ตอนที่ 2702
บทที่ 1020.1 ฟ้ าดินประหนึ่งภาพวาด
October 21, 2026
บทที่ 1020.1 ฟ้ าดินประหนึ่งภาพวาด
ลู่เฉินทอดถอนใจ พูดอย่างปลงอนิจจัง “ความกลัดกลุ้มกังวลท า ให้สุราท าให้เวลาไหลหายไปโดยไม่ทันรู ้ตัว ตะวันจันทราดุจกระสวย ดุจก้อนกลมกลิ้งหมุนเร็วรี่”
สถานที่ที่ในอดีตจักรพรรดิหญิงแห่งสรวงสวรรค์ร่ายราทาเพลง ภายหลังไม่ได้ยินเสียงนาฬิกาน้าหยดจากในตาหนักอีก รอกระทั่งอวี๋ ฝู่ จวินรับช่วงภูเขาอูเถิงมาดูแลต่อก็ได้ซ่อมแซม ขยับขยายสร ้างจวน ส่วนตัวของเชื้อพระวงศ์หญิงที่ถูกแต่งตั้งเป็ นท่านหญิงซึ่งถูกทิ้งร ้าง มานานหลายปีแห่งนี้ให้กลับคืนมาโอ่อ่างดงามดั่งวันวานอีกครั้ง คน ทั้งสามแค่ขยับเข้าใกล้จวนเฝิ่นหวาน ยังไม่ทันได้เดินผ่านประตูก็ได้ กลิ่นหอมของสุราเข้มข้นและกลิ่นเครื่องประทินโฉมอบอวลลอยมา ตามสายลมราตรีแล้ว
ลู่เฉินพูดชวนคุยว่า “เฉินผิงอัน เจ้ารู ้ความเป็ นมาของชื่อภูเขา จุ้ยยวนและจวนเฝิ่นหวานหรือไม่”
เฉินผิงอันกล่าว “โจวชิวแค่เล่าให้ฟังว่าภูเขาจุ้ยยวนมีถ้าและ หน้าผาแกะสลัก ชื่อของภูเขาเกี่ยวข้องกับคาทานาย ถูกจ้าวฝู หยางมองเป็ นรากฐานในการบรรลุมรรคา ส่วนจวนเฝิ่นหวาน ข้าไม่รู ้ แล้ว”
้
ก่อนหน้านี้เฉินผิงอันอยู่ที่ยอดเขาโพโม่ มองไกลๆ มายังภูเขา เหอฮวานแห่งนี้ก็เคยเห็นแสงไฟสองดวง นอกจากภูเขาสองลูกอย่าง จุ้ยยวนและอูเถิงจะเหมือนหางงูสองหางที่รัดพันกันแล้ว ตาแหน่งที่ตั้ง ของจวนอินอวินและจวนเฝิ่นหวานก็มีการนาปราณหยินมาเชื่อมโยง กับปราณหยางได้อย่างแยบยล แต่เฉินผิงอันได้แค่เห็นภาพรวม คร่าวๆ เท่านั้น เพราะถึงอย่างไรขอบเขตก็เหมือนกับภูเขา ต้องยืนอยู่ สูงถึงจะมองเห็นได้อย่างลึกล้าและยาวไกล ดวงจิตที่สิงอยู่ในร่างแยก ซึ่งเป็ นยันต์หุ่นเชิดนี้สร ้างขีดจากัดให้กับความสามารถในการ มองเห็นของเฉินผิงอันอย่างยิ่ง
ลู่เฉินยิ้มเอ่ย “หากมองดวงจันทร ์จากนอกฟ้ าก็จะเหมือนลูกกลม ลูกหนึ่งที่อยู่บนพื้น มีคนใช ้สีชมพูทาทับไปครึ่งหนึ่ง และหากมองจาก ด้านข้างตรงส่วนที่เป็ นสีชมพูจะมองดูเหมือนตะขอ ใช่ไหม?”
เฉินผิงอันคิดถึงภาพยิ่งใหญ่อลังการที่ได้หลุบตาลงต่ามองความ กว้างใหญ่ไพศาลเดินทางผ่านดาวอิ๋งฮว่อโบราณก่อนหน้านี้ขึ้นมา ได้ก็พยักหน้า “เจ้าลัทธิลู่ยกตัวอย่างได้ดี”
ลู่เฉินถูมือ “เดิมพันเล็กๆ น้อยๆ ให้พอสนุกดีไหม?”
เฉินผิงอันไม่ได้ถามว่าเดิมพันอะไร โพล่งออกไปสองค าโดยตรง “ตกลง”
ลู่เฉินกล่าวว่า “หากผินเต้าชนะก็ต้องมอบจ้าวฝูหยางให้ข้า จัดการ หากแพ้ เรื่องเละเทะทั้งอาจมอุจจาระผายลมทั้งหลายใน
้
อาณาเขตของภูเขาเหอฮวาน คืนนี้ผินเต้าจะท าตัวเป็ นคนเก็บอาจม สักครั้ง นอกจากนี้แล้ว พวกเราก็เพิ่มของรางวัลเล็กๆ น้อยๆ กัน หน่อย เงินเหรียญทองแดงแก่นทองหนึ่งร ้อยเหรียญเป็ นอย่างไร?”
เฉินผิงอันถึงได้ถามว่า “คิดจะเดิมพันกับเรื่องอะไร?”
ลู่เฉินผายฝ่ ามือออกมาแล้วส่ายเบาๆ
เฉินผิงอันกล่าว “อย่าไม่มีหัวไม่มีหางแบบนี้สิ น่าจะมีคาใบ้ให้กัน บ้าง”
ลู่เฉินตบหัวตัวเอง ลืมไปว่าอิ่นกวานหนุ่มที่อยู่ข้างกายผู้นี้ ตอนนี้เพิ่งจะเป็ นผู้ฝึกยุทธขอบเขตสี่ที่เชี่ยวชาญเวทกระบี่ วิชาการ มองลมปราณซึ่งเป็ นวิชาอภินิหารแห่งชะตาชีวิตของเทพภูเขาและหูจ วิน รวมไปถึงวิชายันต์หลายๆ อย่าง เกรงว่าคงมอบให้นักพรตอู๋ตีที่ อยู่ในเมืองหลวงแคว้นอวี้เซวียนไปหมดแล้ว คิดดูแล้วการประชุมใน ศาลบรรพชนของภูเขาจุ้ยยวน เฉินผิงอันก็น่าจะไม่รู ้เนื้อหาจริงๆ ลู่ เฉินจึงชี้ไปยังจวนที่อยู่เบื้องหน้าแล้วให้เบาะแสข้อหนึ่ง “ในเมื่อเดิน ไปบนเส้นทางของการหลอมภูเขาควบกับการประกอบกามกิจในห้อง หอจ้าวฝูหยางไม่ยินดีช้าเป็ นเต่าคลาน จึงได้แต่อาศัยการดึงดูด ปราณมังกรจากหยกลัญจกรมาหลอมสองภูเขาอย่างจุ้ยยวน อูเถิง ใช้ฝ่ าคอขวดโอสถทอง เขาไม่เพียงแต่จะเลื่อนเป็ นก่อก าเนิด ยัง ต้องการดึงอวี๋ฉุนจือที่เป็ นคนรักให้ฝ่ าทะลุขอบเขตด้วยกันทั้งคู่ในคืน นี้ด้วย เพื่อจะได้ข่มขวัญสกุลหลิ่วแคว้นชิงซิ่งและสกุลจางเขตเทียน
้
เฉา ดังนั้นพวกเรามาเดิมพันกันว่าตอนที่ภูเขาจุ้ยยวนพลิกตัวจะ พลิกไปทางซ ้ายหรือพลิกไปทางขวา?”
เฉินผิงอันได้ฟังแค่นิดเดียวก็กระจ่างแจ้งทันที “เจ้าลัทธิลู่คิดจะ ยื่นส่งเงินมาให้ข้าหรือ?”
การก่อตั้งจวนเฝิ่ นหวานเป็ นฝี มือของจ้าวฝูหยาง และหากอิง ตามข้อมูลที่ลู่เฉินแพร่งพรายให้ฟัง จ้าวฝูหยางก็มีความเกี่ยวข้องกับ พรรคจินแชวและอารามหลิงเฟยอยู่ไม่น้อย วิถีแห่งการฝึกตนถือเป็ น ระบบการสืบทอดของลัทธิเต๋าที่บริสุทธิ์ดั้งเดิมอย่างถึงที่สุดบวกกับที่ ลัทธิขงจื๊อยืนหยัดในความคิดที่ว่าดาวชีเหย้าบนฟ้ าหมุนไปทางซ ้าย แต่ส านักห้าธาตุหยินหยางและสานักลี่เจียกลับเป็ นในทางตรงกันข้าม พอดี เมื่อเป็ นเช่นนี้ จ้าวฝูหยางที่หลอมภูเขาจุ้ยยวนเป็ นหนึ่งเดียวกัน กับร่างกายมานานแล้ว ยามที่พลิกตัวจะต้องหมุนทางขวาแน่นอน
เผยเฉียนสัมผัสได้ถึงแรงสะเทือนแผ่วเบาจากรากแผ่นดินราก ภูเขาใต้ฝ่ าเท้าได้อย่างเฉียบไว นางเงยหน้ามองฟ้ าอย่างรวดเร็ว ปรากฏการณ์ดวงดาวยังคงปกติ ในเมื่อไม่ใช่หายนะจากฟ้ า ถ้าอย่าง นั้นก็เป็ นภัยพิบัติจากคนที่ผู้ฝึกตนจงใจสร ้างไว้แล้ว ถึงได้ไปชักนา ภูเขา สอดคล้องกับค ากล่าวของคัมภีร ์อินฝูที่ว่าแผ่นดินส่งจิตสังหาร มังกรและงูลุกผงาด
บางทีสาหรับเหล่าผู้กล้าของแต่ละฝ่ ายที่กาลังดื่มเหล้ากินเนื้อคา โตอยู่ในจวนเฝิ่นหวานแล้ว คนส่วนใหญ่น่าจะกินจนเมามายเละเทะ แล้ว ไม่แน่เสมอไปว่าจะตระหนักได้ถึงลางแห่งความผิดปกติส่วนนี้
้
นี่คือคิดจะจัดการพร ้อมกันทีเดียวเลยหรือ? จ้าวฝูหยางผู้นี้ก็ช่าง อามหิตยิ่งนัก แขกทุกคนที่อยู่ในจวนเฝิ่นหวานดื่มเหล้ากินเนื้อ แต่ เขากลับจะกินทั้งคนทั้งเนื้อและเหล้าเข้าท้องไปพร ้อมกันจนสะอาด เอี่ยมอ่อง? ช่างดีดลูกคิดไว้ได้ดีจริงๆ น้าดีไม่ไหลเข้านาคนนอกโดย แท้
เฉินผิงอันกล่าว “ข้าเดิมพันว่าแผ่นดินไม่ไหวภูเขาไม่คลอน แคลน”
กิ่งไม้ที่อยู่ในมือของลู่เฉินก่อนหน้านี้ เกินครึ่งน่าจะเป็ นการตาม หาจุดที่เป็ นทาเลสาคัญแล้ว ลู่เฉินใช ้วิธีการที่คล้ายกับเด็กเล่นสนุก สยบการาบภูเขาเหอฮวานทั้งลูกไว้ได้อย่างง่ายๆ
ลู่เฉินเดินหันข้าง ยกสองมือขึ้น ทั้งสองมือต่างก็ชูนิ้วโป้ ง “เก่งกาจฉลาดล้า”
ปลายทางของถนนหลักเมืองเฟิงเล่อ ตรงหน้าประตูภูเขามีต้นไม้ ใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง นักบัญชีที่นั่งอยู่หลังโต๊ะกาลังอ้าปากหาว ถูกเสียง สวบสาบระลอกหนึ่งทาให้ตกใจจึงสะดุ้งโหยง ที่แท้ก็มีกิ่งไม้กิ่งหนึ่ง หล่นลงบนพื้น อาศัยแสงเทียนในโคมไฟใหญ่ของซุ้มป้ ายและของ เหลาสุราที่อยู่ใกล้เคียง คนหนุ่มยืดคอมองไป รู ้สึกได้ถึงเพียงความ แปลกประหลาด ไม่ใช่กิ่งเหี่ยวบนต้นไม้ ทาไมถึงได้ดูคุ้นตายิ่งนัก? คนที่เป็ นนักบัญชีได้ล้วนมีความจาไม่แย่ ใช ้ความคิดเพียงเล็กน้อยก็ นึกขึ้นได้ว่าดูเหมือนในมือของนักพรตสวมชุดผ้าฝ้ ายที่ควักซองแดง
้
ออกมาสามซองจะมี “ไม้เท้าเดินป่ า” กิ่งนี้อยู่ในมือ ทาไมถึงหล่นลง มาจากภูเขาได้ล่ะ?
้
้
้
้