ตอนที่ 2705
บทที่ 1020.4 ฟ้ าดินประหนึ่งภาพวาด
October 21, 2026
บทที่ 1020.4 ฟ้ าดินประหนึ่งภาพวาด
บรรพจารย์เปิดภูเขาของพรรคจินแชว ก่อนที่นางจะสละร่างจาก โลกนี้ไปเคยทิ้งโองการฉบับหนึ่งไว้ให้กับลูกศิษย์ผู้สืบทอดของยอด เขาทั้งหลาย หรือควรจะบอกว่าเป็ นคาสั่งเสียอย่างหนึ่งของนาง นาง หวังว่าสักวันหนึ่งลูกศิษย์พรรคจินแชวจะสามารถสะสมบุญกุศลคุณ ความดี ช่วยให้นางได้ฟื้นคืนสถานะทาเนียบ ได้บันทึกชื่อลงไปใน อารามหลิงเฟยของราชวงศ์ป๋ ายซวงอีกครั้ง เพียงแค่นี้เท่านั้น ขณะเดียวกันนางก็ได้ทิ้งคาสั่งตายเอาไว้ว่าต่อให้พรรคของตนจะตก อยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมตัดสินเป็ นตายก็ห้ามไปรบกวนการฝึก ตนอย่างสงบของอาจารย์ที่อยู่ในอารามหลิงเฟยเด็ดขาด ใครกล้า ละเมิดคาสั่งข้อนี้ก็คือคนทรยศ
ดังนั้นต่อให้จะเป็ นในสงครามครั้งนั้น ผู้ฝึ กตนของยอดเขา ทั้งหลายพรรคจินแชวจึงเคารพคาสั่งบรรพบุรุษมาโดยตลอด ไม่ได้ เป็ นฝ่ายไปติดตามกับอารามหลิงเฟย
ต่อให้เจ้าอารามผู้เฒ่าของอารามหลิงเฟยอย่างเซียนจวินเฉา หรงจะปรากฏตัว สร ้างคุณูปการเกริกก้องไว้ที่นครมังกรเฒ่า พรรค จินแชว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ฝึกตนผู้สืบทอดของสายอารามจินเซียน จะตื่นเต้นดีใจกันแค่ไหนก็ได้แต่เก็บความลับนี้ไว้ในส่วนลึกของหัวใจ เท่านั้น
นี่จึงเป็ นเหตุให้เมื่อทางฝั่งของอารามหลิงเฟยหรือต าหนักหลิง เฟยในทุกวันนี้เป็ นฝ่ ายส่งจดหมายฉบับหนึ่งมาให้กับอารามจินเซียน บอกว่าเจ้าตาหนักจะมาเป็ นแขกที่นี่ ลูกศิษย์ผู้สืบทอดของอารามจิน เซียนทุกคนถึงได้ดีใจกันอย่างบ้าคลั่ง
ท่ามกลางแสงจันทร ์ยามราตรี นักพรตหญิงคนหนึ่งหดย่อพื้น ที่มาปรากฏตัวที่ริมหน้าผาก่อน จากนั้นก็ตามมาด้วยผู้ฝึ กตนผม ขาวที่มีรูปโฉมเป็ นเด็กน้อย ในมือถือแส้ปัดฝุ่ นสะพายกระบี่ไม้ท้อยืน อยู่ข้างกายนักพรตหญิง
ลัทธิเต๋ามีเซียนเจินบางท่านที่สามารถเปลี่ยนจากคนแก่ไปเป็ น เด็ก ผมสีขาวโพลนก็เปลี่ยนเป็ นสีดาเหมือนขนกาน้า
หลังจากนั้นขอบฟ้ าก็มีเสียงฟ้ าร ้องดังครืนครั่นมาเป็ นระลอก ชายหนุ่มคนหนึ่งที่สยายผมพุ่งทะยานมาถึงอย่างว่องไว ทะเลเมฆ ระหว่างทางเหมือนถูกกระบี่ฟันแหวก เขาพลิ้วกายลงข้างกายของ เด็กน้อยผมขาว
เขาคิดจะยื่นมือไปลูบหัวของ “เด็กน้อย” คนนั้น แต่จู่ๆ แสงกระบี่ ก็เปล่งวาบขึ้นมา ชายหนุ่มจึงได้แต่หดมือกลับคืน
หญิงชราแห่งอารามจินเซียนมิอาจควบคุมอารมณ์อันพลุ่งพล่าน ของตัวเองได้ ดวงตาของนางแดงก่า คารวะตามขนบลัทธิเต๋า เอ่ย เสียงสั่นว่า “ลูกศิษย์แห่งอารามจินเซียนยอดเขาชิงจิ้งคารวะบรรพ จารย์เซียงจวินแห่งต าหนักหลิงเฟย”
อันที่จริงใช่ว่าหญิงชราจะไม่รู ้ถึงสถานะของอีกสองคน แต่นาง จาเป็ นต้องเรียกชื่อของบรรพจารย์เซียงจวินแห่งสานักเบื้องบนที่มี ฉายาว่า “ต้งถิง” ผู้นี้ออกมาเดี่ยวๆ เพื่อแสดงถึงความเคารพ
เมื่อเป็ นเช่นนี้ก็เท่ากับว่านางได้เป็ นตัวแทนของพรรคจินแชว ภูเขาเบื้องล่างแสดงความเคารพต่อตาหนักหลิงเฟยสานักเบื้องบน แล้ว หรือควรจะพูดให้ถูกก็คือได้ก้มหัวคาระต่อต าหนักหลิงเฟยแทน บรรพบุรุษบุกเบิกภูเขาของตน
เซียงจวินกล่าวอย่างเฉยเมย “ไม่ต้องมากพิธี สิงจื่อ นอกจากเจ้า ที่อยู่ต่อแล้ว คนอื่นๆ ให้ไปฝึกตนกันได้”
หญิงชราสะบัดชายแขนเสื้อ “พวกเจ้ากลับไปได้”
เซียงจวินเดินนาไปบนทางที่ปูด้วยหินเขียวริมหน้าผาก่อน หญิง ชราที่มีชื่อว่าสิงจื่อถึงได้รีบคารวะ “เด็กน้อย” และชายหนุ่ม “สิงจื่ อแห่งอารามจินเซียนคารวะเหวยเจินเหริน ปรมาจารย์เวิน”
เหวยเจินเหรินที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีฉายาผู้นี้คือนักพรตผู้คุมกฏ ของอารามหลิงเฟยในอดีต ทุกวันนี้ได้เลื่อนเป็ นเจ้าตาหนักของ อารามเต๋าแล้วจึงปลดประจ าการจากต าแหน่งผู้คากฎ
แต่ไม่มีใครรู ้สึกว่า “นักพรตน้อย” ถูกลดต าแหน่งลง เหตุผลก็ เรียบง่ายอย่างยิ่ง เขาคือลูกศิษย์คนสุดท้ายของเฉาหรงเจ้าอารามคน ก่อน
ไม่ว่าจะเป็ นจวนเซียนบนภูเขาหรือพรรคล่างภูเขาก็ดูเหมือนว่า จะมีแต่รับลูกศิษย์ใหญ่เปิดภูเขาผิดคน แต่ไม่เคยพลาดในการรับลูก ศิษย์ปิดส านัก
ส่วน “ปรมาจารย์เวิน” นั้นก็ชื่อว่าเวินจื่อซี่ ฉายาบนภูเขาคือ “เวินหลาง” อายุไม่ถึงสี่สิบปีก็เป็ นผู้ฝึกยุทธขอบเขตเดินทางไกลคน หนึ่งแล้ว ประเด็นสาคัญคือเขายังเป็ นเซียนดินโอสถทองของลัทธิเต๋า คนหนึ่งด้วย
และยิ่งเป็ นคนเจ้าชู้เสเพล
หูจวินเพิ่งจะเดินทางจากพรรคเล็กแห่งหนึ่งมายังพรรคจินแชว เพิ่งแยกจากต่งสุ่ยจึงได้ไม่นานเท่าไร
เมื่อครู่นี้ศิษย์น้องเหวยยังอยู่ที่เมืองหลวงแคว้นชิงซิ่ง ส่วนศิษย์ หลานอย่างเวินจื่อซี่หากไม่ผิดไปจากที่คาดก็น่าจะปลีกตัวออกมา จากรังสาวงามสักรังแล้ว
ทางฝั่งของยอดเขาฉุยชิงพรรคจินแชวมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มี ชื่อเสียงอยู่แห่งหนึ่ง คือน้าตกที่ไหลย้อนกลับ
หูจวินหยุดเดิน มองไปยังน้าตกที่สะเก็ดน้าสาดกระเซ็นเหมือน หิมะ เสียงดังเหมือนเสียงฟ้ าคาราม เอ่ยว่า “ก่อนที่อาจารย์จงลงจาก ภูเขาเดินทางไกล เคยได้ออกโองการลับไว้ว่าอนุญาตให้นางได้ฟื้น คืนสถานะท าเนียบของอารามหลิงเฟย ยังบอกด้วยว่าสายอารามจิน เซียนของพวกเจ้าสามารถหลุดพ้นจากพรรคจินแชวและถูกรับกลับ
เข้าอารามหลิงเฟยได้แล้ว แน่นอนว่าไม่บังคับ ผู้ฝึกตนของยอดเขา ชิงจิ้งจะอยู่หรือไปก็ตามใจ ส่วนยอดเขาทั้งหลายของพรรคจินแชวน อกจากอารามจินเซียนนั้นก็ช่างเถอะ คาดว่าพวกเขาเองก็คงไม่ยอม เหมือนกัน พวกเราก็อย่าได้หลงตัวเองกันอีกเลย”
หญิงชราร่าไห้ไม่เป็ นเสียง หันหน้าไปทางทิศใต้แล้วทรุดตัวลง กราบแนบพื้น สามกราบเก้าค านับ โขกศีรษะขอบคุณเฉาเทียนจวิน ผู้เป็ นบรรพบุรุษ
หูจวินประคองนางให้ลุกขึ้น “หากเฉิงเฉียนขัดขวาง ข้าสามารถ ให้ศิษย์น้องเหวยและเวินจื่อซี่ให้อยู่ที่ยอดเขาชิงจิ้งได้”
หญิงชราลุกขึ้นแล้วก็ปิดหน้าร่าไห้
ชายหนุ่มยิ้มเอ่ย “พวกเจ้าได้ยินหรือยัง ต้นวสันต์ของปีนี้ใบถง ทวีปมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นหลายเรื่องเลยนะ”
เหวยเจินเหรินหลุดหัวเราะพรืด
นอกจากพวกตรูลแซ่ใหญ่ทั้งหลายของนครมังกรเฒ่าที่ทา การค้ากันจนเคยชินแล้วทางฝั่งของแจกันสมบัติทวีปในทุกวันนี้แทบ จะไม่มีใครที่ไม่ชอบสืบข่าวของใบถงทวีป
ลมและน้าหมุนเวียนผลัดเปลี่ยน ผู้ฝึกตนบนภูเขาของใบถงทวีป ในอดีตก็เคยมองแจกันสมบัติทวีปเพื่อนบ้านที่อยู่ทางเหนือแบบนี้ เช่นกัน
หูจวินพยักหน้า “เป็ นเรื่องใหญ่” เหวยเจินเหรินถึงได้เกิดความสนใจขึ้นมา “เรื่องอะไร?”
เวินจื่อซี่ยกสองมือขึ้นสะบัดข้อมือ ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “เรื่องใหญ่ เรื่องแรกก็คือทางทิศใต้สุดของราชวงศ์สกุลหยวนต้ายวนมีส านัก ใหม่เอี่ยมที่ชื่อว่าสานักกระบี่ชิงผิง ก่อนหน้านั้นไม่มีข่าวแพร่งพราย ออกมาแม้แต่น้อย สานักกระบี่ชิงผิงนี้คือสานักเบื้องล่างของภูเขาลั่ว พั่วแจกันสมบัติทวีป เจ้าสานักคนแรกมีชื่อว่าชุยตงซาน คือบุคคล แปลกหน้าที่เดิมทีไม่เคยมีชื่อเสียงมาก่อน เพียงครั้งเดียวที่คนผู้นี้เผย กายก็คือตอนที่อื่นกวานหนุ่มของพวกเราท่านนั้นกับสหายรักอย่าง หลิวเสี้ยนหยางไปถามกระบี่กับภูเขาตะวันเที่ยงด้วยกัน ระหว่างนั้น ชุยตงซานเคยปรากฏตัว อิงตามท าเนียบศาลบรรพจารย์ของภูเขา ลั่วพั่วถือเป็ นลูกศิษย์ของเฉินผิงอัน”
้