ตอนที่ 1032
บทที่ 1032 ไม่มีความอดทน
October 28, 2026
เฉินชือหานหลบตาเขาแม้โดยรู้ว่าจงเหยียนเฉินมองไม่เห็น แต่เธอก็ไม่กล้าสบตาเขาตรงๆ “เธอบอกว่ามีธุระต้องจัดการ ก็เลยกลับไปก่อน”
“อะไรนะ?” เห็นได้ชัดว่าจงเหยียนเฉินไม่เชื่อ “เธอไม่มีญาติที่ไหน แล้วเธอจะกลับไปทำไม?”
“เรื่องนี้ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” เฉินชือหานเดินเข้าไปในครัวหลังจากพูดจบ
จงเหยียนเฉินถูกทิ้งให้นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นเพียงลำพัง เป็นเพราะดวงตาของเขามองไม่เห็น แม้ว่าในใจ จะมีความสงสัยขนาดไหนเขาก็ไม่สามารถไปหา มู่เยวียนเอ๋อร์ เพื่อถามคำถามเหล่านั้นได้ในขณะนี้
ใบหน้าของเขาดูไม่สงบเหมือนก่อนหน้า กลับกลายเป็นความมืดมนเข้ามาแทนที่
ผ่านไปกว่าสองชั่วโมง ภายใต้การจัดการของเหวินเสี่ยวจี้ พวกเขาได้พากันขึ้นเครื่องบินและมุ่งหน้าไปยังเมืองC แต่เมื่อไม่เห็น มู่เยวียนเอ๋อร์ เขาจึงถามขึ้นว่า “ผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่ไหน?”
จงเหยียนเฉินนั่งอยู่ริมหน้าต่าง รูม่านตาสีดำของเขาราวกับค่ำคืนอันมืดมิดที่ไร้ร่องรอยของอารมณ์ใด เหวินเสี่ยวจี้จึงถามขึ้นอีกว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
เฉินชือหานพูดว่า “เธอบอกว่ามีบางอย่างต้องทำจึงกลับไปก่อนแล้ว เหยียนเฉิงน่าจะ......ไม่ค่อยมีความสุขเพราะเธอกลับไปแล้วมั้งคะ”
เหวินเสี่ยวจี้ขมวดคิ้ว “เธอกลับไปทำไมล่ะ? เธอช่วยชีวิตเหยียนเฉินเอาไว้นะ ยังไม่ทันได้ขอบคุณเธอเลย จู่ๆก็กลับไปหรือ? เสียมารยาทไปหน่อยหรือเปล่า”
จงเหยียนเฉินยังคงไม่แสดงท่าทีใดออกมา
เฉินชือหานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอรู้สึกว่าจำเป็นต้องคุยกับจงเหยียนเฉินอย่างจริงจัง “เหยียนเฉิน ชอบผู้หญิงคนนั้นเหรอ?”
จงเหยียนเฉินไม่ได้พูดอะไร แต่เขาหมายความตามนั้น
“เธอเป็นเด็กกำพร้า คุณเองก็มองไม่เห็น จะไปชอบเธอได้อย่างไร?” เฉินชือหานถามอีกครั้ง
“เหยียนเฉิน พวกเราสองคนไม่เหมาะสมกันหรอก ประการแรกภูมิหลังครอบครัวของแตกต่างกันมาก......”
“คุณพูดอะไรกับเธอใช่ไหม?” จงเหยียนเฉินพูดขัดจังหวะเธอ น้ำเสียงของเขาดูแปลกไป
เฉินชือหานมองดูเขา “ใช่ ฉันพูด ฉันบอกเธอเกี่ยวกับภูมิหลังครอบครัวของเรา ฉันทำผิดอะไร?”
เหวินเสี่ยวจี้ขมวดคิ้วและถามอย่างเข้มงวดกับภรรยาของเขา “คุณมีสิทธิ์อะไรไปพูดแบบนั้นกับคนอื่น?”
“ฉันเป็นคนนอกเหรอ?” เฉินชือหานถามกลับ
“เธอช่วยเหยียนเฉินเอาไว้ นับว่าเป็นผู้มีพระคุณของเรา......”
“แต่เธอมีเจตนาไม่ดี ตอนนี้เหยียนเฉินมองไม่เห็น ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงชอบเธอได้ ถ้าเธอไม่ได้ใช้วิธีการสกปรก?” เฉินชือหานพูดอย่างแน่วแน่ ไม่คิดว่าตนผิดแม้แต่น้อย แต่กลับคิดว่าสิ่งที่เธอทำนั้นถูกต้อง
“ฉันทำอย่างนี้เพื่อเหยียนเฉิน ฉันกลัวว่าเขาจะถูกหลอกและไม่รู้......”
“คุณนี่มันบ้าไปแล้ว!” เหวินเสี่ยวจี้ดุเธอ “ไม่ว่าอย่างไรเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องไปจัดการ เหยียนเฉินไม่มีพ่อหรือแม่หรือไง? เขาต้องให้คุณมาจัดการเรื่องนี้เหรอ?”
“ฉันทำไปก็เพื่อเหยียนเฉินไม่ใช่เหรอ? หรือจะให้ฉันทนดูเขาถูกหลอกโดยไม่พูดอะไรเลย ฉันผิดเหรอ!” เฉินชือหานยังคงไม่รู้สึกว่าเธอทำอะไรผิดไป เธอยังคงยืนยันว่าการที่เหยียนเฉินรู้สึกชอบหญิงสาวคนนั้นทั้งๆที่ตามองไม่เห็น เป็นเรื่องผิดปกติ
“คนเราจะชอบใครก็ต้องรู้จักหน้าตากันก่อนไม่ใช่หรือไง?”
“ชอบที่นิสัยไม่ได้เหรอ? ถ้าเป็นแบบที่คุณบอกว่าต้องชอบกันที่หน้าตา แล้วคนขี้เหร่ในโลกนี้จะไม่ต้องอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิตเหรอ?” เหวินเสี่ยวจี้โกรธไม่เบา “ทำไมถึงได้คิดตื้นๆขนาดนี้?”
เฉินชือหานตกตะลึงพูดไม่ออก
เธอไม่มีอะไรมาหักล้าง
ทำได้เพียงนั่งอยู่ที่นั่นท่ามกลางความงุนงง
เหวินเสี่ยวจี้สูดหายใจเข้าลึกและตบไหล่จงเหยียนเฉิน“อย่าไปถือสาป้าเลย เมื่อเรื่องจัดการเสร็จสิ้นแล้ว ผมจะไปตามเธอกลับมาให้”
“ไม่เป็นไรครับ” จงเหยียนเฉินพูด “บางทีผมอาจคิดผิดเอง ผมควรบอกให้เธอเข้าใจตั้งแต่แรก”
เขารู้ว่าแม้ว่ามู่เยวียนเอ๋อร์จะไม่มีญาติ แต่เธอก็เก่งและมีศักดิ์ศรี
เมื่อรู้ว่าครอบครัวของเธอกับเขามีความแตกต่างกันมากขนาดนี้จึงทำให้รู้สึกไม่สบายใจ
เขาจะไปอธิบายให้เธอฟังอย่างชัดเจน
“เอาเถอะครับ พวกคุณอย่าทะเลาะกันด้วยเรื่องนี้เลย มันทำให้ผมรู้สึกไม่สบายใจเพราะผมเป็นต้นเหตุ”