ตอนที่ 883
บทที่ 883 งานเลี้ยงเพื่อการกุศล
October 21, 2026
ก๊อกๆ...
จู่ๆประตูห้องทำงานก็ถูกเคาะดังเข้ามา
เขากำมือแน่น ผ่านไปสักพักนึงความรู้สึกภายในใจก็ได้สงบลง เอารูปวางลงไปในลิ้นชักอีกครั้ง เอาเอกสารเล่มนึงมาเปิด แล้วถึงจะเอ่ยออกไป “เข้ามา”
มือของหลิงเวยถือเอกสารชุดหนึ่งเดินเข้ามา เธอเอาเอกสารส่งเข้าไป “อันนี้ต้องใช้วันนี้ ต้องการให้คุณเซ็น”
เจียงโม่หานรับมาเปิดด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์
“ฉันเห็นสีหน้าคุณไม่ดีเลย ไม่สบายหรือเปล่า?” หลิงเวยเอ่ยถามออกมาด้วยความเป็นห่วง ไม่เอ่ยถึงเรื่องเมื่อวานเลยสักคำเดียว
มุมปากของเจียงโม่หานเม้มแน่น แต่ก็ไม่ได้ตอบกลับออกไป
หลิงเวยกัดริมฝีปากออกมา “โม่หาน...”
“เสร็จแล้ว” ในตอนนี้เขาก็ได้โยนเอกสารที่ได้เซ็นเสร็จเรียบร้อยแล้วออกไป เห็นได้ชัดว่าไม่อยากฟังหลิงเวยพูด
หลิงเวยกำมือ สุดท้ายก็ได้ข่มกลั้นคำพูดที่อยากจะพูดเอาไว้ แล้วหยิบเอกสารขึ้นมา “กองทุนรักฝัน จัดงานเลี้ยงการกุศล ได้ส่งการ์ดเชิญมาให้คุณ”
พูดไปแล้ว็ได้ยื่นการ์ดที่แกะด้วยตัวหนังสือสีทองเข้าไป
กิจกรรมจำพวกนี้ปกติแล้วคนที่ไปล้วนแล้วแต่จะเป็นบุคคลที่มีหน้ามากันทั้งนั้น หลักๆแล้วจะให้คนมีเงินเหล่านี้ เสนอเวทีการโฆษณาให้ มีตำแหน่งแล้ว แน่นอนว่ายังจะต้องการชื่อเสียงดีๆมาอีกด้วย
นี่เป็นกิจกรรมที่ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย คนมีเงินบริจาคไปจะได้ชื่อเสียง มูลนิธิจะเอาเงินที่เรี่ยไรมาไปช่วยเหลือคนที่ต้องการความช่วยเหลือเหล่านั้น
เจียงโม่หานมองไปแวบนึง แล้วก็เอ่ยออกไป “ฉันรู้แล้ว”
“ฉันไปกับคุณ” หลิงเวยกลัวว่าเขาจะปฏิเสธจึงเอ่ยออกไป “งานเลี้ยงจำพวกนี้ข้างกายคุณจำเป็นต้องมีคู่ควงผู้หญิงด้วยสักคน”
เจียงโม่หานส่งเสียงอืมไปนิ่งๆ “เธอออกไปทำงานเถอะ”
โรงแรม
ในมือของกู้เสียนถือกล่องใบหนึ่ง เคาะประตูห้องของจงเหยียนซี
บนร่างของเธอกำลังสวมชุดสบายๆสำหรับอยู่ที่บ้านอยู่ บนสันจมูกยังสวมแว่นกรองแสงกำลังทำงานอยู่ที่หน้าคอมอยู่ ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น เธอเดินเข้าไปเปิดประตู
เห็นว่าเป็นกู้เสียนจึงเอ่ยถามออกไป “นายมาได้ยังไง?”
“แน่นอนว่ามีธุระ” ไม่รอให้จงเหยียนซีเชิญเขาเข้าไป ก็ได้แทรกตัวเข้ามาเอง
เธอปิดประตูลง ถอดแว่นออกพลางถามออกไป “อยากจะดื่มอะไรหรือเปล่า?”
“ไม่ดื่มไม่ดื่ม ลองชุดราตรีชุดนี้ดู” กู้เสียนยื่นเข้าไป
จงเหยียนซีมองเขาไปอย่างงงงวย “ลองชุดราตรีไปเพื่ออะไร?”
“แน่นอนว่ามีงาน” กู้เสียนดึงเธอเอาไว้ “งานเลี้ยงการกุศลงานหนึ่ง ฉันไม่มีคู่ควง เธอไปกับฉัน”
จงเหยียนซีเลิกคิ้วออกมา “ฉันไม่ว่าง”
“ฉันไม่สน เว้นเสียแต่ว่าเธอจะไม่ต้องการเพื่อนคนนี้อีกแล้ว” กู้เสียนเข้าไปนั่งบนโซฟา พลางเล่นลูกไม้หน้าด้านๆออกมา
จงเหยียนซีหยิบชุดราตรีที่เขาเอามาให้ขึ้นมาอย่างจนใจ “นายช่วยฉันมาหลายเรื่อง หาได้ยากที่นายจะต้องการความช่วยเหลือ วันนี้ก็เอาตามที่นายว่าแล้วกัน”
กู้เสียนยิ้มออกมา “เป็นคู่ควงของฉัน เธอก็จะไม่ขายหน้าใครด้วยเหมือนกัน หน้าตาฉันก็ไม่ได้ขี้เหร่อีกด้วยใช่มั้ยล่ะ”
จงเหยียนซีหลุดหัวเราะออกมา “นึกไม่ถึงว่าจะมายกยอตัวเองเสียได้”
“งั้นความหมายของเธอคือฉันน่าเกลียด?” กู้เสียนถลึงตาใส่เธอ
“ไม่น่าเกลียด โอเคมั้ย” พูดจบจงเหยียนซีก็หยิบชุดราตรีผันร่างเข้าห้องไป
ผ่านไปได้สักพักนึงเธอสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวเดินออกมา จากนั้นก็เอ่ยถามออกมา “พอใช้ได้หรือเปล่า?”
กู้เสียนเบื้องหน้าสว่างวาบออกมา “อย่างที่คิดมันเหมาะกับเธอจริงๆ ฉันตาดีมากเลย ทำผมอีกสักหน่อย ก็โอเคแล้ว”
“ไม่ต้องแต่งหน้าเหรอ?” จงเหยียนซีถาม
“หน้าตาสวย ไม่แต่งหน้าก็น่าหลงใหลได้” กู้เสียนยิ้มพลางพูดออกมา
จงเหยียนซีพูดไปว่าอยากจะแต่งตัวอีกสีกหน่อยดีกว่า “ในฐานะที่นายเป็นผู้รับผิดชอบ ออกงานอย่างนี้เป็นครั้งแรก ไม่อาจให้นายเสียหน้าได้”
ผ่านความพยายามมาปีนึงแล้ว กู้เสียนได้กลายเป็นผู้รับผิดชอบบริษัทย่อยของบริษัทที่เขาอยู่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คนอื่นเห็นไม่ได้ทำอะไรไปอย่างจริงจังไปจนจบเท่าไหร่นัก แต่ความสามารถนั้นก็มีอยู่
“ความรู้สึกนั้นดี” กู้เสียนยิ้มออกมาอย่างมีความสุขมากกว่าขึ้นกว่าเดิม
จงเหยียนซีมองเขาไปแวบนึง ความรวดเร็วของการพัฒนาทักษะทางภาษาจีนรวดเร็วอย่างคาดไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นคำพูดอะไรก็สามารถพ่นออกมาได้ทั้งนั้น
ตอนเย็นเวลาเจ็ดโมงตรง
ประตูทางเข้าสถานที่จัดงานเลี้ยวรถจอดเรียงแถวกันเหมือนกับมังกรตัวยาว รถหรูจอดอยู่เต็มไปหมด