ตอนที่ 2769
บทที่ 1041.2 บอกเล่าข่าวคราวของดอกเหมย
October 21, 2026
“ผลล่ะเป็ นเช่นไร พรวดๆๆๆ เดิมพันผิดฝั่ง เพียงไม่นานก็จบสิ้น พ่ายแพ้หมดท่า” “หากพัฒนาไปตามเส้นสายบางอย่างต่อไป เจ้าจะได้รู ้จักกับหลี่ ไหวก่อน ผ่านประสบการณ์บางอย่างมาแล้วค่อยเดินทางท่องไปใน อุตรกุรุทวีปพร ้อมกับหลี่ซีเซิ่ง แล้วเจ้าจะได้เจอกริชเล่มหนึ่งที่ แกะสลักค าว่า “จู๋ลู่” และนี่ยังเป็ นแค่หนึ่งในโชควาสนามากมายที่เจ้า ควรได้รับ” “ลองย้อนนึกอย่างละเอียดดูสิ ตอนที่เจ้าอายุยังน้อยได้ออกไป จากถนนฝูลู่ เคยได้เจอกับเด็กน้อยยากจนคนหนึ่งที่แข็งแรงมี ชีวิตชีวา บางทีตอนนั้นเขาอาจจะยังสวมกางเกงเปิ ดกันอยู่บ้าง หรือไม่? อืม ภายหลังเจ้าก็ได้เจอเขาแล้ว ผลคือก็ยังไม่ชอบอยู่ดี ไม่ ว่าอย่างไรก็ชอบไม่ลง” “ใช่แล้ว ช่วงแรกๆ เจ้าต้องติดตามอยู่ข้างกายหลี่เป่ าเจิน แน่นอน” “ข้าเดาว่าปี นั้นในจวนหลังใหญ่ของสกุลหลี่ เจ้าจะต้องชั่ง น้าหนักซ้าไปซ้ามา ความคิดตีกันอยู่ในหัว สุดท้ายก็เลือกคุณชาย รองที่ประมุขและฮูหยินล าเอียงรักเข้าข้างมากกว่าไม่ใช่คุณชายใหญ่ บางทีอาจเป็ นเพราะในชื่อของหลี่ซีเซิ่งไม่มีอักษร “เป่า” ก็เป็ นได้”“เพราะนี่ก็คือทัณฑ์ของเจ้า” “ความรู ้มากมายในชีวิตนี้ของพวกเราต่างก็ได้มาจากตาราที่ อ่านมาเมื่อชาติก่อน แน่นอนว่าในตารานอกตาราก็ล้วนเป็ นตารา ดังนั้นตาราที่พวกเราอ่านในชีวิตนี้ เป็ นทั้งการอ่านในตอนนี้ และยิ่ง เป็ นการอ่านให้กับชาติหน้า” “เพราะเมื่อชาติก่อนเจ้าฉลาดเช่นนี้ ฉลาดมากจริงๆ ความ ฉลาดนั้นสะสมต่อเนื่องสุดท้ายในช่วงเวลาหนึ่งก็ผลิดอกออกผล ชัก นาให้เจ้าเสียมากเพราะสิ่งเล็กน้อย ถึงได้พลาดโอกาสในการผสาน มรรคาที่เดิมที่ควรจะสมเหตุสมผลไป สุดท้ายกลับกลายมาเป็ น ความผิดมหันต์ นี่ยังเป็ นเพราะเจ้าลัทธิใหญ่แห่งป๋ ายอวี้จิงช่วยขอร ้อง แทนเจ้า จากนั้นช่วยแก้ไขความผิดให้กับเจ้า เจ้าถึงรอดพ้นจาก ความตายมาได้ เป็ นเหตุให้ชีวิตนี้ของเจ้าได้ย้อนกลับคืนมาอีกครั้ง ทั้งสามารถทาความดีชดใช ้ความผิด แล้วก็สามารถ…เป็ นเหมือนใน อดีตที่ผ่านมา” “ดูสิดู ก็เพราะเจ้าฉลาดเกินไป ฉลาดจนขาดไหวพริบ เวลานี้ใน ใจเริ่มเคียดแค้นผินเต้าแล้วว่าทาไมไม่ชี้แนะเจ้าให้เร็วกว่านี้ ทาไมถึง นิ่งดูดาย?” “เจ้าต้องรู ้นะว่าตอนที่ผินเต้าไปตั้งแผงอยู่ในถ้าสวรรค์หลีจู เจ้า อายุเท่าไรแล้ว? เจ้าคิดว่านิสัยใจคอของคนคนหนึ่งที่ถูกกาหนด มาแล้วสามารถเปลี่ยนแปลงได้ง่ายขนาดนั้นเลยหรือ? ไม่อย่างนั้นทาไมถึงได้มีคาโบราณบอกไว้ว่าสันดอนเปลี่ยนง่ายสันดานเปลี่ยน ยากเล่า?” “อีกอย่างผินเต้าก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเจ้าสักหน่อย เป็ นพ่อ ของเจ้าหรือ?” “เจ้ายังคงชอบโทษคนอื่นอยู่เสมอ ไม่เคยทบทวนหาปัญหาจาก ตัวเอง เจ้าที่เป็ นเช่นนี้ต่อให้ผินเต้าเข้าไปอยู่ในเมืองเล็กเร็วกว่าเดิม สักสิบปี…บางทีอาจจะได้ผลจริงๆ แต่น่าเสียดายที่ความสามารถของ ผินเต้าก็มีเล็กน้อยแค่นั้น แขนขาเล็กบาง เจ้าคิดว่าอยากจะเข้าไปอยู่ ในถ้าสวรรค์หลีจูก็เข้าไปได้เลยหรือ? เจ้าบอกว่าให้ช่วยเจ้าก็ช่วยได้ เลยหรือ? อีกอย่างมนุษย์อย่างพวกเราน่ะต้องมีเรื่องให้พบเจอเสมอ นั่นแหละ เมื่อเจอกับความยากลาบากแล้วก็เปลี่ยนความตั้งใจใหม่ เกิดความปรารถนา หวังให้ตัวเองโชคดี อยากให้ตัวเองเดินไปบน เส้นทางแล้วได้เจอผู้สูงศักดิ์ให้ความช่วยเหลือ สภาพจิตใจที่เป็ น เช่นนี้จะปล่อยให้เกิดขึ้นไม่ได้” “ในตาราอริยะปราชญ์ที่หลี่เป่าเจินอ่านต้องมีประโยคนี้แน่ “เมื่อ การกระท าไม่ได้ผลลัพธ ์ดั่งที่หวังควรต้องกลับมาทบทวนตัวเอง หา สาเหตุจากตัวเอง มีเพียงปฏิบัติชอบเที่ยงตรง คนในใต้หล้าย่อมยอม สวามิภักดิ์” แล้วนับประสาอะไรกับที่บนซุ้มก้ามปูของบ้านเกิดเจ้าก็มี ตัวอักษรสี่คาว่า “อย่าแสวงหาสิ่งนอกกาย” ด้วยไม่ใช่หรือ?” ลู่เฉินขยับเส้นสายตาไปอีกทาง ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “จูเหอหนอจู เหอ เจ้าคนนี้ไม่ว่าอะไรก็ดีไปหมด เป็ นคนซื่อสัตย์เที่ยงตรง จิตใจโอบอ้อมอารี มีเพียงข้อเดียวที่ต้องแก้ไข นิสัยที่ชอบยอมรับผิดแทน คนอื่น วันหน้าต้องเปลี่ยนได้แล้ว ล้อมคอกเมื่อวัวหายยังไม่สาย เกินไปบางที อาจจะ น่าจะกระมัง” บุรุษคนหนึ่งที่แก่ชราแล้ว จนถึงวันนี้ก็ยังรู ้สึกผิดเต็มหัวใจต่อ เด็กหนุ่มในปี นั้น ทั้งรู ้สึกดีใจกับผลสาเร็จที่เด็กหนุ่มตรอกหนีผิง ได้รับในภายหลังอย่างจริงใจ แต่กลับไม่กล้าเปิดเผยอารมณ์ที่แท้จริง ของตัวเองออกมาต่อหน้าบุตรสาวแม้แต่น้อย ดังนั้นหลายปีที่ผ่านมา นี้เขาจึงใช ้ชีวิตได้ไม่ง่ายเลย ลู่เฉินวางสองมือพาดกางไปบนราวรั้วแล้วตบเบาๆ เงยหน้ามอง ไปยังทิศไกล อะไรเรียกว่าโต๊ะเดิมพันสิ่งที่พวกเจ้าไม่ต้องการ ย่อมมีคนที่ต้องการจูลู่ถาม “เจ้าเป็ นใคร?”ลู่เฉินยิ้มเอ่ย “ผินเต้าแซ่ลู่ พูดไปในชื่อใหญ่ๆ คิดไปในจุดสูงๆ”น้าตาไหลอาบหน้าจูลู่โดยที่นางไม่รู ้ตัวแม้แต่น้อยลู่เฉินหัวเราะคิก “แม่นางจู ไม่ต้องร ้องไห้เสียใจถึงเพียงนี้ ล้อม คอกเมื่อวัวหายยังไม่สายเกินไป ไม่อย่างนั้นผินเต้าจะมาหาเจ้าทาไม บอกความจริงกับเจ้าเพียงแค่เพื่อให้เจ้าเสียใจจนไส้เขียวอย่างนั้นหรือ? ผินเต้าเป็ นบุคคลยิ่งใหญ่ที่มีน้อยจนนับนิ้วได้บนภูเขา ยุ่งมาก นัก!”สารถีเฒ่าร ้องเพ้ยเสียงดังผู้ฝึกตนใหญ่ที่มีน้อยจนนับนิ้วได้ในหลายใต้หล้า ประโยคนี้ไม่มี ปัญหาใดๆ แต่เจ้าลู่เฉินยุ่งอะไรนักหนาล่ะ?“ชีวิตคนต้องเดินไปทีละก้าว เหมือนอ่านหนังสือเขียนบทความที่ จ าเป็ นต้องขีดเขียนไปทีละเส้นอย่างจริงจังตั้งใจ เขียนอย่างสงบเยือก เย็น”ลู่เฉินยกเท้าข้างหนึ่งขึ้น ใช ้ปลายเท้าขยี้พื้นดินเบาๆ “บอกว่า สามขวบก็เห็นได้จนแก่สิ่งที่เห็นอันที่จริงก็เป็ นแค่ความชานาญและ ความไม่เชี่ยวชาญในการเขียนตัวอักษร ฝีเท้าที่ก้าวข้าก้าวเร็วของ แต่ละคนเท่านั้น โดยภาพรวมแล้วแม้จะไม่มองนิสัยใจคอ ความฉลาด ความโง่เขลาของคนก็ยังสามารถเห็นความโชคดีและผลส าเร็จของ คนคนหนึ่งได้ แล้วนับประสาอะไรกับที่หากตั้งใจจริงๆ คนโง่ยินดีที่จะ มองดู ยินดีจะเรียนรู ้การอยู่ร่วมกับสังคมของคนฉลาดให้มากหน่อย คนฉลาดก็ยินดีที่จะใช ้วิธีโง่ๆ ในการวางตัว ตามคากล่าวของบ้าน เกิดพวกเจ้า เมื่อฝึกปรือฝีมือจนถึงที่สุดก็ไม่มีทางถูกคนมองอย่าง ตายตัวแต่เนิ่นๆ เห็นผลสาเร็จไปอย่างช ้าๆ ย่อมมีสักวันที่จะสร ้างภาพ บรรยากาศอย่างใหม่ สามารถทาให้คนอื่นตกตะลึงอย่างหนัก ท าให้ คนอื่นตกใจสะดุ้งโหยง”ลู่เฉินยืดตัวขึ้นยืนตรง ยืดแขนบิดขี้เกียจ ยิ้มเอ่ยว่า “มีประโยค หนึ่งของคนผู้หนึ่งที่เอ่ยได้ดีมาก ลมมรสุมบรรยากาศเลวร ้าย ต้นหญ้ากลับยังเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ช่วยไม่ได้ทาได้เพียงแค่นี้ เท่านั้น เจ้า ข้า เขาและนาง ร่วมแรงร่วมใจกัน ร่วมแรงร่วมใจกัน”“เอาล่ะๆ อย่าใช ้สายตาเหมือนจะกินคนมองผินเต้าอีกเลย ผิน เต้าจะให้ทางเลือกและโอกาสกับเจ้าอีกครั้ง บอกลากับบิดาของเจ้า ดีๆ เสีย จากนั้นก็ติดตามผินเต้า….กลับบ้านเกิดไปด้วยกัน”“จูลู่ ผินเต้าพูดจาเปิดเผยกับเจ้าถึงขนาดนี้แล้ว คาพูดไม่น่าฟัง เอามาพูดกันก่อนหากเจ้ายังไม่รู ้จักถนอมเห็นค่าให้ดีได้ ผินเต้าก็คง ได้แต่ร ้องหึหึและหึหึเท่านั้นแล้ว!”ลู่เฉินยกชายแขนเสื้อข้างหนึ่งขึ้นโบก เอ่ยอย่างเกียจคร ้านว่า “รู ้ หรือไม่ว่านี่คืออะไร? ผินเต้าจะแนะนาเจ้าสักคาก็แล้วกัน ทางที่ดีที่สุด ชั่วชีวิตนี้ก็อย่าได้รู ้เลย”ผ่านการเดินทางร่วมกันมาตลอดเส้นทางนี้ ไทเฮาหนันจานค้น พบว่าตัวเองชอบคุยกับอวี๋อวี๋มาก จึงดึงเด็กสาวเข้าไปในห้องด้วยกัน ตอนที่นางเป็ นฝ่ ายรินน้าให้ อวี๋อวี๋ก็ถามคาถามที่คงมีเพียงนาง เท่านั้นที่ถึงจะถามได้ นางทาท่าแหงนหน้ากระดกดื่มน้า ถามเสียงเบา ว่า “ไทเฮา มีเหล้าของต าหนักฉางชุนหรือไม่? นั่งรถเหนื่อยนัก รู ้สึก ล้าบ้างแล้ว หากได้จิบเหล้าเล็กๆ น้อยๆ ให้กระปรี้กระเปร่าก็น่าจะคุย กับไทเฮาได้อีกนานเลย!”“มีเพียงดื่มเหล้าสักจอกถึงจะสดชื่นได้ ถ้าอย่างนั้นพวกเรามาใช ้ ชามดื่มเหล้ากันดีกว่า”หนันจานพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม หยิบเหล้าเซียนสองกาออกมา จากชายแขนเสื้อ จากนั้นก็ร่ายตราผนึกบทหนึ่ง ป้ องกันหน้าต่างมีหู ประตูมีช่อง ชนชามเหล้ากับเด็กสาวเบาๆ แล้วกระดกดื่มจนหมด สตรีเป็ นฝ่ ายเล่าเรื่องวงในในงานเลี้ยงสุราที่นางใช ้รับรอง “เฉินอิ่นก วาน” คราวก่อนด้วยตัวเอง แน่นอนว่าเป็ นขั้นตอนที่ผ่านการแก้ไข ปรับเปลี่ยนมาจากไทเฮาก่อนแล้ว เรื่องจริงเรื่องไม่จริงปะปนกันมั่วไป หมด ยกตัวอย่างเช่นนางบอกว่าตัวเองมีความจริงใจอย่างมาก ตอน นั้นเสนอ ‘ราคา” ที่สูงมากให้กับเฉินผิงอัน สกุลซ่งต้าหลียินดีจะทุ่มเท กาลังคนและทรัพย์สินอย่างเต็มที่เพื่อช่วยให้เขาเดินขึ้นสูงบน เส้นทางการฝึกตนกระทั่งถึงคอขวดขอบเขตบินทะยาน…หนันจานพูดไปพูดมาก็ตาแดงก่า ในดวงตามีประกายน้าตามา เอ่อคลอ นางจิบเหล้าหนึ่งอึก ผายฝ่ ามือออกมาปาดไปบนผิวโต๊ะ เบาๆ พึมพ าว่า “อวี๋อวี๋ เจ้าว่าถึงขนาดนี้แล้วท าไมถึงยังเจรจากันไม่ ส าเร็จอีกล่ะ”้