ตอนที่ 2
ตอนที่ 2 อ๋องเก้า
September 29, 2026
ยิ่งพูด เว่ยชิงหลานก็ยิ่งควบคุมอารมณ์ไม่ได้
"ฉีฉางเฟิง ท่านนี่ช่างยอดเยี่ยมนัก ท่านคิดว่าตัดความสัมพันธ์สามีภรรยากับข้า ก็จะสามารถตัดทุกอย่าง ตัดสิ่งที่ข้าทำเพื่อตระกูลฉี ตัดสิ่งที่ตระกูลเว่ยทำเพื่อตระกูลฉีได้อย่างนั้นหรือ"
เว่ยชิงหลานพยุงร่างลุกนั่งขึ้นมา ตราบใดที่นางยังมีลมหายใจอยู่ นางจะไม่นั่งมองคนตระกูลเว่ยตายโดยไม่ทำอะไรอย่างแน่นอน
ฉีฉางเฟิงกำหมัดแน่น ร่างสั่นสะท้าน เขารู้ว่าเว่ยชิงหลานมีบุญคุณกับตน แต่...แต่ไม่ใช่เขาที่ต้องการหย่ากับเว่ยชิงหลาน แต่เป็นถ้าหากเขาไม่หย่า เรื่องของตระกูลเว่ยก็จะพัวพันมาถึงตระกูลฉี และคนทั้งตระกูลฉีก็จะไม่มีวันหนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียว
"พอที พูดไปพูดมา ก็แค่ต้องการบอกว่าเจ้ายิ่งใหญ่แค่ไหนไม่ใช่หรอกหรือ เว่ยชิงหลาน สิ่งที่เจ้าได้รับมันยังไม่มากพออีกหรือ ฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งให้เจ้าเป็นหมอเทวดาอันดับหนึ่ง เจ้าแต่งเข้าตระกูลฉี กลายเป็นพระชายา ตระกูลฉีจากที่เคยเป็นจวนแม่ทัพกลายมาเป็นจวนอ๋อง ซึ่งนั่นมันก็เป็นเกียรติยศของเจ้าเหมือนกัน"
เมื่อเห็นฉีฉางเฟิงลังเลอีกครั้ง เซียวหย่าก็รีบตะโกนขึ้นมา
"เว่ยชิงหลาน ครานี้พี่ฉางเฟิงหย่ากับเจ้า ล้วนเป็นเพราะตระกูลเว่ยของพวกเจ้าทะเยอทะยานเกินไป ถือที่ฝ่าบาททรงให้ความสำคัญ ถึงขั้นกล้าเข้าไปก้าวก่ายเรื่องใหญ่ของพระองค์ ในเมื่อพวกเจ้าเลือกสนับสนุนองค์ชายสิบห้า บัดนี้ฝ่าบาททรงขึ้นครองราชย์ จะไม่กำจัดตระกูลเว่ยที่มีเจตนาชั่วร้ายได้หรือ"
สนับสนุนองค์ชายสิบห้า เว่ยชิงหลานขมวดคิ้วแน่น มันเป็นข้อกล่าวหาที่ไร้มูลสิ้นดี
ทันใดนั้นเว่ยชิงหลานพลันคิดอะไรขึ้นมาได้ สนับสนุนองค์ชายสิบห้า หรือว่าจะหมายถึงตอนที่ตนเองเคยไปรักษาอาการป่วยให้องค์ชายสิบห้าครั้งหนึ่ง แต่ว่าครั้งนั้น เป็นเซียวหย่าที่มาขอร้องตน
เว่ยชิงหลานมองไปที่เซียวหย่า และพบว่ามีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่ที่มุมปากของนางจริง ๆ ด้วย
"เป็นเจ้า" เว่ยชิงหลานโกรธมากจนตัวสั่นไปหมด นางชี้หน้าเซียวหย่า
เซียวหย่ามองเว่ยชิงหลานด้วยสายตาที่แฝงความเย็นชา พลางกล่าวเยาะเย้ย "เว่ยชิงหลาน ตระกูลเว่ยของพวกเจ้าแย่งหลายอย่างที่ควรเป็นของข้าไป ข้าจะให้พวกเจ้าคืนกลับมาให้หมด จำไว้ ศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักเทียนจู๋คือข้า เป็นข้าที่จะสืบทอดตำแหน่งหมอเทวดาอันดับหนึ่ง"
กล่าวจบ เซียวหย่าก็หันหลังเดินจากไป
เว่ยชิงหลานพยุงตัวลุกขึ้นยืน
"ชิงหลาน จะทำอะไร เจ้าป่วยหนักเช่นนี้ หากออกไปข้างนอกคงต้องตายสถานเดียว เจ้ามีชีวิตรอดมาได้เพราะข้าขอร้องฝ่าบาท ฝ่าบาทเห็นแก่ที่เจ้าเคยช่วยพระองค์เอาไว้ จึงอนุญาตให้เจ้าอยู่ที่ตระกูลไปตลอดชีวิต"
เว่ยชิงหลายระดมกำลังเฮือกสุดท้าย ผลักฉีฉางเฟิงออกไปด้านข้าง "ฉีฉางเฟิง ข้าไม่ใช่ท่าน ข้ายอมยืนตาย ดีกว่ามีชีวิตอยู่อย่างอัปยศ"
เว่ยชิงหลานสวมเสื้อคลุม และมุ่งหน้าไปยังประตูอู่
เว่ยชิงหลานไม่เคยคิดมาก่อนว่าประตูอู่จะไกลเช่นนี้ ท่ามกลางหิมะที่ตกหนัก เว่ยชิงหลานล้มลุกคลุกคลาน นางใช้เวลากว่าหนึ่งก้านธูป