ตอนที่ 2738
บทที่ 1031.3 พบเจอในยุทธภพบอกกล่าวถึงความ ยากล าบาก
October 21, 2026
กู้ช่านเรียกเรือยันต์ลาหนึ่งออกมา ถ่อเรือออกจากเกาะกงหลิ่ว บนเกาะกงหลิ่วที่เป็ นที่ตั้งศาลบรรพจารย์ของสานักเจินจิ้ง เซียนเห รินหลิวเหล่าเฉิงกับหันเชี่ยวเช่อผู้ฝึกตนหญิงแห่งนครจักรพรรดิขาว กาลังนั่งหันหน้าเข้าหากัน เพียงแต่ว่าเรือนกายของสตรีอายุน้อยที่บอกว่าต้องขายชีวิต ให้กับกู้ช่านหนึ่งร ้อยปีกลับหายไปจากหน้าประตูแล้ว มองข้ามตรา ผนึกค่ายกลที่หลิวเหล่าเฉิงจัดวางด้วยตัวเองไปอย่างสิ้นเชิง นางมา โผล่บนเรือยันต์ของกู้ช่าน มองคนหนุ่มชุดลัทธิขงจื๊อที่นั่งขัดสมาธิ อยู่บนหัวเรือ ยิ้มเอ่ยว่า “ส านักของใต้หล้าไพศาลมีข้อพิถีพิถันเยอะ กว่าบ้านเกิดของข้ามากนัก มีองค์กรสารพัดอย่างวุ่นวาย จะจ าก็จ า ได้ไม่หวาดไม่ไหว” กู้ช่านถาม “อาจารย์อาหญิงของข้าคงไม่ได้พูดไม่เข้าหูกับเจ้า ส านักหลิวค าเดียวก็ตีกันหรอกกระมัง? ไม่ได้บอกให้เจ้าคอยอยู่ห้าม พวกเขาที่นั่นหรือ มาทาอะไรที่นี่” นางคลี่ยิ้มหวาน “ตีกันหรือ? จะตีกันอย่างไร ตีกันที่ไหน?” กู้ช่านพูดเสียงเรียบ “หลิงเยี่ยน คาพูดล้อเล่นที่ไม่ตลก หากไม่ ควรพูดก็อย่าพูด”นางเบ้ปาก ถึงอย่างไรเจ้าหมอนี่ก็ยังเข้าข้างหันเชี่ยวเช่ออยู่ หลายส่วน ผู้ฝึกตนหญิงจากเปลี่ยวร ้างที่เรียกตัวเองว่าเป็ นสาวใช ้ของกู้ช่า นอย่างภาคภูมิใจผู้นี้มีฉายาว่า “ขุนเซียว” ทุกวันนี้ใช ้นามแฝงว่าหลิง เยี่ยน เป็ นชื่อที่กู้ช่านช่วยตั้งให้เมื่อไม่นานมานี้นางพอใจอย่างมาก ตอนที่อยู่ใต้หล้าเปลี่ยวร ้าง นางมีชื่อว่าจื่ออู่เมิ่ง เป็ นนามแฝง เช่นเดียวกัน คนที่ช่วยตั้งให้คราวก่อนก็คือโจวมี่มหาสมุทรความรู ้ นางขยับเท้าเดินจากท้ายเรือมายังหัวเรือ นั่งลงข้างกายกู้ช่าน เอียงศีรษะไปบนไหล่ของเขา ครู่หนึ่งต่อมา นางที่แอบร่ายวิชาลับ เฉพาะก็รู ้สึกหมดสนุก จึงกลับมานั่งตัวตรงเหลือบมองไปยังเป้ า กางเกงของกู้ช่านแล้วนินทาในใจไม่หยุด ใจแข็งเป็ นหินเชียวนะ ไม่มี อารมณ์วาบไหวกระเพื่อมขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตอนอยู่ในพื้นที่ลับบนเกาะกงหลิ่วซึ่งเป็ นพื้นที่ประกอบพิธีกรรม ของหลิวเหล่าเฉิง นางแต่งกายเหมือนสาวใช ้ทั่วไปในตระกูลเศรษฐี ล่างภูเขา แต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนมาสวมชุดของนักพรตหญิง รูปโฉม งดงามโดดเด่น เสื้อตัวบาง ชายแขนเสื้อพลิ้วไสวราวเมฆสีมรกต เอวอ่อน อ้อนแอ้น คิ้วตาเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ นางถาม “กู้ช่าน เจ้าท าได้อย่างไร?”กู้ช่านกล่าว “ในสถานที่ที่สร ้างอารมณ์รักใคร่มากมายอย่าง กระโจมผ้าปักหงส์หลวนกลับหัวหาง รักแห่งหมอนและผ้าห่ม อารมณ์ สุนทรีของปลาและน้า ฯลฯ เมื่อเข้าไปอยู่ข้างในนั้น แค่มองทุกอย่าง เป็ นกระดูกขาวก็พอ รักษาหนึ่งเดียว กาจัดสองความชั่วร ้าย สังหาร สามอสุภะ ขับไล่ห้าผี สยบหกอารมณ์เจ็ดปรารถนา” นางทิ้งตัวนอนหงาย “ติดตามเจ้านี่น่าเบื่อจริงๆ”ยังสู้เปิงเลอะเจินจวินปากหวานคนนั้นไม่ได้เลย จะดีจะชั่วยามที่ อีกฝ่ ายมองนางก็ยังต้องทาจิตแห่งมรรคาให้สงบมั่นคงอยู่บ้าง แล้วยัง รู ้จักพร่าพูดคาหวานไร ้ความจริงใจ เรือนกายเจ็ดชื่อ ค้าฟ้ ายันดิน ยอมตายแต่ไม่ยอมก้มหัวให้ใครในฐานะหนึ่งในผู้ฝึกตนแผนภูมิฟ้ าที่โจวมี่ตั้งใจคัดเลือกมา อันที่ จริงรูปโฉมเดิมของนางคือสตรีสวมหน้ากาก สะพายพิณไว้ด้านหลัง แทบไม่เคยมีใครได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงรูปโฉมทั้งหลายที่มีในเวลานี้ แน่นอนว่าจาแลงออกมาตามใจ ชอบหลังจากที่นางถอดหน้ากากชิ้นนั้นแล้ว อีกทั้งยังไม่เหมือนกับ เวทอาพรางตาทั่วไป ขอแค่นางยินดี หน้าตาเรือนร่าง การแต่งกาย และบุคลิกของนางที่ปรากฏในสายตาของคนบนโลกก็จะเป็ นเหมือน คนที่พวกเขาคิดถึงคานึงหา ทั้งภาพลักษณ์ภายนอกทั้งจิตวิญญาณ ภายในล้วนแทบจะรวมตัวจริงได้ทั้งหมดดังนั้นตอนที่อยู่ใต้หล้าเปลี่ยวร ้าง ครั้งแรกที่เจียงซ่างเจินเห็นผู้ ฝึกตนหญิงที่ไม่รู ้ว่าเป็ นน้าหรือเป็ นพี่สาวคนนี้ ความรู ้สึกแรกก็คือ ช่างดูแลตัวเองได้ดีนัก เรือนร่างสุดยอด กลมเกลี้ยงอิ่มเอิบเสียจริงเพียงแต่ว่าภาพปรากฏการณ์แห่งมรรคกถาที่จาแลงออกมาใน ฟ้ าดินเล็กของนางตอนนั้นกลับน่าขนพองสยองเกล้าอย่างถึงที่สุด ต่อให้เป็ นคนที่บ้าตัณหาอย่างเจียงซ่างเจินก็ยังเหมือนถูกน้าเย็นๆ ราดหัวที่แท้ด้านหลังของจื่ออู่เมิ่งก็มีศพที่เป็ นผีแขวนคอตายนับไม่ถ้วน ลอยอยู่ ขึ้นไปไม่ถึงฟ้ าลงมาไม่ถึงดิน ได้แต่ลอยล่องไปช ้าๆ หนึ่งใน วัตถุแห่งชะตาชีวิตของนางคือพัดที่ทาจากผ้าไหมเล่มหนึ่งที่วาดภาพ สตรีไว้หลายพันคน พวกนางล้วนมีชีวิตชีวาเหมือนจริง ส่งผ่าน อารมณ์ความรู ้สึกผ่านทางคิ้วตา พวกนางซุบซิบกันเบาๆ อยู่ใน ภาพวาด น่าเสียดายที่แม้จะมีใบหน้าของหญิงงาม แต่เรือนร่างกลับ เป็ นกระดูกขาว และจื่ออู่เมิ่งที่เป็ นผู้ฝึกกระบี่ พิณโบราณของนางก็ คือกระบี่บิน จิงกวน” ซึ่งหนึ่งในวิชาอภินิหารแห่งชะตาชีวิตของกระบี่ บินเล่มนี้ก็คือถักทอดินแดนแห่งฝันขึ้นมา นางสามารถนิมิตแม่น้าอู๋ ติ้งที่ใกล้เคียงกับความจริงอย่างยิ่งขึ้นมาสายหนึ่ง และยังสามารถทา ให้แม่น้าแห่งกาลเวลาในขอบเขตที่แน่นอนหรือควรพูดว่าแม่น้าอู๋ติ้ง ทั้งสายเข้าสู่สภาวะชะงักงันก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่นครจักรพรรดิขาว เพียงหันเชี่ยวเชื่อเห็น นาง ในใจก็รู ้สึกไม่ชอบขึ้นมาทันทีเหตุผลเรียบง่ายยิ่ง นังหนูผู้นี้หน้าตาดีเกินไปแล้ว!อย่ามาท าร ้ายให้กู้ช่านต้องจมสู่ห้วงรักของชายหญิงเด็ดขาด หากบอกว่าสตรีผู้นี้จะมาเป็ นคู่รักของกู้ช่านครึ่งทาง หันเชี่ยวเซ่อ กลับไม่ถือสานัก คนอย่างกู้ช่าน หากข้างกายไม่มีสตรีห้อมล้อมสัก กลุ่มสองกลุ่มต่างหากถึงจะอยุติธรรมส าหรับเขานางทนกับการที่กู้ชานไม่คุยด้วยไม่ได้มากที่สุด จึงหาเรื่องมา ชวนคุย “สานักเจินจิ้งแห่งนี้เป็ นแค่สานักเบื้องล่างของสานักกุยหยก ใบถงทวีปกระมัง เจ้ารู ้หรือไม่ว่ามีกี่องค์กร? ยี่สิบกว่าเชียวนะ เบื้อง ล่างผู้ฝึ กตนที่เป็ นผู้คุมกฏของศาลบรรพจารย์ยังมีอีกตั้งเจ็ดแปด องค์กร บรรพจารย์ที่ดูแลเงินก็เหมือนจะมีที่ว่าการอีกเกือบ…สิบแห่ง? ข้าล่ะไม่เข้าใจจริงๆฝ่ ายผลิตและควบคุมกับกองควบคุมพิธีการของ สานักเจินจิ้งต่างกันตรงไหน แล้วยังมีกองจัดการการเงินกับกองการ ขนส่ง ฝ่ ายคลังสมบัติอะไรนั่นอีก ก็ล้วนดูแลเงินเทพเซียนน้อยนิด แค่นั้นไม่ใช่หรือ ยังจะต้องแยกกันด้วยหรือไร?”กู้ช่านท าเป็ นไม่ได้ยิน เพียงแค่หลับตาหายใจเข้าออกท าสมาธิ ช ้าๆ ฝึกวิชาน้าบทหนึ่งเงียบๆผู้ฝึกตนหญิงที่นอนอยู่บนหัวเรือยกขาไขว่ห้าง แกว่งขาข้างหนึ่ง เบาๆ พลางถามชวนคุย “ได้กลับมาเยือนสถานที่แห่งเดิมอีกครั้ง รู ้สึก เช่นไร?”กู้ชานยิ้มบางๆ พูดด้วยสีหน้าเป็ นธรรมชาติ “สุราลงทัณฑ์ขมดื่ม ยาก”จื่ออู่เมิ่งกระตุกมุมปาก “ในที่สุดก็ยอมเลิกเป็ นคนใบ้แล้วสินะ?”กู้ช่านเอ่ยต่ออีกว่า “พูดถึงแค่ฝ่ ายผลิตและควบคุมกับกอง ควบคุมพิธีการซึ่งคล้ายคลึงกับที่ว่าการของบนภูเขา อันที่จริงก็เรียบ ง่ายมาก จะยกตัวอย่างให้ฟังแล้วกัน ฝ่ ายหนึ่งสามารถตัดสินใจได้ว่า จะวางเก้าอี้กี่ตัวไว้ในศาลบรรพจารย์ ส่วนอีกฝ่ ายหนึ่งตัดสินใจว่า ใครจะมีคุณสมบัตินั่ ง แน่ นอนว่ากองควบคุมพิธีการยังต้อง รับผิดชอบดูแลท าเนียบหยกทองของพรรคจวนเซียนแห่งหนึ่งด้วย ดังนั้นผู้ฝึกตนที่ทางานอยู่ที่นี่จึงถือเป็ นขุนนางที่ดี สูงศักดิ์กว่าผู้ฝึก ตนของฝ่ายผลิตและควบคุมอยู่หลายส่วน”