ้านแล้ว”
ขณะที่กำลังจะลุกขึ้น ร่างกายก็เอนเอียง จู๋อิ่งรีบประคองนางไว้
“คุณหนู ท่านคุกเข่ามาตลอดทาง จะคุกเข่าอีกไม่ได้แล้ว”
“เข้าไปในเรือนโดยเร็ว เจ้าไม่รู้จักสงสารร่างกายของตนเอง ข้ากลับสงสารสุดขีด” องค์หญิงใหญ่เอ่ย
ได้ยินถ้อยคำขององค์หญิงใหญ่ เวยกั๋วกงก็ได้สติตื่นขึ้นมาฉับพลัน รีบพาสวี่จิ้งยางเข้าไปในจวน