ตอนที่ 2736
บทที่ 1031.1 พบเจอในยุทธภพบอกกล่าวถึงความ ยากล าบาก
October 21, 2026
นอกฟ้ า ธารดาราทอแสงพร่างพราว ทางช ้างเผือกกว้างใหญ่ ไพศาลไร ้ที่สิ้นสุด
ผู้เฒ่าร่างเล็กเตี้ยสวมชุดคลุมอาคมสีม่วงคนหนึ่งนั่งอยู่บนน้าเต้า ขนาดใหญ่ที่คล้ายล่องลอยอยู่ท่ามกลางธารดารา ด้านข้างยังมีซิ่ว ไฉเฒ่าคนหนึ่งที่กาลังลูบหนวดยิ้ม อยู่ในท่าชะเง้อคอมอง ใช ้น้าเสียง ที่อยากจะปรึกษาหารือแต่กลับไม่มีความมั่นใจพอเอ่ยว่า “พี่ใหญ่อวี๋ ตอนนี้ท่านคือผู้ฝึกตนใหญ่ขอบเขตสิบสี่ที่สั่นสะเทือนอดีตส่องสว่าง ถึงปัจจุบันกาลแล้วเล่าลือกันว่าเมื่อมาถึงขอบเขตนี้ ของนอกกาย ล้วนจะกลายเป็ นภาระ รออีกเดี๋ยวหากว่ามีญาติหรือสหายรักมาร่วม แสดงความยินดีที่นี่ ของขวัญพวกนั้นก็ไม่สู้ให้น้องชายอย่างข้ารับไว้ แทนดีไหม?”
อวี๋เสวียนผสานมรรคาอยู่ที่นี่เรียบร ้อยแล้ว อีกทั้งยังได้ภาพลา ธารที่พร่างพราวทอประกายแสงศักดิ์สิทธิ์มาม้วนหนึ่ง
ภาพนี้มาจากทางช ้างเผือก ภาพลาธารที่ว่าก็คือภาพดวงดาว นับแต่โบราณมามีเพียงอริยะผู้มากบารมีเท่านั้นที่จะโชคดีได้พบเห็น
นี่จึงเป็ นเหตุให้การที่อวี๋เสวียนได้ของชิ้นนี้มาอยู่ในมือถือเป็ น เรื่องน่ายินดีที่ไม่คาดฝันเพราะถึงอย่างไรก็ถือเป็ น “สวรรค์ลิขิตไว้ มหามรรคาประทานให้” อย่างที่กล่าวถึงในตานาน
ต่อให้เป็ นอวี๋เสวียนที่ชั่วชีวิตนี้ไม่เคยยากจนมาก่อน แม้กระทั่ง เห็นอาวุธเซียนหนังตาก็ไม่กระตุกสักครั้งก็ยังกลั้นรอยยิ้มไว้ไม่อยู่ เดิมทีอวี๋เสวียนยังรู ้สึกเย้ยหยันตัวเองอยู่บ้างเพราะถึงอย่างไรเขาก็ เป็ นคนที่ไม่เคยชื่นชอบยินดีกับสิ่งของนอกกาย โชคดีที่ก่อนหน้านี้ จิ๋วไฉเฒ่าได้เอ่ยประโยคหนึ่งบอกว่า พี่ใหญ่อวี๋คือผู้ฝึกตนที่ฝึกฝน อบรมจิตใจประสบความส าเร็จอย่างแท้จริง หากเป็ นข้า ป่ านนี้คง ลาพองตน ยิ้มปากกว้างแทบหุบปากไม่ลงไปแล้วจิตใจมิอาจ กว้างขวางได้อย่างพี่ใหญ่อวี๋ ละอายใจนัก ละอายใจนัก
เจินเหรินผู้เฒ่าที่ในมือถือแกนภาพวาดยกมือขึ้น พูดกลั้ว หัวเราะอย่างเบิกบานใจหากไม่ใช่เหวินเซิ่ง ข้าหรือจะได้ของสิ่งนี้มา ครอง หากมีสหายมาที่นี่จริง ของขวัญร่วมแสดงความยินดีทั้งหมด ล้วนยกให้เป็ นของเหวินเซิ่ง”
ส่วนเรื่องที่เดิมทีซิ่วไฉเฒ่าก็คือขอบเขตสิบสี่ที่เป็ นคน “เล่าลือ กัน” รวมไปถึงค ากล่าวทีขัดแย้งกันเองนั้น อวี๋เสวียนคร ้านจะถือสา แล้ว
ไม่พูดถึงครั้งนี้ที่เหวินเซิ่งช่วยเหลือ เท่ากับช่วยให้เขาอวี๋เสวียน ผสานมรรคาอยู่ที่นี่ได้เร็วกว่ากาหนด พูดถึงแค่ภาพลาธารที่เจินเห
รินผู้เฒ่าถือในมืออยู่ตอนนี้ สมบัติล้าค่าที่ความล้าค่ามีติดตัวมา ตั้งแต่เกิด จะใช่สิ่งที่เงินเทพเซียนสามารถวัดค่าได้หรือ?
ซิ่วไฉเฒ่าหยิบเหล้าสองกาที่ไม่รู ้ว่าฉวยติดมือมาจากไหน ออกมาจากชายแขนเสื้อโยนให้อวี๋เสวียนหนึ่งกา ตัวเองดื่มเองหนึ่ง กา เอ่ยอย่างเขินอายว่า “ทุกวันนี้น้องชายยากจนจนแทบไม่มี ข้าวสารกรอกปากหม้อ ทาให้พี่ใหญ่อวี๋เห็นเรื่องตลกแล้ว”
อวี๋เสวียนยิ้มกล่าว “วิญญูชนแสวงหามรรคา มิใช่แค่แสวงหา อาหาร”
ซิ่วไฉเฒ่าพยักหน้ารับอย่างแรง “ใช่แล้วๆ วิญญูชนกังวลกับ มรรคามิกลัดกลุ้มกับความยากจน”
กรอกเหล้าเข้าปากหนึ่งอีกไปแล้ว ซิ่วไฉเฒ่าก็ยึดคอยาวมองไป ทางโลกมนุษย์ รีบเอ่ยเตือนว่า “พี่ใหญ่อวี๋ ดูเหมือนจะมีคนมาแล้ว เก็บลงไปเร็วเข้า รีบเก็บภาพลาธารนั้นลงไปหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกคนอื่น เข้าใจผิดว่าท่านก าลังโอ้อวดของดี”
อวี๋เสวียนได้ยินแล้วก็กล่าวอย่างอ่อนใจ “เหวินเซิ่ง บอกตามตรง นะ ตอนนี้ผินเต้าทาไม่ได้หรอก ได้แต่ถือไว้ในมือเท่านั้น”
อวี๋เสวียนที่เพิ่งจะผสานมรรคาส าเร็จยังมิอาจ “รวบเก็บ’ ภาพล า ธารนี้ไปได้ แม้จะร่ายเวทอ าพรางตาใส่มันก็ยังท าไม่ได้
เก็บใส่ชายแขนเสื้อยังทาไม่ได้ นั่นก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหลอมเป็ น วัตถุแห่งชะตาชีวิต ในความเป็ นจริงแล้วอวี๋เสวียนได้ถูกลิขิตมาแล้ว ว่าจะมิอาจหลอมภาพลาธารนี้ได้ ได้แค่ช่วยเก็บรักษาไว้แทนเท่านั้น
มนุษย์เหมือนหอตารา หอตาราเหมือนตาราที่ถูกเก็บรักษาไว้
ทว่าต่อให้เป็ นเช่นนี้ ท่ามกลางกาลเวลาในการฝึกตนที่ยาวนาน อวี๋เสวียนก็สามารถเปิ ดดูและศึกษาภาพนี้ซ้าไปซ้ามาได้ ผลประโยชน์บนมหามรรคาที่จะได้รับถือว่าไม่ธรรมดาสามัญ
พรสวรรค์ด้านสายยันต์ของเจินเหรินผู้เฒ่าที่เรียกว่าสุดยอดจน ยากจะพัฒนาไปอีกขั้น ครั้งนี้จะพัฒนารุดหน้าไปได้อีกก้าว และ ความต่างเพียงก้าวเดียวนี้ก็บังเอิญเป็ นความต่างราวฟ้ ากับเหวพอดี
ยกตัวอย่างเช่นตอนนี้ อวี๋เสวียนแค่ลองอนุมานดูเล็กน้อยก็จะ สังเกตเห็นว่ายันต์ใหญ่หลายสิบชนิดที่เมื่อก่อนเป็ นดั่งหอเรือนกลาง อากาศ เวลานี้เขากลับมีความมั่นใจที่จะวาดพวกมันออกมาได้แล้ว
ซิ่วไฉเฒ่ากล่าว “ขอให้ข้าลองดูหน่อย”
อวี๋เสวียนโยนภาพดวงดาวในมือไปให้เหวินเซิ่งเบาๆ อย่างไม่ ลังเล
ซิ่วไฉเฒ่ายกชายแขนเสื้อขึ้น เก็บภาพดวงดาวใส่ไว้ในชายแขน เสื้อ
อวี๋เสวียนตะลึงงันท าอะไรไม่ถูก
ซิ่วไฉเฒ่าหดคอ มือหนึ่งประคองชายแขนเสื้อ รีบยกก้นขึ้น ท าท่าเหมือนว่าได้สมบัติมาแล้วเตรียมจะเผ่นหนี
แต่อวี๋เสวียนกลับสงบเยือกเย็นมาก
ซิ่วไฉเฒ่านั่งกลับลงไปที่เดิมอย่างขลาดๆ ใบหน้าเต็มไปด้วย ความละอายใจ “ขออภัย ขออภัย ทุกครั้งที่ดื่มเหล้าเยอะจะต้องเป็ น เช่นนี้เสมอ เคยชิน ล้วนเป็ นความเคยชินทั้งนั้น”
แขกคนแรกที่มาจากโลกมนุษย์เรียกได้ว่าเปล่งประกายดุจหยก งาม ตรงเอวพกกิ่งหลิวไว้กิ่งหนึ่ง
ก็คือหลิ่วชีที่อยู่ที่ท่าเรือรือจุ้ยของใต้หล้าเปลี่ยวร ้าง
ซิ่วไฉเฒ่าหัวเราะหึหึ หลิ่วชีเดินทางมานอกฟ้ าครั้งนี้ได้ทิ้งสหาย รักอย่างเฉาจู่เอาไว้มาที่นี่เพียงลาพัง นี่ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจ นัก
ต้องรู ้ว่าหลิ่วชีท่านนี้ ชื่อเดิมคือหลิ่วซานเปี้ยน (สามเปลี่ยน)
ทั้งๆ ที่มีชาติกาเนิดจากตระกูลขุนนาง เหตุใดถึงได้ตั้งชื่อเช่นนี้ บนภูเขาของโลกยุคหลังเคยมีข่าวลือเล็กๆ ที่มิอาจหาที่มาได้ บอกว่า เป็ นชื่อที่โจวจื่อตั้งให้หลังจากดูแปดอักษรของเขา
และภาพลาธารที่ตอนนี้อวี๋เสวียนเป็ นผู้ครอบครองชั่วคราวภาพ นี้ ในประวัติศาสตร ์ยาวนานหมื่นปี จานวนครั้งที่มันปรากฏตัวก็มี น้อยมาก เคยมีนักพรตเต๋าที่เป็ นยอดฝี มือคนหนึ่งซึ่งว่ากันว่าเป็ น
อาจารย์ที่ไม่ได้บันทึกชื่อของฮว่อหลงเจินเหริน ฉายาว่า “ป๋ ายอวิ๋น” ไม่ทราบชื่อจริง เล่าลือกันว่าเขาเคยได้เห็นภาพเหตุการณ์ที่ภาพ ดาราปรากฏมาก่อน หลังจากนั้นก็ได้แพร่งพรายความลับสวรรค์ ให้กับผู้ฝึกตนของโลกมนุษย์ ทิ้งคากล่าวที่ลี้ลับมหัศจรรย์ว่า “ภาพ มังกรสามเปลี่ยน (ซานเปี้ยน) และแบบจาลองภาพที่ยากจะทาความ เข้าใจไว้สองแบบ
หลิ่วชีกลายร่างเป็ นสายรุ ้งพุ่งมาถึง เห็นเหวินเซิ่งกับอวี๋เสวียนก็ หยุดชะงักยืนเหยียบอยู่บนความว่างเปล่า ประสานมือคารวะ ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “คารวะเหวินเซิ่ง ยินดีกับอวี๋เจินเหรินด้วย”
อวี๋เสวียนลุกขึ้นยืน คารวะกลับคืนด้วยขนบของลัทธิเต๋า
ซิ่วไฉเฒ่ากระโดดผลุงขึ้น ประสานมือคารวะ
ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ศาลบุ๋น ซิ่วไฉเฒ่าได้ขอเทียบอักษรจากซูจื่ อและหลิ่วชีผู้มากความสามารถตรงหน้าผู้นี้ไปคนละเทียบ ราคาเป็ น เช่นไร? ล้วนเป็ นบัณฑิตกันทั้งนั้น พูดคุยเรื่องเงินทองย่อมดูไม่งาม!
หลิ่วชีเคยเป็ นผู้ริเริ่มขอบเขตเส้นเอ็นหลิ่ว หรือก็คือ “ขอบเขตรั้ง คน” ที่กึ่งๆ ถูกสรรเสริญกึ่งๆ ถูกตาหนิ ไม่ทราบว่าถ่วงรั้งผู้มี พรสวรรค์ด้านการฝึ กตนที่ชะตาชีวิตไม่ธรรมดาไว้กี่มากน้อย แน่นอนว่าเป็ นการท าร ้ายตัวเองอย่างหนึ่งด้วย
ในฐานะหนึ่งในผู้ฝึกตนใหญ่ที่หลายใต้หล้าให้การยอมรับว่าถูก ประเมินต่าเกินไปที่สุดเมื่อผ่านสงครามครานี้ หลิ่วชีก็ทาให้โลก มนุษย์ต้องหันมามองเขาใหม่อย่างแท้จริง
เหนือมหาสมุทรกว้างใหญ่ที่หย่างจื่อเป็ นผู้ยึดครองความ ได้เปรียบด้านชัยภูมิไปอย่างสิ้นเชิง หลิ่วชีถึงกับสามารถใช ้วิชา คาถาสยบวิชาอภินิหารแห่งชะตาชีวิตธาตุน้าของหย่างจื่อเอาไว้ได้ ไม่รู ้ว่าทาให้ผู้ฝึกตนของไพศาลกี่มากน้อยเลื่อมใสศรัทธา
้