ตอนที่ 2770
บทที่ 1041.3 บอกเล่าข่าวคราวของดอกเหมย
October 21, 2026
นอกจากเจ้าเด็กลู่ไถผู้นั้นที่เป็ นคนเฉลียวฉลาดตรงไปตรงมา พูดจาตลกขบขัน อีกทั้งยังถือว่ากตัญญูอยู่บ้าง ก็ไม่มีใครที่ทาให้ บรรพบุรุษอย่างเขาวางใจได้อย่างแท้จริงเลย เจอกับเรื่องอะไรก็ชอบจุดธูปโขกหัวให้บรรพบุรุษ ท่านบรรพ บุรุษข้าเจอเรื่องแล้ว ขอโขกหัวให้พวกท่านได้หรือไม่? แค่นี้ก็ได้ผล แล้วหรือ? ในเมื่อถึงอย่างไรก็ไม่ได้ผล ใครจะโทษใครได้เล่า ลู่เจี้ยงแสร ้งทาเป็ นไม่ได้ยิน เพียงแค่โขกหัวแรงๆ ลู่เฉินยกม้านั่งตัวยาวมาแล้วนั่งลง ยกขาไขว่ห้าง ยิ้มเอ่ยว่า “พอ ได้แล้ว การโขกหัวที่ไม่มีความจริงใจเลยแม้แต่น้อยจะมีประโยชน์ ตรงที่ใด คิดว่าบรรพบุรุษที่อยู่ในภาพเหมือนล้วนตายไปจริงๆ แล้ว หรือไร?” ลู่เจี้ยงยังไม่ยอมฟัง เอาแต่โขกหัวต่อไป คงจะต้องการแสดง ความจริงใจ หน้าผากของนางจึงบวมแดงแล้ว ลู่เฉินตบเข่า เอ่ยว่า “กลัวเจ้าแล้ว ลุกขึ้นมาเถอะ จะไม่ให้เจ้า โขกหัวเปล่าๆ หรอก เพื่อให้เป็ นค่าตอบแทน ข้าจะบอกกล่าวกับลู่ เสินสักคา วันหน้าชื่อลู่เจี้ยงนี้ก็ให้ลบออกจากทาเนียบสกุลลู่ ข้าจะ นับถึงสาม หากยังไม่ลุกขึ้นอีก ข้าจะไปแล้ว ถือเสียว่าวันนี้ไม่ได้มา ที่นี่ส่วนเรื่องที่จะอาศัยลู่เจี้ยงมาตีสนิทกับข้า หนันจาน ระวังจะเป็ นเพียงฝันกลางวัน ถึงเวลากลายเป็ นการใช ้ตะกร ้าไม้ไผ่ตักน้า หนึ่ง สอง…” หนันจานลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ลู่เฉินยิ้มถาม “เดิมทีไม่ได้อยากมาที่นี่ เพียงแต่มีเรื่องหนึ่งที่ อยากรู ้มากจริงๆ ไหนลองมาว่าสิ เศษกระเบื้องแห่งชะตาชีวิตชิ้นนั้น เจ้าสั่งให้หยางฮวาเอาไปวางไว้ที่ไหน?” หนันจานไม่กล้าปิดบังแม้แต่น้อย พูดเสียงสั่นที่ยังแฝงไว้ด้วยการ ถอนสะอื้น “ตอบท่านบรรพ…เจ้าลัทธิลู่ กระเบื้องแห่งชะตาชีวิตชิ้น นั้น ข้าได้ให้หยางฮวาแอบนาไปวางไว้ในบ้านข้างๆ บ้านบรรพบุรุษ ตรอกหนีผิงของเฉินผิงอันแล้ว” “อ้อ?” ดวงตาลู่เฉินเป็ นประกายวาบ หัวเราะปากกว้าง “บ้านข้างๆ ข้าง ซ ้ายหรือข้างขวา?” หนันจานกล่าว “อยู่ในลิ้นชักในห้องหนังสือของซึ่งมู่ เหน็บอยู่ใน ต าราประถมวัยเล่มหนึ่ง” ดูเหมือนลู่เฉินจะรู ้สึกผิดหวังอยู่บ้าง เขาเบ้ปาก ลุกขึ้นยืน “กลับ ดีกว่า กลับดีกว่า” หนันจานท าท่าจะพูดแต่ไม่พูดลู่เฉินยื่นนิ้วออกมาเคาะที่หางตา ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “หนันจาน จะ มอบอีกประโยคหนึ่งให้เจ้าเพิ่มเติม อย่าได้ด่าเฉินผิงอันในใจอีก อัน ที่จริงเขาได้ยิน ก็แค่คร ้านจะสนใจเท่านั้น” หนันจานเหมือนถูกฟ้ าผ่าคาที่ คราวนี้นางอึ้งตะลึงจริงๆ ความจาและความสามารถในการอดทนข่มกลั้น โดยเฉพาะเรื่อง ของความเจ้าคิดเจ้าแค้น เจ้าหมอนั่นทาให้หนันจานต้องมองเขาเสีย ใหม่จริงๆ ลู่เฉินหัวเราะร่า “เจ้าก็เชื่อจริงๆ หรือ”หนันจานมึนงงลู่เฉินพยักหน้าอยู่กับตัวเอง “เชื่อได้นะ”“ไม่เชื่อก็อาจจะเจอเรื่องลาบาก เชื่อแล้วกลับไม่เสียเปรียบแม้แต่ น้อย กลับกันยังจะได้กาไรด้วย ทาไมจะไม่เชื่อล่ะ”ลู่เฉินถีบม้านั่งยาวกลับไปที่เดิม “ความรู ้ในใต้หล้า ล่องเรือยาม ราตรีเป็ นเรื่องยากที่สุด”พาจูลู่มองเมินผนังและกาแพงเดินตรงดิ่งไปตลอดทาง ลู่เฉินสอด สองมือไว้ในชายแขนเสื้อ “ผินเต้าไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้อย่างมาก”“ในความเห็นของข้า เรื่องที่ยากที่สุดก็คือค้อมเอวเก็บเงินที่ร่วง อยู่เต็มพื้น”“ทั้งๆ ที่แค่ก้มเก็บก็พอ แต่กลับไม่มีใครยอมเก็บ ไม่ยอมให้มันมา อยู่ในกระเป๋ าของตัวเอง วิถีทางโลกใบนี้เดิมทีทุกคนควรมีเงินหมื่นก้ วนร ้อยเอว มีงูมีมังกรบนพื้นพสุธาอยู่ทั่วทุกหนแห่ง จะมีอะไรแปลก กันเล่า”“สหาย เจ้ารู ้หรือไม่ว่าหากเงินเหรียญทองแดงที่อยู่บนพื้นมีความหมายแฝงอยู่ มันจะคืออะไร?”แสงสว่างเปล่งวาบขึ้นมาในหัวของจูลู่ แต่จากนั้นสีหน้าของนาง ก็เปลี่ยนมาเป็ นหม่นหมอง พึมพ าเบาๆ ว่า “หลักการเหตุผล”“พูดอย่างนี้ก็ไม่ผิด”ลู่เฉินหัวเราะ “ที่แท้เจ้าก็รู ้ด้วยหรือ” สวรรค์เป็ นใจ ให้โอกาสพวกเราได้ท าผิด “ก้าวเดินเนิบช ้า ในใจขัดแย้ง กลับแล้ว กลับแล้ว”ลู่เฉินยืดแขนบิดขี้เกียจ “นักพรตในภูเขาบอกเล่าข่าวคราวของ ดอกเหมย”……พื้นที่ชานเมืองหลวงแคว้นชิงซิ่ง อารามเต๋าเงียบสงบแห่งหนึ่งที่ เต็มไปด้วยต้นป่ ายโบราณ หน้าประตูเงียบเหงาวังเวงราวกับว่าไม่มี ใครมาจุดธูปที่นี่ถึงอย่างไรเฉิงเฉียนก็เป็ นแค่เจินเหรินผู้พิทักษ์แคว้น ไม่ได้รับ หน้าที่เป็ นราชครู มาฝึกตนอย่างเงียบสงบอยู่ที่นี่ อยู่ห่างจากความ ขัดแย้งในวงการขุนนางก็เหมาะสมอย่างถึงที่สุดหลายวันมานี้เวินจื่อซี่รักษาตัวอยู่ในอารามเต๋าอย่างสงบเจินเหรินผู้เฒ่าเฉิงที่มีรูปโฉมเป็ นเด็กน้อย วันนี้อาบน้า ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าไปจุดธูปสามดอกที่โถงบรรพจารย์ควันสีม่วงลอย กรุ่นขึ้นสูง จากนั้นสตรีคนหนึ่งก็เดินออกมาจากภาพวาด ก็คือบรรพ จารย์ต้งถิง เจ้าต าหนักหลิงเฟยพวกเขาเดินออกมาจากศาลบรรพชนด้วยกัน เฉิงเฉียนเล่า เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาให้บรรพจารย์เซียงจวินฟัง อย่างละเอียด ที่แท้ก่อนหน้านี้ไม่นานจู่ๆ ก็มีคนผู้หนึ่งออกมาปั่นป่วน สถานการณ์ ดูจากท่าทางแล้วคือต้องการช่วงชิงอาณาเขตของภูเขา เหอฮวานกับอารามหลิงเฟยนอกจากฮ่องเต้สกุลหลิ่วแคว้นชิงซิ่งแล้ว จักรพรรดิอีกสองแคว้น ที่อยู่โดยรอบภูเขาเหอฮวานต่างก็มีลางว่าจะเปลี่ยนใจเฉิงเฉียนกล่าว “กลุ่มคนสามคน ตอนนี้อยู่ในวังหลวงของเมือง หลวง ต้องการจะปรึกษาเรื่องซื้อภูเขากับฮ่องเต้ ในวังส่งข่าวแจ้งเรื่อง นี้มาที่อาราม”