ตอนที่ 2755
บทที่ 1036.3 ย่อมต้องมีเส้นทางที่กว้างขวาง
October 21, 2026
และนี่ก็เป็ นการแหกกฎหาเรื่องใส่ตัวของลู่เฉินอย่างหนึ่ง นี่ เท่ากับว่าเขาไม่ได้มอบหนิงจี๋ที่ยกน้าชากราบอาจารย์เรียบร ้อยแล้ว ให้เฉินผิงอันดูแลอย่างเต็มตัว ก็หมายความว่าเมื่อมีความสัมพันธ ์ใน ขั้นนี้อยู่ วันหน้าการกระทาของหนิงจี๋ไม่ว่าจะดีหรือร ้าย ลู่เฉินก็ต้อง แบ่งผลกรรมไปส่วนหนึ่ง ลู่เฉินยิ้มกล่าว “ทางฝั่งของอาเภอหย่งเจียเมืองหลวงแคว้นอวี้เซ วียน เจ้าไม่ต้องเป็ นห่วง ท่านปู่ ของเจ้าเป็ นคนที่มีโชคในช่วงบั้น ปลาย” “หนิ งจี๋ ก่อนจะจากลากัน ผินเต้าก็ขอพูดกับเจ้าอย่าง ตรงไปตรงมาว่า ผู้ที่ขอวิชาความรู ้ สาคัญที่ปณิธานหาใช่ความรู ้ ผู้ที่ ฝึกบาเพ็ญตน สาคัญที่มรรคามิใช่เวทคาถา” “ผู้ฝึกลมปราณที่เพิ่งจะเดินขึ้นเขาฝึกตน ควรเริ่มฝึกบทภาวะ ภายใน ภายในก็คือหัวใจ ภาวะก็คือรูปร่าง ภาพลักษณ์ภายนอกก็ คือนอกเหนือจากฟ้ าดินเล็กร่างกายมนุษย์คือตะวันจันทราดารา ภูเขาสายน้า ก้อนเมฆแสงเงินแสงทอง สายฝนหิมะ คือหมื่นสรรพสิ่ง ภาพลักษณ์ภายในก็คือเลือดเนื้อ เส้นเอ็นกระดูก อวัยวะภายใน จิต วิญญาณซึ่งอยู่ในเนื้อหนังมังสาของพวกเรา หัวใจอยู่ในกาย ความคิดนิมิตภาพ ชะตาฟ้ าลิขิต การวางแผนการความลี้ลับระหว่างเรื่องพวกนี้มิอาจใช ้ถ้อยคามาบรรยายได้ วันหน้าต้องให้เจ้าไปทา ความเข้าใจด้วยตัวเองอย่างละเอียด” “อายุน้อยมีปณิธานยาวไกล จิตใจเต็มไปด้วยอุดมการณ์กล้า หาญ เขียนบทความหิมะขาว แน่นอนว่าเป็ นเรื่องดี แต่ต้องจาไว้ข้อ หนึ่งว่า เป็ นคนหากไร ้ซึ่งความใจกว้าง ในใจของเจ้าไม่มีที่ว่างเว้นให้ สาหรับผู้อื่น ถึงอย่างไรก็เป็ นแค่ความเห็นแก่ตัว เป็ นแค่เศษปลาย แห่งทักษะ เกรงว่าเส้นทางที่อยู่ใต้ฝ่าเท้ามีแต่จะยิ่งเดินยิ่งคับแคบ” อย่างแรกคือคาถาลับของลัทธิเต๋า อย่างหลังคือหลักการเหตุผล ของลัทธิขงจื๊อ สอนวิธีจับปลามิใช่เอาปลาไปมอบให้ ตอนเด็กเรียนหนังสือ ตอนเยาว์วัยฝึกตน ตั้งปณิธานมีเป้ าหมายล้วนเป็ นภารกิจที่สาคัญ อันดับหนึ่ง “คาว่าถ่ายทอดมรรคา อาจารย์พาเข้าสานักฝึกตนอยู่ที่ตัวเอง ค าว่าปกป้ องมรรคาก็เหมือนการพาใครไปจุดธูปที่วัด เดินผ่านประตู ภูเขาแล้ว ธูปยังต้องจุดด้วยตัวเอง ส่งกลิ่นหอมด้วยตัวเอง” ลู่เฉินชี้ไปที่ภูเขาซึ่งอยู่ห่างจากโรงเรียนไปไม่ไกล พูดด้วยสีหน้า จริงจังว่า “เคยเห็นภูเขาลูกนี้มาแล้ว รู ้สึกว่าทัศนียภาพของมันงดงาม มาก วันหน้าพอได้ไปเห็นภูเขาพือวิ๋นก็จะรู ้สึกว่าทิวทัศน์ของที่นั่น สวยกว่า นี่ดีมาก แต่หากรู ้สึกว่าภูเขาลูกนี้ไม่ได้ดีมากขนาดนั้นแล้ว จะดีจริงหรือ?”ลู่เฉินกระแอมหนึ่งที “ความหมายของผินเต้าก็คือวันหน้าหากได้ เห็นความดีของอาจารย์เฉินแล้วจะรู ้สึกว่าผินเต้าไม่มีอะไรดีเลย ไม่ได้” เฉินผิงอันให้การสนับสนุนดีเยี่ยม ยิ้มเอ่ยว่า “หนิงจี๋ แล้วก็ไม่ใช่ ว่าเคยเห็นมาดเทพเซียนที่ทั้งมรรคกถาทั้งวิชาอาคมล้วนสอดคล้อง ต้องกันของเจ้าลัทธิลู่แล้วจะรังเกียจว่าวิชาความรู ้ของอาจารย์ตัวเอง ตื้นเขินนะ” หนิงจี๋ยิ้มอย่างเขินอาย ลู่เฉินยิ้มถาม “พวกเจ้ารู ้หรือไม่ว่ายันต์แผ่นแรกบนโลกมนุษย์ คือสิ่งใด?” หนิงจี๋มึนงง ไม่เหมือนกับศิษย์น้องเล็กคนนี้ เนื่องจากจ้าวซู่เซี่ยผ่านการ กล่อมเกลาจากภูเขาลั่วพั่วมาแล้ว แล้วก็เคยเดินทางผ่านภูเขา สายน้าของสองทวีปมาก่อน ดังนั้นจ้าวซู่เซี่ยจึงเริ่มขมวดคิ้วครุ่นคิดลู่เฉินยิ้มเอ่ย “อยู่ไกลสุดขอบฟ้ าอยู่ใกล้เพียงตรงหน้า เห็นได้ชัด ว่าผินเต้าให้ค าตอบไปแล้วนี่นา”หนิงจี๋ยิ่งฉงนสนเท่ห์มากกว่าเดิม จ้าวซู่เชี่ยเงียบไม่เอ่ยอะไร เฉินผิงอันเดาค าตอบได้นานแล้วเมื่อก่อนเป็ นแค่การคาดเดาเท่านั้น แต่ในเมื่อลู่เฉินถามเช่นนี้ เฉินผิงอันก็มั่นใจแล้วค าตอบของลู่เฉินจะว่าเดายากก็เดายาก แต่จะบอกว่าง่ายก็ง่าย ก็คือ “เสียง”ยกตัวอย่างเช่นปากอมกฎสวรรค์ของอริยะปราชญ์ลัทธิขงจื๊อ เปล่งค าพูดคาถาตามติดของเจินเหรินลัทธิเต๋า และยังมีคาถาลับ สาปแช่งของลัทธิพุทธหนึ่งในยันต์ร่างแยกของเฉินผิงอัน บัณฑิตลัทธิขงจื๊ออายุมากที่ คัดคัมภีร ์อยู่ในวัดนิกายวินัยของเขตอวี๋โจว ทุกครั้งที่มีก้อนเมฆลอย ขึ้นมา เณรน้อยก็จะมาเคาะหน้าต่างเรียกแล้วพวกเขาก็จะไปที่ศาลา ริมหน้าผากลางภูเขาด้วยกัน“เฉินผิงอัน” คนนั้น ทุกครั้งที่ไปดูทะเลเมฆที่ผารวมเขียนก็มักจะ ตั้งท่าประหลาด ท่องพยางค์เสียงยาวเป็ นพรวนลู่เฉินยิ้มตาหยีสะบัดชายแขนเสื้อ ดีดนิ้วเบาๆ แต่เสียงดังกังวานในการมองเห็นของหนิงจี๋และจ้าวซู่เซี่ย เห็นเพียงว่ากลางอากาศ มีลายเส้นเล็กละเอียดที่เชื่อมต่อกันขึ้นๆ ลงๆ เหมือนภาพวาดลายน้า ที่ริ้วน้ากระเพื่อมเป็ นระลอกทาไมธรณีประตูของนักพรตสายยันต์ถึงสูงขนาดนั้น?เหตุผลนั้นเรียบง่ายมาก “นักพรต” ในใต้หล้าที่เหมาะกับการ วาดยันต์มากที่สุดในช่วงแรกเริ่มสุด อันที่จริงควรต้องเป็ นผู้ฝึกยุทธ เต็มตัวที่เดินบนเส้นทางขึ้นสวรรค์ด้วยร่างกายที่กลายเป็ นเทพเจ้าท าทุกอย่างส าเร็จได้ในรวดเดียว “หนิงจี๋ วันหน้าติดตามอยู่ข้างกายอาจารย์ของเจ้าก็สามารถ ศึกษาเรื่องศาสตร ์และการค านวณให้มากได้”ลู่เฉินเก็บภาพเหตุการณ์ผิดปกตินั้นมา ยิ้มเอ่ยแนะนาว่า “เมธี ร ้อยส านักประชันกันเป็ นภาพที่ยิ่งใหญ่งดงาม ในบรรดานั้นก็มีสานัก คานวณที่ทุ่มเทความคิดจิตใจไปบนหน้ากระดาษมากที่สุด น่า เสียดายที่สุดท้ายแล้วกลับมีสภาพการณ์ไม่ต่างจากสานักการค้า เท่าใดนัก ถูกมองว่าเป็ นวิชาปลายแถว นี่ไม่ถูกต้อง”สายของการค านวณ ในบรรดาลูกศิษย์ผู้สืบทอดของสายเหวิน เซิ่ง บางทีนอกจากเฉินผิงอันแล้ว คนอื่นๆ ที่เหลือก็ล้วนถือเป็ นยอด ฝีมือกันทั้งสิ้นชุยฉานและฉีจิ้งชุนต่างก็เป็ นคนประเภทที่มองปราดเดียวก็เห็น ไปถึงค าตอบแล้วพวกเขาถึงขั้นสามารถ “แก้ปัญหายาก’ หรือแม้กระทั่ง ‘ออก ปัญหายาก” ให้กับโลกใบนี้ได้้