ตอนที่ 2711
บทที่ 1022.1 แม้กระทั่งท่านก็ยังสงสัยในตัวเอง
October 21, 2026
บทที่ 1022.1 แม้กระทั่งท่านก็ยังสงสัยในตัวเอง
ไม่จ าเป็ นต้องให้เฉินผิงอันเปิดปากขอร ้อง ลู่เฉินก็รู ้ใจ ท าเหมือน ช่วยตรวจสอบม้วนภาพที่ถูกทิ้งอยู่ในชั้นวางหนังสือให้กับเฉินผิงอัน
ผู้ฝึกตนสองคนที่อยู่บนยอดเขาโพโม่จึงคล้ายกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สององค์ที่ก้มหน้าลงมองสรรพชีวิตบนพื้นดิน ในการมองเห็น กลุ่ม ภูเขาเล็กราวเมล็ดงา แม่น้าลาคลองเล็กบางราวเส้นด้าย เพียงแต่ว่า บุคคลและวัตถุในนั้นล้วนชัดเจนแจ่มแจ้ง ไม่มีพื้นที่ให้หลบหนี
เห็นเพียงว่าในม้วนภาพขุนเขาสายน้าภาพนี้ไม่มีเด็กหนุ่มสวม รองเท้าสานที่เดินทางมาถึงที่นี่ จึงไม่มีเผยเฉียนที่เดินทางจากใบถง ทวีปมายังอาณาเขตของภูเขาเหอฮวานด้วยทว่าคนอื่นๆ ที่เหลือล้วน ยังคงเดิม
พ่อค้าหาบเร่ขี้โรคกับชายฉกรรจ์ที่ต้มเครื่องในอยู่หม้อยังคงถูก ผู้ฝึกกระบี่เด็กหนุ่มที่มาจากสกุลจางเขตเทียนเฉาสังหารตายอยู่ที่นี่ เหลือแค่ปัญญาชนสวมชุดคลุมนกกระสาและผีสาวกางร่มไร ้หัว คน สองกลุ่มแยกย้ายกันเดินทางไปยังเมืองเฟิ่งเล่อ เด็กสาวผิวด าเกรียม ที่ใช ้นามแฝงว่าชิงหนีถูกโจวชิวไหว้วานให้ชีซ่งผู้ฝึกยุทธเฒ่าที่เครา เพิ่มพุงยื่นพาออกไปจากเมืองเล็ก มีลูกศิษย์อย่างหลวี่โม่ติดตามไป ด้วย บนก้อนหินริมหนาผาก้อนนั้นยังคงมองเห็นเฉิงเฉียนเจินเหรินผู้ พิทักษ์แคว้นและจางฉงที่กาลังจะทานายดวง ทว่าจางฉงกลับเก็บ
่
กระดองเต่าที่ใช ้สาหรับการทานายกลับมาเพียงเพราะเด็กสาวมีระดู ซึ่งถือเป็ นข้อห้ามในการทานาย เพียงแค่เพราะหลวี่โม่ยังไม่เคยได้ เจอลู่เฉิน ผู้ฝึ กยุทธหญิงที่ชาติก่อนเคยเป็ นคนสนิทที่อยู่ข้างกาย มังกรหญิง ชาตินี้จึงสูญเสียวาสนาใหญ่เทียมฟ้ าที่สามารถเปลี่ยนไป ฝึกตนได้ไป เนื่องจากลู่เฉินไม่ได้ไปเยือนวังราชามังกรทะเลสาบร ้อย บุปผา ตะพาบหินที่อยู่ตรงตีนเขาจึงยังคงเก็บกลั้นความแค้นเอาไว้ ในห้องบุปผา สามคนในครอบครัวของจางเซี่ยงเต้าที่มาจากจวนสู่ เยว่ จวนวารีที่เป็ นรังเดิมของพวกเขายังคงปลอดภัย อวี๋ฉุนจือสามแม่ ลูกลูกมารับรองแขกผู้สูงศักดิ์อยู่ที่นี่ เพียงแต่ว่าเปลี่ยนคาพูดใหม่ และยังมีเจ้าจวนป้ ายแห่งสันเขาเซียจื่อที่มีกลิ่นอายของบัณฑิตจึงไม่ ยินดีจะไปประจบสอพลอใคร ทาเพียงแค่นั่งดื่มเหล้าเพียงลาพัง แล้วก็ ไม่ได้เป็ น “คนหลอกง่าย” ในชายแขนเสื้อไม่มีตาราภาพวาดบุปผา สกุณาที่เดิมทีควรซื้อมาด้วยเงินหนึ่งเหรียญเกล็ดหิมะ…ดื่มสุราสาม รอบแล้วก็ผ่านไปอีกสามรอบคนในห้องโถงดื่มกันจนเมามาย ไม่รู ้ตัว สักนิดว่ากระโจมเสน่หาได้ถูกคลี่กางออก เหนียงเนียงเทพภูเขาแห่ง ศาลจุ้ยยวนที่เดิมควรแซ่ฉ่ยังคงมิอาจต้านทานฤทธิ์สุรา หลังจากที่อวี๋ โหยวอี๋เอาหัวนั้นไปโยนไว้ในลานบ้านแล้วกลับมาที่ภูเขาก็มานั่งอยู่ ข้างกายของนาง…เมื่อถึง เวลาฉินแจว๋แห่งเกาะชิงเสียและฝูชี่แห่ง นครมังกรเฒ่าต่างก็ออกไปจากภูเขาเหอฮวานกันอย่างเงียบเชียบ แล้ว อวี๋ฉุนจือที่กาลังเออออคล้อยตามจางเซี่ยงเต้าได้รับเสียงในใจ อย่างลับๆ นางจึงหาข้ออ้างพาลูกสาวสองคนออกไปจากห้องบุปผา บอกให้พวกนางไปรวมตัวกับอวี๋เจิ้น รีบถอยไปหลบภัยอยู่ในศาล
่
บรรพชนทันที อวี๋โหยวอี๋ที่อยู่ในห้องโถงรับรองแขกอีกห้องหนึ่งมีสี หน้าซับซ ้อน นางเป็ นฝ่ ายแลกเปลี่ยนจอกสุราดื่มกับเหนียงเนียงเทพ ภูเขา ทาให้พวกผู้ฝึ กตนอิสระ ภูตแห่งป่ าเขาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์จาก ศาลเถื่อนทั้งหลายพากันหันมามองเหนียงเพียงเทพภูเขาสีหน้าซีด ขาว ในใจวูบโหวง คล้ายสัมผัสได้ว่าหายนะใหญ่ก าลังจะมาเยือน แต่ นางกลับทาได้แค่มองแผ่นหลังที่เดินจากไปของอวี๋โหยวอี๋อย่างเงียบ งัน ตรงหน้าประตูภูเขาซึ่งเป็ นจุดเชื่อมต่อระหว่างภูเขาเหอฮวานกับ เมืองเฟิงเล่อ แมลงประหลาดเหมือนกระแสน้าขึ้นที่ถาโถมเข้าหาต้น จามจุรี ต้นจามจุรีที่ไม่เคยออกดอกมานานหลายปี พลันออกดอก บานสะพรั่งเหมือนร่มสีแดงที่ถูกกางออก ในห้องโถงจัดเลี้ยงรับรอง แขกทุกห้องของจวนเฝิ่นหวาน กลิ่นอายเครื่องประทินโฉมคละคลุ้ง เหมือนหมอกหนา ปัญญาชนสวมชุดคลุมนกกระสาลงไปนอนกอง กับพื้นเหมือนผีขี้เหล้าที่เมามาย หลังจากนั้นภูเขาก็ปริแตกพื้นดิน แยกตัว สองภูเขาอย่างจุ้ยยวนและอูเถิงพลิกกลับ หายนะใหญ่เทียม ฟ้ าที่ไม่มีลางบอกกล่าวมาก่อนพลันบังเกิด ในจวนเฝิ่นหวาน ผนัง ก าแพงล้มครืน ผืนพรมถูกกระชากขาดเกิดเป็ นรอยฉีกนับไม่ถ้วน ผี ผาฮูหยินที่รู ้สึกตัวอย่างเชื่องช ้าตวาดดังลั่น ฝื นดึงสติโคจรปราณ วิญญาณในช่องโพรงปราณวิญญาณ นางคิดจะทะยานลมหนีไป จากพื้นที่อันตรายแห่งนี้แต่กลับถูกธงฝนที่คุ้นตาอย่างถึงที่สุดปั่นเอว ของนางขาด ภูตที่เปิดจวนอยู่บนเส้นทางหยวนเหนาและภูตที่เป็ น ชายฉกรรจ์ซึ่งพาสาวใช ้หน้าตางดงามสองคนมากินเปล่าดื่มเปล่าใน งานเลี้ยงต่างก็ถูกหอกเหล็กขนาดเล็กลักษณะเก่าแก่เรียบง่ายหลาย
่
เล่มพุ่งมาดั่งสายฟ้ าแทงทะลุร่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์จาก ศาลเถื่อนทั้งหลายที่เผยร่างทองพยายามจะร่วมมือกันต้านรับหายนะ ครั้งนี้ หลี่ถิงที่เป็ นเทพภูเขาก็ยิ่งเดือดดานปานฟ้ าผ่า ก่นด่าจ้าวฝู หยางกับอวี๋ฉุนจือว่าเป็ นคู่สุนัขตัวผู้ตัวเมียที่เสียสติไปแล้ว จางเซี่ยง เต้ากับคนหนุ่มที่มีฉายาว่า “หลงไซ” ถูกจิตหยินที่ออกจากร่างของ จ้าวฝูหยางชัดเสียจนหัวกะโหลกแหลกเละ จางเซี่ยงเต้าร่ายวิชา หลบหนีแต่กลับถูกจิตหยินกระชากกลับเข้าไปในจวนเฝิ่นหวาน ก่อน จะถูกบดขยี้ทาลายไปพร ้อมกับเนื้อหนังมังสา เลือดสดไหลนอง ขุน นางผู้ช่วยของจวนวารีสู่เยว่ทั้งหลายที่ติดตามมาด้วยก็ยิ่งไม่มีใครหนี รอด ภูเขาสองลูกที่อยู่บนและล่างเหมือนงูสองตัวรัดพันหางกันพลิก ตลบอยู่บนพื้นดินอย่างรุนแรง ฝุ่ นคลุ้งอบอวล ในพื้นที่รัศมีพันลี้เกิด เสียงสะเทือนเลือนลั่น เฉิงเฉียนกับจางฉงที่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ รีบบอกให้ชีซ่งและจางอวี่เจี่ยวไปติดต่อกับกองกาลังต่างๆ ซึ่งมีฮ่องเต้ สกุลหลิ่วแคว้นชิงซิ่งเป็ นหนึ่งในนั้นทันที พวกเขาพาแค่จางไฉ่ฉินไป ด้วยกัน หมายจะขัดขวางการ “พิสูจน์มรรคาฝ่ าทะลุขอบเขต” ที่ไม่ เลือกวิธีการของจ้าวฝูหยาง น่าเสียดายที่สถานการณ์สาเร็จไปเป็ น ส่วนใหญ่แล้ว เป็ นดั่งที่จ้าวฝูหยางคาดการณ์ไว้จริงๆ เขาไม่เพียงแต่ สามารถ “ล้อมภูเขา” เลื่อนขั้นเป็ นเจียวภูเขาขอบเขตก่อกาเนิดได้ สาเร็จ แม้กระทั่งคนรักอย่างอวี๋ฉุนจือที่เพราะกินอิ่มไปหนึ่งมื้อก็กลาย มาเป็ นจิ้งจอกฟ้ าก่อกาเนิดได้เช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าขอบเขตยังไม่ มั่นคง จ้าวฝูหยางเผยร่างจริงหลบเลี่ยงการโจมตีจากพวกเฉิง เฉียนมาได้ หากหลบไม่พ้นก็จะฝื นรับไว้ เพื่อให้จ้าวฝูหยางพา
่
บุตรชายหญิงอย่างพวกอวี่เจิ้นหนีไปจากวงล้อมได้สาเร็จ อวี๋ฉุนจือย อมทุ่มชีวิตอย่างไม่กลัวตาย ใช ้ทุกวิธีการที่มีถ่วงรั้งเฉิงเฉียนและจาง ฉงเอาไว้ สุดท้ายถูกเฉิงเฉียนใช ้อสนีนับไม่ถ้วนผ่าร่าง ร่างของอวี๋ ฉุนจือหล่นร่วงลงพื้น เป็ นตายมิอาจรู ้ได้ จ้าวฝูหยางพุ่งชนตะลุยไป ข้างหน้าอย่างเดียวเท่านั้น พวกสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาสายน้าและผู้ ฝึกตนของทวีปต่างๆ ที่อยู่ตามรายทางเห็นท่าไม่ดีก็รีบพากันหลีก ทางให้ เป็ นฝ่ ายหลบประกายเฉียบคมไปเอง เจียวภูเขาเองก็ไม่ได้ท า ร ้ายใคร มีเพียงเซียนกระบี่หญิงจางไฉ่ฉินที่ออกกระบี่อย่างเฉียบขาด ทันใดนั้นม่านราตรีพลันสว่างไสวราวกับเวลากลางวัน แสงกระบี่ถี่ หนาประหนึ่งลูกธนูที่สาดยิงลงมาดุจสายฝน ทาร ้ายไปถึงเรือนกาย และศีรษะอันใหญ่โตมโหฬารของเจียวภูเขาน่าเสียดายที่ยังมิอาจ ขัดขวางการหลบหนีของเจียวภูเขาได้ กลับกลายเป็ นว่านางถูกหาง ของเจียวฟาดใส่ จางไฉ่ฉินถูกเหวี่ยงร่างให้กระแทกหน้าผาของยอด เขาโพโม่ รอกระทั่งนางเก็บกระบี่บินแห่งชะตาชีวิตกลับมาก็กระอัก เลือดค าใหญ่ ได้แต่มองจ้าวฝูหยางที่ทะยานไปว่องไวดุจสายฟ้ าหนี รอดไปได้คาตา สุดท้ายเขาก็ผลุบหายเข้าไปในค่ายกลของถ้าแห่ง หนึ่งที่จัดวางไว้อย่างลับๆ ไม่พบร่องรอยอีก…
ภาพเหตุการณ์ในม้วนภาพเปลี่ยนไป เห็นเพียงว่าในอารามเต๋า ขนาดเล็กแห่งหนึ่งของเมืองหลวงแคว้นชิงซิ่งที่มีควันธูปบางเบา ระหว่างผนังหินของภูเขาจ าลองมี “งูเล็ก’ ตัวหนึ่งที่ร่างโชกไปด้วย เลือดแทรกตัวออกมาอย่างไม่เป็ นที่จับสังเกต ลาตัวของมันยาวจื่อก
่
ว่า บนศีรษะมีเขางอก มีรูปโฉมของมังกรแล้ว เจียวภูเขาขดตัวเก็บ รวมกลิ่นคาวเลือดที่เดิมทีก็เจือจางอยู่แล้วกลับมา หลับตาลงแล้วเริ่ม รักษาอาการบาดเจ็บ ตรงหน้าท้องของเจียวภูเขามีถ้าสวรรค์อีกแห่ง หนึ่งซ่อนอยู่ พวกอวี๋เจิ้น จ้าวแยนที่นอกจากจะมีสีหน้าหม่นหมอง แล้ว ความแค้นอาฆาตก็ท่วมทะยานฟ้ าด้วย ในทะเลสาบหัวใจของ พวกเขามีเสียงที่สงบนิ่งมั่นคงของจ้าวฝูหยางดังขึ้นมา บอกว่าเฉิง เฉียนไม่กล้าฆ่ามารดาของพวกเจ้า
เพียงแต่ไม่รู ้ว่าเหตุใด ท่ามกลางหายนะครั้งนี้ เมืองเฟิ งเล่อที่ ตั้งอยู่ตรงตีนเขากลับเป็ นเหมือนก้อนเต้าหู้บนโต๊ะที่ถูกจ้าวฝูหยางใช ้ หางงูผลักออกไปจากสนามรบคล้ายตั้งใจคล้ายไม่ได้เจตนา
พูดถึงแค่นักบัญชีที่เป็ นมนุษย์ธรรมดาคนนั้น ตอนนั้นทั้งเขาและ โต๊ะต่างก็หล่นกระแทกลงในเมืองเล็ก ร่างหมุนตลบจนมึนงงไปหมด รู ้ เพียงว่าคนมีชีวิตในโลกคนเป็ นของเมืองเล็กไม่มีใครตายสักคนเดียว
เฉิงเฉียนทะยานลมมาหยุดอยู่กลางอากาศเหนือเส้นชายแดน เจินเหรินผู้เฒ่าที่มีรูปโฉมเป็ นเด็กหนุ่มสีหน้าเขียวคล้า
บนพื้นดิน อวี๋ฉุนจือที่หมดสติไปพักใหญ่พลันลุกขึ้นนั่ง นางลูบ เส้นผมตรงจอนหูสีหน้าผ่อนคลายคล้ายจะมีรอยยิ้มเยาะติดอยู่บน ใบหน้า
ในกลุ่มคนของแคว้นชิงซิ่ง นับตั้งแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปจนถึงผู้ฝึ ก ตนบนภูเขา จนไปถึงกองทัพของราชวงศ์ที่สามารถพูดได้ว่าไม่ได้รับ
่
ความเสียหายแม้แต่น้อยพลันระเบิดเสียงดัง เซ็งแซ่ ผู้คน วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างดุเดือด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่ทัพบู๊ที่นากองกาลังทหารของอีกสองแคว้น ที่มีความคิดเหมือนกัน นั่นคือการกรีฑาทัพครั้งนี้ สาหรับพวกเขา แล้ว ต่อให้ฟ้ าร ้องดังแต่ฝนตกเบาแล้วอย่างไรเป็ นอย่างนี้สิจึงจะดี ถึง อย่างไรพวกเขาก็ได้คุณูปการในการสู้รบบุกเบิกพื้นที่มาเปล่าๆ ส่วน ทางฝั่งของสกุลหลิ่วแคว้นชิงซิ่งจะถือว่าขโมยไก่ไม่ส าเร็จยังต้องเสีย ข้าวสารไปอีกก ามือหรือไม่? โดยเฉพาะอย่างยิ่งยอดเขาฉุยชิงพรรค จินแชวกับสกุลจางเขตเทียนเฉาที่ไม่เท่ากับว่าผูกปมแค้นไปกับจ้าวฝู หยางแล้วหรอกหรือ?
ในรถม้าคันหนึ่ง รัชทายาทแคว้นชิงซิ่งมองหยกลัญจกรสามชิ้น ที่เพิ่งถูกส่งมา ทั้งสามชิ้นล้วนไร ้ความเสียหายใดๆ เจตนาของจ้าวฝู หยางคืออะไร?
ฮ่องเต้เฒ่ามีสีหน้าซับซ ้อน วางรายงานที่เนื้อหาอธิบายอย่าง หยาบๆ ในมือลง นิ่งคิดไปพักใหญ่ ก่อนเอ่ยว่า “ออกคาสั่งไปทันทีว่า ให้จับตัวปีศาจจิ้งจอกอวี๋ฉุนจือมาขังไว้ ต้องคุมขังอย่างเข้มงวด ห้าม ให้มีข้อผิดพลาดเด็ดขาด
รัชทายาทหนุ่มพยักหน้ารับเบาๆ กาลังจะลุกขึ้นออกไปจากห้อง โดยสาร ฮ่องเต้เฒ่ากังวลว่าเขาจะไม่เข้าใจถึงจุดเชื่อมต่อของ เรื่องราว เพราะถึงอย่างไรนี่ก็เป็ นเรื่องใหญ่ที่ส าคัญมาก จะปล่อยให้ เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด จึงอธิบายให้เขาฟังโดยละเอียดอย่าง
่
มีน้าอดน้าทน “อย่าให้เฉิงเจินเหรินสังหารจิ้งจอกเซียนแห่งภูเขา เหอฮวานด้วยความเดือดดาลเด็ดขาด สรุปก็คือจาไว้ว่าหากทางฝั่ง ของยอดเขาฉุยชิงมีความเห็นต่าง เจ้าก็บอกไปว่าทางราชส านัก ต้องการส่งตัวนางไปให้ส านักศึกษากวานหูจัดการ
อวี๋ฉุนจือกอดสมุดบัญชีเล่มหนึ่งไว้ในอ้อมอก ในนั้นเขียน หลักฐานความผิดของแขกทั้งหลายที่มาตายอยู่ในจวนเฝิ่นหวานคืน นี้ไว้อย่างชัดเจน จางเซี่ยงเต้าแห่งจวนสู่เยว่ ผีผาฮูหยิน ปีศาจใหญ่” กลุ่มนั้น รวมไปถึงหลี่ถึงเทพภูเขาศาลอูเถิงต่างก็อยู่ในรายชื่อนี้ด้วย บัญชีหนาหนักเล่มหนึ่ง วันใดเวลาใดล้วนมีหลักฐานอย่างชัดเจน ต่อมาหลังจากค าว่า “เป็ นต้น” ก็มีเหนียงเนียงเทพภูเขาศาลจุ้ยยวน ป๋ ายเหมาแห่งจวนชิงป๋ ายติดรายชื่อด้วย
ขณะเดียวกันตอนที่ร่างจริงเจียวภูเขาของจ้าวฝูหยางโดนกระบี่ ของจางไฉ่ฉิน เขาได้ใช ้เสียงในใจพูดคุกับนางหนึ่งประโยค บุญคุณ ความแค้นระหว่างภูเขาเหอฮวานกับสกุลจางเขตเทียนเฉาก็ถือว่า สิ้นสุดลงเท่านี้
นี่จึงเป็ นเหตุให้เซียนดินก่อกาเนิดใหม่เอี่ยมที่แสร ้งทาเป็ นว่า ขอบเขตไม่มั่นคงตั้งแต่ต้นจนจบผู้นี้ ตอนที่กวาดหางเจียวภูเขาได้กะ น้าหนักไว้อย่างเหมาะสม ไม่ได้ทาร ้ายไปถึงรากฐานมหามรรคาของ จางไฉ่ฉิน
ลู่เฉินเก็บม้วนภาพแห่งกาลเวลาที่พิเศษนี้กลับมา ยิ้มเอ่ยว่า “หากดูต่อไปอีกก็ไม่มีความหมายอะไรแล้ว”
่
่