ตอนที่ 2739
บทที่ 1031.4 พบเจอในยุทธภพบอกกล่าวถึงความ ยากล าบาก
October 21, 2026
กู้ช่านยิ้มกล่าว “อาจารย์จ้งยังพูดจาเกรงใจกันแล้ว เดิมทีคง อยากจะพูดว่าหมาเปลี่ยนสันดานกินอาจมไม่ได้สินะ?” จ้งซู่พยักหน้า “ถือว่าพอจะรู ้ตัวเองอยู่บ้าง ดูท่าการที่เจ้าได้เลื่อน เป็ นห้าขอบเขตบนก็ไม่ใช่เพราะอาจารย์เจิ้งให้ความช่วยเหลือไปเสีย ทั้งหมด” กู้ช่านกล่าว “วันนี้ละลาบละล้วงมาเยี่ยมเยือนเพราะอยากจะ ปรึกษาเรื่องหนึ่งกับอาจารย์จ้ง” จังซู่ขมวดคิ้ว “พูดจาไร ้สาระให้น้อยหน่อย รีบไสหัวไปซะ” ผู้ฝึกตนหญิงที่อยู่ข้างกายกู้ช่านคล้ายเป็ นสาวใช ้ยกฝ่ ามือขึ้น ปิดปากที่อ้าหาว ผู้ฝึ กตนก่อก าเนิดของใต้หล้าไพศาลใจกล้าห้าวหาญกันถึง เพียงนี้เชียวหรือ? กู้ช่านก้มหน้าลง ยื่นมือไปลูบลาคอ พอเงยหน้าขึ้นอีกครั้งก็ยิ้ม เอ่ยว่า “ขออาจารย์จ้งลองฟังเรื่องนั้นก่อนแล้วค่อยออกคาสั่งไล่แขก” คิดไม่ถึงว่าจังซู่จะหมุนตัวเดินเข้าไปในห้องโดยตรงกู้ช่านหัวเราะ เขาเองก็หมุนตัวเดินกลับออกไปจากเกาะหวงหลี ด้วย จื่ออู่เมิ่งตกตะลึง “จะจากไปทั้งอย่างนี้น่ะหรือ?” กู้ช่านย้อนถาม “ไม่อย่างนั้น?” จื่ออู่เมิ่งตอบ “จัดการเขาซะสิ” กู้ช่านเอ่ยสัพยอก “ไม่ได้อยู่ที่บ้านเกิดเจ้าเสียหน่อย เอะอะก็จะ ฆ่าจะแกงกัน และข้าก็ไม่ได้เปิ ดร ้านขายโลงศพ วันหน้าเจ้าต้อง เปลี่ยนนิสัยนี้บ้างแล้ว” จื่ออู่เมิ่งพลันคลี่ยิ้มหวาน กอดแขนของกู้ช่าน ถามเสียงเบาว่า “นุ่มหรือไม่ ใหญ่หรือไม่?” กู้ช่านมีสีหน้าเรียบเฉย แล้วก็ไม่ได้สลัดแขนของนางออก เพียง เอ่ยว่า “บอกตามตรงที่บ้านเกิดข้า คาพูดสัปดนแบบนี้ของเจ้าก็คือ มาตรฐานของเด็กประถมเท่านั้น” จื่ออู่เมิ่งสะบัดแขนของเขาออก กล่าวอย่างขุ่นเคือง “ตอไม้ดื่ม ชื่อไม่เข้าใจเรื่องรักใคร่อยู่บนเตียงก็ไม่รู ้จักขยับกัน” กู้ช่านยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “ต้องลองถึงจะรู ้” จื่ออู่เมิ่งหันหน้ามามองอย่างตกตะลึง มองกู้ช่านที่มีสีหน้าและ แววตาที่นางไม่คุ้นเคยดูเหมือนเขาจะอารมณ์ดีขึ้นหลายส่วน คิดถึงบ้านเกิดแล้วหรือ?เรือล่องไปบนทะเลสาบ แสงจันทร ์สาดส่องเต็มผืนน้า จื่ออู่เมิ่ง ถาม “ต้องการจะ… เกณฑ์คนมาเข้าพวกด้วยหรือ?” กู้ช่านพยักหน้า “หากจังซู่สามารถมารับหน้าที่เป็ นบรรพจารย์ผู้ คุมกฏของส านักข้าได้สาหรับทั้งสองฝ่ ายแล้วก็ถือเป็ นทางเลือกที่ไม่ เลว” ในเมื่อพูดไปถึงสานักแห่งนั้น จื่ออู่เมิ่งจึงถามว่า “เจ้าคิดว่าหลิว โยวโจวจะตอบรับค า เชิญไหม?”กู้ช่านกล่าว “คนโง่เท่านั้นที่ถึงจะตอบตกลง”จื่ออู่เมิงยิ้มเอ่ย “เจ้าคิดชื่อสานักได้หรือยัง?”ในเมื่อกู้ช่านพูดแบบนี้ เกินครึ่งหลิวโยวโจวก็น่าจะยินดีมารับ ต าแหน่งรองเจ้าส านักแล้วกู้ช่านพยักหน้า “คิดไว้แล้ว”จื่ออู่เมิ่งถาม “ลองพูดให้ฟังบ้างสิ”“เจ้าเข้าใจความหมายของข้าผิดแล้ว หลิวโยวโจวไม่ใช่คนโง่ ดังนั้นจึงไม่มีทางตอบตกลง เว้นเสียจากว่าข้าไปพบเขาครั้งหนึ่งถึงจะ สามารถกาจัดความสงสัยที่อยู่ในส่วนลึกของหัวใจเขาทิ้งไปได้”กู้ช่านกล่าว “ส่วนเรื่องของชื่อสานัก คาตอบอยู่ไกลสุดขอบฟ้ า อยู่ใกล้เพียงตรงหน้า”จื่ออู่เมิ่งเข้าใจแล้ว ชื่อว่าทะเลสาบซูเจี่ยนนางถาม “ต่อจากนี้จะไปที่ไหน?”กู้ช่านยิ้มเอ่ย “ไปนครแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมฝั่ง ไปหาสหายที่ไม่ถือ ว่าเป็ นสหาย ตอนนั้นเขายังเป็ นเด็กคนหนึ่ง ข้ามักจะพูดคุยกับเขา บ่อยๆ”ครั้งนี้นางตกตะลึงอย่างแท้จริงแล้ว หลุดปากโพล่งไปว่า “กู้ช่าน คนอย่างเจ้าก็มีสหายกับเขาด้วยหรือ?!”สีหน้ากู้ช่านมืดทะมึน เอ่ยเสียงเบาว่า “ข้าต้องมีเพื่อนสิ แต่ก็ เหมือนว่าไม่มีนั่นแหละ”เขาทิ้งตัวนอนหงายหลัง สองมือสอดรองต่างหมอน เหม่อลอยไปก้อนเมฆสายน้าทับซ ้อนกันพันชั้น หนึ่งวันแสงจันทร ์แสงจันทร ์ หนึ่งวันคนหนุ่มสูดจมูก……ต้นกาเนิดลาธารสายหนึ่งในจังหวัดเหยียนโจวต้าหลี ใต้ชายคา ของโรงเรียน เฉินผิงอันที่ถือพัดใบลานนอนเอนกายอยู่บนเก้าอี้ หวายลุกขึ้นนั่งม่านราตรีหนาหนัก ท่ามกลางการมองเห็นของจ้าวซู่เซี่ย มีคน สองคนที่คล้ายเดินออกมาจากความว่างเปล่าปรากฏตัว คือนักพรตหนุ่มที่ในมือถือไม้เท้าเดินป่ าและเด็กหนุ่มร่างผอมแห้งที่ถือไม้เท้าสี เขียวมรกตแบบเดียวกันนักพรตยิ้มบางๆ กล่าวว่า “ได้กลับมาพบกันในยุทธภพอีกครั้ง มี เหล้าหมัก ได้เจอกับคนรู ้จักเก่า อยู่ใต้แสงจันทร ์หน้าบุปผายังไม่เบิก บาน แล้วยังต้องรอเวลาใด?”มองไปยังนักพรตหนุ่มคนนั้น นักพรตก็ตบไหล่ของเด็กหนุ่มที่ อยู่ข้างกาย ยิ้มเอ่ยว่า “จ้าวซู่เซี่ย จะแนะนาให้รู ้จัก เขาชื่อหนิงจี๋ คือ ศิษย์น้องเล็กของเจ้า”