ตอนที่ 2744
บทที่ 1033.1 เรื่องนอกประเด็น
October 21, 2026
นักพรตหนุ่มที่สวมกวานดอกบัวรีบคารวะขอบคุณ เอ่ยอย่างน่า สงสารว่า “ขอซิ่วไฉเฒ่าโปรดรักษาค าพูดด้วย อย่าได้ไม่ทันระวัง หลุดปากพูดออกไปเด็ดขาด” คืนนี้ในห้องของโรงเรียนมีคนอยู่แค่ไม่กี่คน เจ้าเฉินผิงอันผู้นี้แม้ จะเป็ นลูกศิษย์ปิดสานักของซิ่วไฉเฒ่า แต่ปากนับว่าปิดแน่นสนิทดี ไม่ชอบพูดนินทาใครลับหลัง ส่วนจ้าวซู่เซี่ยกับหนิงจี๋ คนหนึ่งมีนิสัย หนักแน่นมั่นคง อีกคนหนึ่งมีความสัมพันธ ์ที่ไม่เลวกับตน คิดดูแล้วก็ คงไม่น่าจะเอาเรื่องแบบนี้ไปพูดคุยกับใคร แต่ซิ่วไฉเฒ่ามีอะไรบ้างที่ เขาท าไม่ได้ ไม่ใช่ว่าพอกลับไปถึงศาลบุ๋นแผ่นดินกลางก็ตีฆ้องตี กลองจุดประทัดชูป้ ายเข้าล่ะ หรือไม่อย่างนั้นก็เอาไปคุยเล่นกับสหาย รักอย่างพวกอวี๋เสวียน โจวโหยวแห่งภูเขาสุ้ยซาน แล้วบอกว่าค าพูด บนโต๊ะสุราเชื่อถือไม่ได้ ไม่ทันระวังเลยหลุดปากพูดไปหรอกนะ? ถึง เวลานั้นหากแพร่ไปถึงใต้หล้ามืดสลัวแล้วผ่านการส่งต่อกันอย่าง ก าเริบเสิบสานของอารามเสวียนตู คาดว่าลู่เฉินคงจะต้องมีฉายาว่า “แพ้ครึ่งหนึ่ง” เพิ่มมาเป็ นแน่ อาจารย์ผู้เฒ่ายากจนสวมชุดลัทธิขงจื๊อกลับคารวะกลับคืนด้วย ขนบของลัทธิเต๋า “ที่ไหนกัน ที่ไหนกัน ก็แค่เจ้าลัทธิลู่ไม่สนใจ ชื่อเสียงจอมปลอมก็เท่านั้น ข้าคนนี้ไม่รู ้จักพูดจาหากตั้งใจทะเลาะกันขึ้นมาจริงๆ เจ้าลัทธิลู่ยอมให้ข้าหนึ่งมือหนึ่งเท้า ข้าก็ยังมิอาจ ต่อกรกับเจ้าลัทธิลู่ได้อยู่ดี” นี่คือได้เปรียบแล้วยังแสร ้งทาเป็ นไร ้เดียงสาอีกหรือ? ซิ่วไฉเฒ่าขยิบตาให้ลู่เฉิน ก่อนจะหันไปบอกกับพวกเฉินผิงอัน ว่าตนมีเรื่องจะคุยกับเจ้าลัทธิลู่เป็ นการส่วนตัว แล้วจึงกอดไหล่อีก ฝ่ ายพาเดินออกไปข้างนอก ซิ่วไฉเฒ่าตัวไม่สูงแต่ลู่เฉินกลับสูง เพรียว น่าสงสารเจ้าลัทธิลู่ที่ถูกซิ่วไฉเฒ่าลากออกไปหัวเอนตัวเอียง นักพรตนิสัยดีกับอาจารย์ผู้เฒ่าที่ไม่ยี่หระเรื่องใด ลาดับของแต่ ละฝ่ายในระบบของตัวเอง ดูเหมือนจะเป็ นอันดับสี่กันทั้งคู่ หนิงจี๋มีนงงอยู่บ้าง เพียงแค่เพราะชื่อของลู่เฉินกับสถานะเจ้า ลัทธิของป๋ ายอวี้จิง ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่เมืองหลวงแคว้นอวี้เซวียน “นักพรตอู๋ตี” ได้อธิบายให้เด็กหนุ่ มฟังมาก่อนเนื่องจากเคย ยกตัวอย่างอย่างหนึ่งที่หนิงจี๋ฟังเข้าใจ ดังนั้นตอนนี้หนิงจี๋จึงพอจะรู ้ ถึงน้าหนัก “บนภูเขา” ของลู่เฉินอย่างชัดเจนแล้ว พูดง่ายๆ ก็คือลู่ เฉินคือบุคคลยิ่งใหญ่ที่มีน้อยจนนับนิ้วได้บนโลกมนุษย์ เพียงแต่ไม่รู ้ ว่าเหตุใด นักพรตลู่ที่บ้านเกิดอยู่ที่นี่กลับมีพื้นที่ประกอบพิธีกรรมอยู่ ที่นครหนันหัวแห่งป๋ ายอวี้จิง สูงศักดิ์เป็ นถึงหนึ่งในเจ้าลัทธิของลัทธิ เต๋า ถ้าอย่างนั้นอาจารย์ปู่ บ้านตนที่เพิ่งพบเจอหน้ากันครั้งนี้กลับดู เหมือนว่าจะยึดครองความได้เปรียบนักพรตลู่ไปเสียทุกเรื่อง?ก่อนหน้านี้เฉินผิงอันดื่มน้าชากราบอาจารย์ไปแล้ว หากนับ ตามล าดับอาวุโส อาจารย์ผู้เฒ่าที่อาจารย์เรียกว่าอาจารย์ ถูกเจ้า ลัทธิลู่เรียกว่าซิ่วไฉเฒ่าผู้นี้ก็คืออาจารย์ปู่ของหนิงจี๋แล้ว หนิงจี๋กดเสียงต่าถามอย่างประหลาดใจ “ทะเลาะ?” เฉินผิงอันอธิบายด้วยรอยยิ้ม “อาจารย์จงใจพูดให้สบายๆ อันที่ จริงคือการโต้วาทีที่จริงจังครั้งหนึ่ง อาจารย์กับลู่เฉินต่างก็เคยเข้า ร่วมการโต้วาทีของสามลัทธิขงจื้อพุทธเต๋าที่จะจัดขึ้นทุกร ้อยปี แต่ กลับไม่ใช่การโต้วาทีครั้งเดียวกัน พวกเขาคนหนึ่งปิดท้าย อีกคน หนึ่งเปิ ดฉาก ล้วนชนะได้ใจผู้คน เพียงแต่ภายหลังขอบเขตและ สถานะของพวกเขาล้วนสูงขึ้นแล้ว ตามกฎจะไม่อาจเข้าร่วมการ โต้วาทีได้อีก ดังนั้นจึงไม่เคยได้เจอกันเสียที” หนิงจี๋ถามต่อ “อาจารย์ ผลลัพธ ์จากการที่อาจารย์ปู่กับนักพรต ลู่โต้วาทีกันจะเป็ นอย่างไร?” เฉินผิงอันหยุดคิดครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยคาพูดเป็ นธรรมที่ไม่เข้าข้าง ใคร “ไม่แน่เสมอไป แพ้ชนะบอกได้ยาก ค าพูดของลู่เฉินมีพลังเต็ม ไปด้วยอิสระ เชี่ยวชาญการเอ่ยคาพูดที่แฝงไปด้วยความหมายมาก ที่สุด ไม่มีหนึ่งใน พลังอานาจยิ่งใหญ่ไร ้คนทัดเทียมได้อย่างแท้จริง ก็ เหมือนฝนที่ตกกระหน่าลงมาจากฟากฟ้ า หากมนุษย์ธรรมดาอยู่ข้าง นอกก็คือไม่มีที่ให้หลบเลี่ยง แต่หากเป็ นศัตรูกับเขาจะเหมือน เผชิญหน้ากับน้าท่วมทานบ คนที่ยอมรับนับถือจากใจจริงจะเหมือน ได้เจอกับฝนรสหวานหลังจากที่เผชิญความแห้งแล้งมาเนิ่นนาน ทาให้ปลาที่อยู่บนพื้นดินแห้งขอดได้กลับสู่สายน้าอีกครั้ง อาจารย์ถก มรรคาอธิบายเหตุผลมีเส้นสายชัดเจน ลาดับขั้นตอนมั่นคง อีกทั้ง ความเฉียบแหลมทางด้านวรรณคดีก็ยอดเยี่ยมอย่างมากแต่กลับ ไม่ใช่ว่าใช ้ถ้อยค าได้อย่างสวยหรูงดงาม เหมือนว่าเขาได้ปูทางไว้อยู่ แล้วเบื้องหน้าคนรุ่นหลังก็แค่ต้องเดินตามไปอย่างมั่นคงเป็ นพอ” หนิงจี๋ฟังมาถึงตรงนี้ก็ถอนหายใจโล่งอก ทั้งหวังให้อาจารย์ปู่ มี ความรู ้ยิ่งใหญ่ โต้วาทีได้อย่างเก่งกาจ แต่ก็ไม่อยากให้เจ้าลัทธิลู่ต้อง แพ้ หากเสมอกันได้ย่อมดีที่สุด แต่ถ้าไม่ทะเลาะกันเลยกลับดียิ่งกว่าเฉินผิงอันยิ้มกล่าว “นับแต่โบราณมาคนที่มีความสามารถด้าน วรรณกรรมมักจะมีชะตาชีวิตยากล าบาก เมื่อก่อนอาจารย์สอน หนังสืออยู่ในตรอกเก่าโทรมนานหลายปียากจนข้นแค้น ทุกครั้งที่ซื้อ หนังสือหรือกระดาษพู่กันจะต้องคิดค านวณอย่างรอบคอบ ส่วนเจ้า ลัทธิลู่ตอนที่รับหน้าที่เป็ นชีหยวนลี่ก็เคยยากจนจนแทบไม่มีข้าวสาร กรอกปากหม้อ เคยขอยืมอาหารจากขุนนางเจียนเหอโหวในท้องถิ่น มาก่อนแม้จะพูดให้ฟังดูเรียบง่าย แต่อันที่จริงเมื่อครู่นี้เฉินผิงอันพูดด้วย ความรู ้สึกเคร่งเครียดอย่างมาก ไม่ได้เกินจริงแม้แต่น้อย เพียงแค่ เพราะหากอาจารย์กับลู่เฉินถกมรรคากันอย่างเป็ นทางการขึ้นมา สาหรับสองใต้หล้าแล้วจะต้องเกิดผลลัพธ ์ที่ยากเกินกว่าจะประมาณ การณ์ได้ ความบังเอิญเล็กๆ อย่างหนึ่งที่มองดูเหมือนว่าเหวินเซิ่งแห่ง ศาลบุ๋นกับเจ้าลัทธิลู่เฉินมาเจอกันโดยบังเอิญในโรงเรียนชนบทแห่งหนึ่ง แต่กลับจะนาพาความ “แน่นอน” นับไม่ถ้วนที่ส่งผลกระทบลึก ล้ายาวไกลมาให้กับเวลาพันปีข้างหน้าแน่นอนว่าเฉินผิงอันไม่ต้องการให้อาจารย์ต้องมาทะเลาะกับลู่ เฉินเพราะตัวเองในช่วงเวลาสาคัญที่ภูเขาสายน้าของสามลัทธิกาลังจะแตกแยก ออกไปนับไม่ถ้วน ลู่เฉินก็ยิ่งไม่ยินดีจะมีการถกมรรคากับเหวินเซิ่ง เพราะทั้งสองฝ่ ายต่างถูกลิขิตมาแล้วว่าจะไม่มีใครเป็ นผู้ชนะ มีแต่จะ บาดเจ็บกันทั้งคู่หากซิ่วไฉเฒ่าตัดสินใจอามหิตขึ้นมา อย่างน้อยก็สามารถถ่วง รั้งหรือถึงขั้นขัดขวางการผสานมรรคาขอบเขตสิบห้าของลู่เฉินได้ เลย แน่นอนว่าตัวเหวินเซิ่งเองก็ต้องจ่ายด้วยราคาที่เจ็บปวดสุดขีดสามารถทาเรื่องนี้ได้ มองไปทั่วหลายใต้หล้าก็ไม่ได้มีจานวนคน หนึ่งมือนับอะไรด้วยซ้า อย่างมากก็มีแค่คนสองคนเท่านั้น และบังเอิญ ที่ซิ่วไฉเฒ่าก็อยู่ในจานวนคนที่ว่านี้พอดีดังนั้นนับตั้งแต่คราวก่อนที่รีบร ้อนกลับจากนอกฟ้ ามายังใต้หล้า ไพศาลก็เป็ นการแสดงท่าทีที่แข็งกระด้างอย่างถึงที่สุดอย่างหนึ่งของ ซิ่วไฉเฒ่าที่มีเจ้าลัทธิลู่เฉิน หรือควรจะพูดให้ถูกต้องก็คือมีต่อป๋ ายอวี้ จิงทั้งแห่ง หรือมีต่อมรรคาจารย์เต๋าท่านนั้น อย่างมากข้าก็แค่ถูกย้าย เทวรูปออกไปจากศาลบุ๋น สูญเสียสถานะของผู้ที่ถูกตั้งบูชาอีกครั้งแต่ก็ต้องปกป้ องมรรคาให้กับลูกศิษย์คนสุดท้ายที่ยังเดินไปไม่ถึงยอด เขา ยังอยู่ระหว่างเส้นทางบนภูเขาให้จงได้เพียงแต่ว่าถึงอย่างไรอีกฝ่ ายก็คือลู่เฉินที่มีเรื่องเพิ่มมากหนึ่งเรื่อง ไม่สู้มีเรื่องน้อยลงหนึ่งเรื่อง นี่จึงเป็ นเหตุให้ซิ่วไฉเฒ่ากะน้าหนัก กะ แรงไฟได้อย่างดีเยี่ยม เจ้าไว้หน้าข้า ข้าก็จะไว้หน้าเจ้า นี่ถึงจะเรียกว่า เป็ นคนที่คลุกคลีอยู่ในยุทธภพพูดถึงแค่เรื่องที่ซิ่วไฉเฒ่าช่วยให้อวี่เสวียนผสานมรรคากับธาร ดวงดาวสาเร็จ จากนั้นงมเอาภาพลาธารนั้นมา ลัทธิเต๋าก็ดี ศาสนา เต๋าก็ช่าง สรุปก็คือตลอดทั้งสานักเต๋ล้วนต้องรับน้าใจครั้งนี้ นักพรต เต๋าทั่วไปที่ได้รับธรรมโองการสามารถนิ่งเฉยได้ เรื่องไม่เกี่ยวกับตนก็ วางตัวไว้สูงเหนือใคร แต่ลู่เฉินกับมรรคาจารย์เต๋าอาจารย์ของเขา สถานะวางอยู่ตรงนั้นแน่นอนว่ามิอาจไม่สนใจได้โต๊ะสุราเล็กๆ ตัวหนึ่ง ซิ่วไฉเฒ่านั่งอยู่ตรงข้ามกับลู่เฉิน ซิ่วไฉ เฒ่าหยิบเอาจอกเหล้าสองใบออกมาวางบนโต๊ะ หัวเราะร่าบอกให้เจ้า ลัทธิลู่เอาสุราดีของใต้หล้ามืดสลัวออกมาสองกา ลู่เฉินจึงหยิบสุรา เซียนสองกาที่มาจากหอป้ อวิ๋นและต าหนักหัวหยางภูเขาตี้เฝ่ยของป๋ า ยอวี้จิงออกมา รินใส่จอกทั้งสองจนเต็ม ซิ่วไฉเฒ่าเอ่ยชื่นชมอีกฝ่ าย ว่าจิตแห่งมรรคาดุจภูเขาที่ซุกซ่อนหยก ลู่เฉินจึงตอบกลับด้วย มารยาทอันดี แต่ไม่ได้พูดคาพูดดีๆ ถึงซิ่วไฉเฒ่าแต่พูดไปถึงเฉินผิง อันที่อยู่ในห้อง บอกว่าในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของตารา กลิ่น ต าราเหนือกว่าน้าใสใช ้เลี้ยงปลาปีนั้นหย่าเซิ่งเคยเดินทางไปเที่ยวเยือนใต้หล้ามืดสลัว นอกจาก ไปเพื่อเจรจาเรื่องที่เจ้าลัทธิใหญ่โค่วหมิงจะ “สลายมรรคา” อยู่ในใต้ หล้าไพศาลแล้ว อันที่จริงหย่าเซิ่งก็มีความตั้งใจที่จะถ่ายทอดมรรคา เปิดส านักศึกษาอยู่ในต่างบ้านต่างเมืองเช่นกัน เพียงแต่ว่าตอนนั้น คนที่นั่งบัญชาการณ์ป๋ ายอวี้จิงร ้อยปีคือเจ้าลัทธิอวี๋โต้ว และอวี๋โต้วก็ ไม่ชอบจัดการกิจธุระใดๆ เวลาส่วนใหญ่ล้วนอยู่ที่นอกฟ้ า คอยคุม เชิงอยู่กับพวกเทวบุตรมาร เดิมก็คร ้านจะมาพบหย่าเพิ่งอยู่แล้ว ดังนั้นจึงเป็ นเต้ากวานหลายท่านที่มีคุณธรรมมีชื่อเสียงสูงส่งที่มาร่วม ประชุมกับหย่าเซิ่งอย่างลับๆ จึงเจรจากันไม่สาเร็จ แต่ในความเป็ น จริงแล้วหากปีนั้นเต้ากวานของป๋ ายอวี้จิงสามารถอนุมานได้ถึงเรื่อง การสลายมรรคาของบรรพจารย์สามลัทธิจะต้องไม่มีทางปฏิเสธเรื่อง นี้อย่างแน่นอน ทุกวันนี้คนที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดแน่นอนว่า ต้องเป็ นใต้หล้าไพศาลที่ร ้อยสานักร ้องประชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมี วัดของลัทธิพุทธและอารามของลัทธิเต๋าอยู่ทั่วทุกหนแห่งดุจดอกไม้ เบ่งบานทั่วใต้หล้าการที่ปี นั้นเต้ากวานพวกนั้นไม่ได้ตอบตกลงกับหย่าเชิง นอกจากกังวลว่ากองกาลัง ของลัทธิขงจื๊อจะไปแตกกิ่งก้านสาขาอยู่ ในใต้หล้าของตัวเอง พอลุกลามแล้วก็มิอาจควบคุมได้อีก อันที่จริงยัง มีสาเหตุอีกอย่างหนึ่งที่ผู้ฝึกตนใหญ่คิดไปโน้นไปนี่ ยิ่งนานก็จะยิ่งอยู่ ไกลจากความจริง บางทีหากเปลี่ยนมาเป็ นคนอย่างเทพลาคลองเกา เนี่ยงที่เคยใช ้ชีวิตในวงการขุนนาง เคยฝึกปรือฝีมืออยู่ในที่ว่าการของทางการมาแล้ว ก็อาจจะกลายเป็ นว่าสามารถมองทะลุความจริง ได้ในปราดเดียว นั่นก็คือเพียงเพราะเจ้าลัทธิอวี๋โต้วไม่ได้ปรากฏตัว ทางฝั่งของป๋ ายอวี้จิงจึงคิดว่านี่ก็คือท่าทีของเจ้าลัทธิอวี๋แล้ว ใน เมื่ออวี๋โต้วไม่พยักหน้าตอบตกลง ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรให้ปรึกษา กันแล้วไม่ใช่หรือ?ลู่เฉินที่เป็ นหนึ่งในสองเจ้าลัทธิของป๋ ายอวี้จิงที่เหลืออยู่ แน่นอน ว่าสามารถกระตุ้นเรื่องนี้ให้สาเร็จได้ อย่างมากก็แค่ไปพูดเรื่องนี้กับ ศิษย์พี่อวี๋ที่นอกฟ้ าสักสองสามคา แล้วค่อยน าความไปบอกต่อกับห้า นครสิบสองหอเรือนของป๋ ายอวี้จิง ก็หนีไม่พ้นว่าต้องเดินทางเพิ่มอีก รอบหนึ่ง เพียงแต่ไม่รู ้ว่าเหตุใดลู่เฉินถึงได้แสร ้งทาเป็ นไม่รู ้เรื่องนี้ เอา แต่ออกไปเที่ยวเล่นอยู่ข้างนอก ไปหาเรื่องให้อารามเสวียนตูด่า หรือไม่ก็ไปขอกินขอดื่มจากพวกผู้ฝึกตนใหญ่อย่างเกากู อู๋ซวงเจี้ยง“ไม่ว่าใครก็ไม่สบายใจ เดินทางได้อย่างเอ้อระเหยลอยชาย ไป มาไร่ร่องรอย ไร ้เรื่องราวให้กล่าวถึงได้อย่างเจ้าลัทธิลู่”้