ตอนที่ 2704
บทที่ 1020.3 ฟ้ าดินประหนึ่งภาพวาด
October 21, 2026
บทที่ 1020.3 ฟ้ าดินประหนึ่งภาพวาด
คุณหนูใหญ่ของภูเขาเหอฮวานและคุณหนูสี่จ้าวแยนคล้ายจะ ก าลังปลอบใจหูจวินจางเซี่ยงเต้าอยู่ตรงนั้น
อวี๋เจิ้นเรียกฉินแจว๋ที่อยู่ในห้องเดี่ยวและฝูชี่ที่อยู่ห้องติดกัน ออกมาพร ้อมกัน แล้วพาเดินตรงดิ่งออกไปนอกจวนเฝิ่นหวาน
เหนียงเนียงเทพภูเขาของภูเขาจุ้ยยวนที่ดื่มเหล้าจนเริ่มเมากรึ่มๆ กับหลี่ถิ่งแห่งภูเขาอูเถิงคล้ายจะได้รับโองการลับจากฝู่ จวินทั้งสอง บอกว่าอย่างมากสุดหนึ่งเค่องานเลี้ยงในคืนนี้ก็จะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็ น ทางการแล้ว รับรองว่าจะไม่ต้องให้แขกผู้มีเกียรติทุกท่านรอนาน อย่างแน่นอน
ไปถึงนอกจวน อวี๋เจิ้นก็กุมหมัดก้มหน้าลงต่า เอ่ยขออภัยไม่ หยุดปาก ก่อนจะกล่าวอย่างขมขื่นว่า “ที่จวนมีเหตุเกิดขึ้นเล็กน้อย จาเป็ นต้องปิดประตูจัดการเรื่องนี้ ท่านอาฉิน พี่แยน ท าให้พวกท่าน เห็นเรื่องตลกแล้ว”
ฉินแจว๋คือผู้ฝึ กตนของทะเลสาบซูเจี่ยน เห็นเรื่องแบบนี้มาจน เคยชินแล้ว ไม่แม้แต่จะถามสักคา ถึงขั้นคร ้านจะกุมหมัดอาลาด้วย ซ้า ไม่พูดพร่าทาเพลงก็ทะยานลมตรงดิ่งจากไปทันที
ส่วนฝูชี่ถึงอย่างไรก็เป็ นลูกหลานตระกูลสูงศักดิ์ที่ชาติกาเนิด สะอาดเอี่ยม แม้จะบอกว่าออกมาหาประสบการณ์ข้างนอกหลายปี
แล้ว แต่เหตุการณ์ใหญ่โตเช่นนี้กลับเพิ่งเคยเห็นเป็ นครั้งแรก จึงเอ่ย เสียงเบาว่า “พวกเจ้าฉีกหน้าแตกหักกับพรรคจินแชวและสกุลจาง เขตเทียนเฉาแล้วหรือ? หากเป็ นเช่นนี้จริง ด้วยนิสัยการกระท าของ ตระกูลชั้นสูงและจวนเซียนบนภูเขาแล้ว แสดงว่าต้องมีการเตรียมการ มาก่อนแน่นอน คืนนี้ในบรรดาแขกที่มาร่วมอวยพรในจวนเฝิ่นหวาน ไม่แน่ว่าอาจมีหนอนบ่อนไส้ก็เป็ นได้”
อวี๋เจิ้นมิอาจบอกกล่าวแผนลับของบิดาออกไปได้ จึงได้แต่ยก ข้ออ้างที่คิดกันมาเรียบร ้อยตั้งแต่อยู่ในศาลบรรพชนแล้วมากล่าว “คลังสมบัติของจวนอินอวินบนภูเขามีสมบัติพิทักษ์เรือนชิ้นหนึ่งที่ บิดาให้ความสาคัญอย่างมาก ซึ่งเมื่อครู่นี้อยู่ดีๆ ก็ถูกขโมยไปบิดา โมโหอย่างหนักจนออกคาสั่งลับๆ ไปแล้วว่าจะปิดภูเขาทันที ปิดประตู ตรวจสอบทุกคนไม่ว่าจะเป็ นใครก็ได้แต่เข้ามิอาจออกไปได้ พวกคน ที่มาร่วมแสดงความยินดีบนภูเขาคืนนี้เจ้าเองก็รู ้ดีว่าไม่มีใครเป็ น ตะเกียงประหยัดน้ามัน ล้วนเป็ นพวกพยศยากการาบไม่กลัวตายอีก เดี๋ยวย่อมเกิดการปะทะได้อย่างง่ายดาย ไม่แน่ว่าอาจมีการนองเลือด เลยก็ได้”
ฝูชี่สอบถาม “ไม่ต้องการให้ข้าอยู่ช่วยเหลือจริงๆ หรือ?”
ในอาณาเขตของหลายแคว้นที่อยู่ใกล้เคียง ขอบเขตโอสถทอง อย่างฝู่ จวินสองท่านและเฉิงเฉียน จางฉงก็ถือว่าอยู่สูงสุดบนฟ้ าแล้ว เขาที่เป็ นแค่ขอบเขตประตูมังกร ไม่พูดว่าจะกอบกู้สถานการณ์ได้
แต่แค่ทุ่มเทความสามารถทั้งหมดที่มีช่วยเหลืออย่างเต็มที่ คิดดูแล้วก็ น่าจะไม่ยากนัก
อวี๋เจิ้นส่ายหน้า พูดด้วยสายตาจริงใจ “ฝูชี่ ฟังค าแนะน าจากข้า สักค า อย่าเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเลย นี่เป็ นเรื่องใหญ่มากจริงๆ สรุปก็คือคราวหน้าข้ากับเจ้าค่อยหาโอกาสมาพบกันใหม่”
ฝูชีพยักหน้า “ข้าคิดว่าจะไปเยือนทะเลสาบซูเจี่ยนรอบหนึ่ง จ้งซู่ แห่งเกาะหวงหลีมีความสัมพันธ ์ที่ไม่เลวกับบรรพบุรุษบ้านข้า หากจะ หาตัวข้าก็ส่งกระบี่บินแจ้งข่าวไปที่เกาะหวงหลีโดยตรงได้เลย”
เมืองเฟิงเล่อ ชีซ่งไปหาจางอวี่เจี่ยวและจินหลวี่ และผู้เฒ่าก็ไม่ เสียเวลาพูดเรื่องไร ้สาระ เอ่ยประโยคหนึ่งกับเด็กหนุ่มเด็กสาวอย่าง ลับๆ ว่าให้พวกเขาตามตนออกไปจากเมืองเล็ก
เพราะชีซ่งคือผู้ฝึกยุทธขอบเขตร่างทอง ยังมิอาจเดินทางไกลไป ทั่วทุกพื้นที่ได้ ผู้เฒ่าจึงได้แต่พุ่งตัวไปอย่างว่องไวท่ามกลางม่าน ราตรี
เด็กหนุ่มขี่กระบี่ลอยพ้นจากพื้นแค่รั้งกว่าเท่านั้น ส่วนเด็กสาวที่ อยู่ด้านข้างก็ทะยานลมแนบติดพื้น
จินหลวี่เอ่ยสัพยอกว่า “ท่านปู่ ชี ท่านชอบดื่มสุรายิ่งกว่าอะไรดี ทาไมถึงไม่ขึ้นเขาไปร่วมงานเลี้ยงล่ะ? หากว่าท่านไป ข้ากับจางอวี่ เจี๋ยวก็จะติดตามท่านขึ้นเขาได้แล้ว”
ชีซ่งเค่อชิงอันดับหนึ่งของสกุลจางเขตเทียนเฉาคือตาเฒ่าดื้อรั้น หัวแข็งที่ขึ้นชื่ออย่างมาก มีวาสนากับผู้เยาว์ดีเยี่ยม เวลานี้ผู้เฒ่ายิ้ม เอ่ยว่า “สุราเผาร่างดุจเปลวเพลิง กามาเถือหนังดุจมีดเหล็ก หากข้า ขึ้นไปบนภูเขาแล้วคุมตัวเองไม่อยู่ ดื่มเหล้าจนเมามาย แล้วถูกแม่ นางสามผู้นั้นหมายตาเข้า จ้าวฝูหยางกับอวี๋ฉุนจือยืนกรานจะให้ข้า เป็ นลูกเขยพวกเขาให้ได้ทั้งดื่มเหล้าทั้งเข้าห้องหอ ข้ารับไม่ไหว หรอก”
จินหลวี่ร ้องเพ้ย
ผู้เฒ่าเอ่ยหยอกเย้า “นังหนูจิน อวี๋โหยวอี๋ไม่ชอบตาแก่สกปรก อย่างข้าย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก แต่หากจะบอกว่าไม่ถูกใจคุณชายอ่อน เยาว์ที่มีมาดสง่างามอย่างอวี่เจี่ยว นั่นต่างหากถึงจะเป็ นเรื่องแปลก แล้วเจ้าจะมีความสุขหรือ?”
จางอวี่เจี่ยวถามอย่างประหลาดใจ “ท่านปู่ ชี ความเคลื่อนไหวที่ เมืองเล็กข้างหน้านั่นมีค าอธิบายหรือไม่?”
ชีซ่งตบพุง ส่ายหน้า “มีค าอธิบาย แต่พูดไม่ได้ รอให้วันหน้ามี โอกาส เจ้าเลี้ยงเหล้าดีๆ ข้าสักมื้อแล้วค่อยดูที่อารมณ์ของข้า”
ก่อนหน้านี้ปรมาจารย์เผยได้พูดเตือนไว้ว่าอย่าได้เปิ ดเผย ร่องรอยของนาง ชีซ่งไม่กล้าล้อเล่นในเรื่องแบบนี้หรอก
ผู้เฒ่าใช ้ปลายเท้าเตะหินสองสามก้อน โบกชายแขนเสื้อหนึ่งที พวกมันก็พากันสาดยิงไปกลางอากาศ ครั้นจึงทะยานร่างขึ้นเหยียบ บนหินเหล่านั้น ประหนึ่งเดินขึ้นบันได
ร่างของชีซ่งเหมือนจะอ้วนฉุ แต่พอดึงลมปราณแท้จริงที่บริสุทธิ์ เฮือกหนึ่งขึ้นมา เวลานี้ร่างของเขากลับเบาเหมือนขนนก ถูกหินก้อน สุดท้ายดันขึ้นสูงจึงอยู่ในท่าทางที่เหมือนบินทะยานขึ้นฟ้ า
ในจุดที่สูงที่สุด เรือนกายของเขาหยุดลอยค้างกลางอากาศ ผู้ เฒ่าทอดสายตามองไปไกล เขาก็มองเห็นว่าหลวี่โม่ผู้เป็ นลูกศิษย์ กาลังพาเด็กสาวผิวดาคนหนึ่งเร่งเดินทางยามค่าคืน
ชีซ่งพลิ้วกายลงพื้น พูดกลั้วหัวเราะเสียงดัง “ตามข้ามา ใครช ้า คนนั้นต้องเลี้ยงเหล้า”
อวี๋โหยวอี๋ที่สวมชุดคล่องตัวสาหรับเดินทางตอนกลางคืนลอด ทะลุไปตามผืนป่ าเหมือนภูตผีเหมือนควันเขียวกลุ่มหนึ่งที่พุ่งมาถึง เมืองเล็กตีนเขา
นางยืนอยู่บนหลังคาบ้านหลังหนึ่ง โยนห่อผ้าแพรต่วนห่อหนึ่งที่ มีเลือดสดเปียกซึมไปในลานบ้านหลังเล็กของตรอกเก่าโทรม “หัวนี้ มาจากคอของกู้เฟิ่ งรองผู้ตรวจสอบความเรียบร ้อยของกองทัพ ส่วนหลี่ถิ่งเทพภูเขาของศาลอูเถิง ไม่ว่าจะมีความสัมพันธ ์อย่างไรกับ กู้เพิ่งก็จะมีชีวิตอยู่ไม่พ้นคืนนี้เหมือนกัน ถือว่าเป็ นคาอธิบายที่บิดา ข้าและภูเขาเหอฮวานมอบให้กับพวกเจ้า อย่าได้พัวกันกันอีกต่อไป
์