ตอนที่ 1038
บทที่ 1038 คุณมีเรื่องปิดบังฉัน
October 28, 2026
จวงเจียเหวินคิดอยู่ในใจอย่างเงียบ ๆ
ซูจ้านกำลังทักทายญาติและเพื่อนฝูงที่เดินทางมาไว้ทุกข์อยู่ด้านนอก มีผู้คนมามากมายเดินทางมาจนที่จอดรถไม่สามารถรองรับได้ ต้องใช้สถานที่อื่นในการรองรับ
หลังจากพิธีไว้ทุกข์แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการถวายดวงวิญญาณ
นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ญาติจะได้อำลาผู้ที่ล่วงลับ เมื่อนึกถึงการพลัดพราก บรรยากาศก็มักเศร้าโศกและอึดอัด
ก่อนส่งนำศพฝังลงไปในหลุม เจ้าภาพจัดงานศพจะออกมาแสดงความเสียใจแก่ผู้ล่วงลับและกล่าวขอบคุณทุกคนที่เดินทางมาร่วมไว้อาลัยว่า “วันนี้เป็นวันที่คุณเฉิงยู่เวินจะลาลับโลกนี้ไปตลอดกาล โลกนี้มีพบต้องมีจาก เสมือนดวงจันทร์ที่มีทั้งเสี้ยวและกลม ชีวิตคนเราเมื่อเกิดมา ก็ต้องแก่ เจ็บและตายเป็นธรรมชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าเขาจะจากพวกเราไปแล้ว แต่รอยยิ้มและความทรงจำของเขาจะอยู่ในดวงใจของเราไปตลอดกาล
หวังว่าทุกท่านในที่นี้จะอวยพรให้เขา และอย่าได้มัวแต่เศร้าโศกไป”
จากนั้นเสียงเพลงส่งท้ายก็ดังขึ้น
ทุกคนยืนขึ้นและโค้งคำนับแก่ผู้ล่วงลับอยู่สามครั้ง
และฉากสุดท้ายก็คือพิธีฝังศพท่ามกลางเสียงร้องไห้โหยหวน
สุสานตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดขอเขตชานเมืองทางตะวันออกของเมืองC สาเหตุที่พวกเขาไม่ได้ส่งศพกลับไปยังไป๋เฉิงก็เพราะทุกคนตั้งรกรากอยู่ที่นี่ทั้งหมด ในอนาคตหากว่าจวงจื่อจิ่นจากไป ก็คงจะฝังไว้ที่นี่เช่นกัน
กว่าทุกอย่างจะจัดการได้เสร็จสิ้น ก็เป็นเวลากลางคืนแล้ว
ทุกคนรวมตัวกันในคฤหาสน์
ฉินยาชงชามาต้อนรับ ในวันนี้ไม่มีใครกินข้าวเลย เธอจึงติดต่อไปที่ร้านอาหารและสั่งอาหารอ่อนๆมา
แม้ว่าจะมีคนลาลับไปแล้ว แต่คนที่อยู่ยังคงต้องกินดื่ม
“ตอนนี้พิธีเสร็จสิ้นแล้ว พาเหยียนเฉินไปโรงพยาบาลหน่อยไหม?”
คราวนี้ซางหยูเดินทางมาคนเดียว เสิ่นเผยซวนมีประชุมสำคัญ ประกอบกับที่เขาเกษียณก่อนกำหนด มีเรื่องให้จัดการมากมายจนไม่อาจปลีกตัวมาได้เลย
ดังนั้นซางหยูจึงเดินทางมาคนเดียว
เมื่องานศพเสร็จสิ้นแล้วทุกคนจึงเพิ่งมีเวลาคุยกัน ตอนนี้สิ่งที่ทุกคนกังวลที่สุดคือดวงตาของจงเหยียนเฉินซึ่งมองไม่เห็นในตอนนี้
“ไม่เป็นไรครับ”
“เราชอบบอกว่าไม่เป็นไร แต่พวกเราก็กังวลนะรู้ไหม” ฉินยารู้สึกว่าควรจะไปโรงพยาบาลให้แพทย์ตรวจดูสักหน่อยว่าเป็นอะไร
ตอนนี้ดวงตาของจงเหยียนเฉินเริ่มเห็นเป็นเงาเลือนราง ก่อนหน้านี้เขาเห็นเพียงสีดำสนิท
แต่เพื่อไม่ให้ผู้ใหญ่ต้องกังวลใจ เขาจึงพูดว่า “ครับ พรุ่งนี้ผมจะไปหาหมอ”
“ดีแล้ว พวกเราจะได้ไม่เป็นห่วง” ฉินยารินน้ำแก้วหนึ่งแล้ววางในมือเขา “ไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันแล้ว ดื่มน้ำหน่อย”
ขณะนั้นกริ่งประตูก็ดังขึ้น
เธอเดินไปเปิดประตูพบว่าอาหารมาส่งแล้ว เธอถือไปคนเดียวไม่ไหวจึงให้พนักงานส่งอาหารช่วยเอาไปวางยังโต๊ะอาหาร
หลังจากจ่ายเงินเรียบร้อยและพนักงานส่งอาหารกลับไปแล้ว ฉินยาก็หยิบอาหารออกมาวาง “ไปล้างมือแล้วมาทานอาหารกัน”
ซางหยูเข้ามาช่วยตักซุปแล้วเดินเอาเข้าไปในห้อง จวงจื่อจิ่นยังคงรู้สึกเศร้าโศก บัดนี้เธอนอนอยู่บนเตียง หลินซินเหยียน และจงเหยียนซีก็อยู่กับเธอในห้อง
เธอตักอาหารอ่อนๆเอาเข้าไปข้างใน
“ฉันจะดูอยู่ที่นี่เอง คนอื่นๆออกไปกินข้าวกินปลากันก่อนไหม?” ซางหยูพูดขณะที่เอาอาหารถือเข้ามา