ตอนที่ 2741
บทที่ 1032.2 เสี่ยงดวงแพ้ไปครึ่งหนึ่ง
October 21, 2026
ตอนแรกก็มีเผยเฉียน ภายหลังมีหนิงจี๋ ฮ่าๆ ลู่เฉินคีบบะหมี่คา ใหญ่เข้าปากจนแก้มพองโป่ง อารมณ์เปลี่ยนมาเป็ นรื่นเริงสุดขีด สูด อากาศเข้าปอดแรงๆ หลายเฮือก ลู่เฉินกินบะหมี่พลางพูดเสนอแนะด้วยน้าเสียงอู้อี้ไปด้วยว่า “อยู่ กับภูเขากินจากภูเขาอยู่กับน้ากินจากน้า ผักป่ าบนภูเขามากมาย ขนาดนี้ ในลาธารก็มีปลาเยอะแยะ คราวหน้าทาอาหารมื้อดึกเป็ น อาหารตุ๋นหม้อดินก็ดีมากเลยนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนเข้าหน้า หนาวอากาศด้านนอกหนาวเหน็บ ด้านหน้ามีไอร ้อนๆ โชยมาปะทะ ใบหน้า รสชาตินั้นสุดยอดไปเลยล่ะ หากข้างเท้ายังมีกระถางไฟอีก ใบหนึ่งเอาไว้ต้มเหล้าเหลืองหรือไม่ก็เหล้าข้าวเหนียวจุ๊ๆ แค่คิดก็ น้าลายสอแล้ว” เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “ยากแล้วล่ะ” แน่นอนว่าไม่ใช่อาหารหม้อดินที่ทายาก แต่เป็ นเจ้าสู่เฉินที่ยาก จะได้กินแล้วในเมื่อจัดการเรื่องนี้ในใต้หล้าไพศาลเสร็จแล้ว ทางฝั่ง ของใต้หล้ามืดสลัวก็ยังมีคลื่นใต้น้ารออยู่เจ้าลัทธิแห่งป๋ ายอวี้จิงอย่าง ลู่เฉินไม่มีทางอยู่ที่นี่ได้นานนัก ก่อนหน้านี้ชุยตงซานส่งจดหมายลับ ฉบับหนึ่งมาที่ภูเขาลั่วพั่ว ด้านบนเขียนรายชื่อของสิบคนและตัวส ารองใหม่ล่าสุดของใต้หล้ามืดสลัวเอาไว้ ไม่ว่าจะมองอย่างไร ป๋ า ยอวี้จิงก็ต้องไม่กล้าประมาทแน่ ลู่เฉินถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะเงยหน้าถามชวนคุย “เฉินผิงอัน ยังจาได้ไหมว่าครั้งแรกที่เจ้าดื่มเหล้าคือตอนไหน?” เฉินผิงอันคิดแล้วก็ตอบว่า “เมื่อก่อนตอนเรียนวิชาหมัด มิอาจ ทนรับความยากลาบากได้ ดูเหมือนว่าจะขอเหล้าจากเว่ยป้ อมาดื่ม หลังจากนั้นมาก็มิอาจหยุดยั้งได้อีก คิดจะเลิกเหล้าก็ไม่ได้แล้ว” ลู่เฉินยิ้มถาม “ข้าสงสัยเรื่องหนึ่งมาโดยตลอด เจ้าชอบดื่มเหล้า จริงๆ หรือ?” เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “คนที่ถามคาถามแบบนี้ได้ แค่มองก็รู ้แล้วว่า เป็ นคนที่ไม่ชอบดื่มเหล้า” ลู่เฉินหยิบไข่เค็มสามสี่ลูกออกมาจากชายแขนเสื้อ วางลงบน โต๊ะ “เป็ นผลผลิตพิเศษจากสถานที่แห่งหนึ่งที่ชื่อว่าเกาโหยว มี ชื่อเสียงมากเลยล่ะ เป็ ดของทะเลสาบหว่าพี่ หว่าพี่ (กระเบื้องและอิฐ) จากประโยคที่ว่าเต๋าอยู่ในกระเบื้องและอิฐ” พวกเฉินผิงอันพากันหยิบไข่เป็ ดมา เคาะเปลือกให้แตกเบาๆ ไม่ได้เกรงใจเจ้าลัทธิลู่ อยู่ดีๆ ลู่เฉินก็ทอดถอนใจอย่างปลงอนิจจัง “ปรมาจารย์เดินอยู่ ทั่วทุกหนแห่ง เจินเหรินบินเต็มผืนฟ้ า ทัศนียภาพในอีกพันปีข้างหน้าเจ้าและข้าไม่เดินไปบนเส้นทางอับแสงของบนภูเขา ยังจะท าอย่างไร ได้อีก” เฉินผิงอันพยักหน้าคล้อยตาม “มากมายจนมองตามแทบไม่ทัน” ลู่เฉินกล่าว “กู้ช่านหวนกลับคืนมายังสถานที่เดิมแล้ว ตอนนี้อยู่ ที่ทะเลสาบซูเจี่ยน” เฉินผิงอันพยักหน้า ลู่เฉินเหมือนเทพรายงานข่าวที่ข่าวสารว่องไวอย่างยิ่ง “ตอนอยู่ ที่ใต้หล้าเปลี่ยวร ้างเพียงแค่เพราะผู้ฝึกตนอิสระที่มีฉายาว่าชิงมี่ผู้นั้น คนสองกลุ่มจึงมาพบเจอกันบนทางแคบหนึ่งสังหารหนึ่งช่วยเหลือ ต่างฝ่ ายต่างไม่ยอมกัน เพียงแค่เพราะอยู่ในเปลี่ยวร ้าง สิบคนของ แผนภูมิฟ้ าจึงได้ยึดครองฟ้ าอานวยดินอวยพรไปทั้งหมด เป็ นเหตุให้ ครั้งนี้ที่หลุดพ้นจากวงล้อมมาได้ คนสองคนที่มีคุณความชอบใหญ่ ที่สุดคือเฉาสือที่เลื่อนเป็ นชั้นเทพมาเยือนแล้ว แน่นอนว่านี่เป็ นเรื่องที่ ไม่มีอะไรให้ลุ้น อีกคนหนึ่งก็คือกู้ช่าน การแสดงออกของเขาตั้งแต่ ต้นจนจบล้วนท าให้คนต้องหันมามองเขาเสียใหม่ สุดท้ายสามารถ เอาชนะมาได้ก็ต้องยกคุณความชอบให้กู้ช่าน หากไม่ใช่เพราะ กู้ช่าน การต่อสู้ครั้งนี้ยังยืดยาวไปได้อีก ไม่มีทางที่จะแบ่งแพ้ชนะเร็ว ขนาดนั้น คิดดูแล้วทุกวันนี้พวกลูกรักแห่งสวรรค์ที่อายุน้อยๆ อย่าง พวกฉุนชิงและสวี่ป๋ ายก็คงทั้งรู ้สึกซาบซึ้งใจทั้งกริ่งเกรงในตัวกู้ช่านที่ อายุเท่ากัน ความรู ้สึกจะต้องซับซ ้อนมากแน่”“ส่วนเรื่องที่ว่ากู้ช่านสร ้างคุณความชอบนี้ได้อย่างไร ก็คืออาศัย ใบไหวเก่าแก่กาหนึ่งที่เก็บรักษามานานหลายปี เหมือนซี่โครงไก่ พวกเทียนซือน้อย “จ้าว” “สวี่” ป๋ าย “เฉา” สือ จึงเหมือนมีเทพช่วย ส่วนพวกอวี้เจวี้ยนฟู ฉุนชิง แม้จะบอกว่าแซ่ของพวกนางหายาก จึง ไม่ได้รับบุญคุณจากใบไหว แต่ก็ถือว่าได้พึ่งใบบุญไปด้วย เพราะ กู้ช่านเก็บซ่อนไว้อย่างลึกล้าและเอาออกมาใช ้กะทันหัน เมื่อเป็ น เช่นนี้สถานการณ์ที่เดิมทีสูสีกันจึงเกิดการเอนเอียง และเฉาสือก็หา โอกาสได้พบ อาศัยโชคชะตาบู๊ที่มีติดกายปล่อยหมัดที่เทียบเท่า ขอบเขตสิบเอ็ดไปหมัดหนึ่ง ต่อยให้ค่ายกลใหญ่แตกสลายได้อย่าง สิ้นเชิง”“กู้ช่านยังหลอกเอาผู้ฝึ กตนหญิงหนึ่งในสิบแผนภูมิฟ้ าของ เปลี่ยวร ้างมาได้ด้วย นางชื่อว่าจื่ออู่เมิ่ง ฉายา “ซุนเซียว”“หึ อาจารย์เป็ นอย่างไรศิษย์ก็เป็ นอย่างนั้นจริงๆ อาจารย์เจิ้ง หลอกเอานครจินชุ่ยทั้งแห่งมาได้ คนที่เป็ นลูกศิษย์ก็เลยเอาอย่าง”เฉินผิงอันฟังมาถึงตรงนี้ก็หยุดตะเกียบในมือลง ขมวดคิ้วน้อยๆ ถามว่า “เขาไปท าอะไรที่ทะเลสาบซูเจี่ยน”ลู่เฉินยิ้มกล่าว “อยู่ที่ทะเลสาบซูเจี่ยน เขาทั้งไม่ได้ไปเกาะชิงเสีย ของหลิวจื้อเม่า แล้วก็ไม่ได้ไปพรรคห้าเกาะของเจิงเย่ แค่ทยอยไป พบศิษย์พี่หญิงเถียนหูจวิน จ้งซู่แห่งเกาะหวงหลี คนสุดท้ายที่ไปพบ คือมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งในนครริมทะเลสาบ เด็กหนุ่มหัวทึบเรื่อง การเล่าเรียน อาศัยก าลังเท้าและก าลังเอวเป็ นคนลากรถรับจ้าง ทุกวันได้เงินอย่างเหนื่อยยากมาจากพวกขุนนางชั้นสูงและเหล่า ปัญญาชนที่ชอบไปเที่ยวเล่นกันที่ทะเลสาบซูเจี่ยน กู้ช่านเห็นแก่ ความสัมพันธ ์ในวันวาน หลังจากได้พบเด็กหนุ่มที่เคยเป็ นเพื่อนบ้าน และมักจะคุยเล่นกันบ่อยๆ คนนี้แล้วก็ร่วมกันวางแผน แล้วให้เด็ก หนุ่มยืมเงินก้อนหนึ่ง เตรียมจะร่วมมือกันเปิดร ้าน กู้ช่านแค่ออกเงิน ไม่ออกแรง เอ๊ะ พูดแบบนี้ทาไมฟังแล้วเหมือนกู้ช่านก็เป็ น…เถ้าแก่ รองเหมือนกันเล่า?”เฉินผิงอันฟังมาถึงตรงนี้ ในดวงตาก็ปรากฏรอยยิ้มลู่เฉินมือหนึ่งถือตะเกียบ อีกมือหนึ่งสะบัดชายแขนเสื้อแสร ้ง ทาท่านับนิ้วคานวณ “ตามหลักแล้วหลังหลุดพ้นจากวงล้อมมาได้ก็ ควรจะดื่มเหล้าฉลองกันถึงจะถูก แต่กู้ช่านกลับเปลี่ยนสีหน้าไม่จาคน วิ่งไปต่อยตีกับเฉาสือมารอบหนึ่ง ตามตอแยเฉาสือไม่เลิกรา ยิ่งตีกัน กู้ช่านก็ยิ่งโมโห เฉาสือก็เลยต้องเพิ่มแรงบนหมัดอีกเล็กน้อย กู้ช่าน บาดเจ็บไม่เบาเลยล่ะ”เฉินผิงอันกล่าว “เหลวไหล!”ลู่เฉินพยักหน้า “สมองไม่ค่อยดีจริงๆ มีเรื่องกับใครไม่มี ดันไปมี เรื่องกับเฉาสือ”ในขณะที่เจ้าลัทธิลู่พูดคุยกับอาจารย์พ่อ จ้าวซู่เซี่ยแค่กินอาหาร มื้อดึกของตัวเองไปเงียบๆหนิงจี๋ได้ยินชื่อกู้ช่านและเฉาสือเป็ นครั้งแรกจึงรู ้สึกสงสัยใคร่รู ้อยู่ บ้าง ลู่เฉินหันหน้ามายิ้มเอ่ย “เฉาลือผู้นี้ร ้ายกาจนักล่ะ คือศัตรูตัว ฉกาจของอาจารย์พ่อเจ้า และยิ่งเป็ นจุดอ่อนบนเส้นทางการเรียนวร ยุทธของอาจารย์พ่อเจ้า ทุกวันนี้ศึกเขียวขาวระหว่างเฉาสือและ อาจารย์พ่อเจ้ายังมีคนเดิมพันกันอยู่เลย ไม่รู ้ว่าเทพเซียนบนภูเขากี่ มากน้อยที่พากันทุ่มทองพันชั่งในการเดิมพัน”เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “ไม่เคยชนะเฉาสือเลยสักครั้ง คาว่าถามหมัด ล้วนแพ้ทั้งหมด แต่นิสัยใจคอของเฉาสือ ไม่ว่าใครก็หาข้อบกพร่อง ของเขาไม่ได้ ความสัมพันธ ์ระหว่างข้ากับเฉาลือไม่ถือเป็ นทั้งสหาย และศัตรูด้วยซ้า ไม่มีความแค้นความอาฆาตอะไรต่อกัน เป็ นแค่เพื่อน กันเท่านั้น”หนิงจี๋พยักหน้า “อาจารย์คือบัณฑิตที่มีปณิธานอยู่กับสามอมตะ การตีรันฟันแทงกันในยุทธภพก็ไม่ใช่หน้าที่ของท่าน”คราวก่อนติดตามเจ้าลัทธิลู่เดินทางประหลาด ถือว่าไม่เสียเปล่า เด็กหนุ่มได้เรียนรู ้ค ากล่าวจากในต ารามาไม่น้อยแล้วความนัยในประโยคนี้ของเด็กหนุ่มก็คือหากอาจารย์เฉินมุ่งมั่น แต่การเรียนวรยุทธฝึกหมัดต้องเอาชนะเฉาสือได้แน่นอนเฉินผิงอันพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม “ก็จริงนะ”จ้าวซู่เซี่ยหลุดหัวเราะพรืดต่อให้จะเคารพอาจารย์พ่อของตนแค่ไหน จ้าวซู่เซี่ยก็ไม่คิดว่า หากอาจารย์พ่อมุ่งมั่นอยู่กับวิชาหมัดแล้วจะต้องเอาชนะเฉาสือผู้นั้น ได้