ตอนที่ 2771
บทที่ 1041.4 บอกเล่าข่าวคราวของดอกเหมย
October 21, 2026
สาวใช ้ข้างกายที่ใช ้นามแฝงว่าหลิงเยี่ยน ฉายาว่าชุนเซียวปิด ปากหัวเราะคิก คนที่อ่านตารามาก่อน พูดจากระทบกระเทียบเหน็บแนมกันเก่ง ขนาดนี้เชียวหรือ? ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคัก เวินจื่อซี่ก็ขยับสายตามองไปทางหลิง เยี่ยนที่อยู่ในรูปลักษณ์ของสาวใช ้ พริบตานั้นดวงตาของเวินจื่อซี่ก็พร่าเลือน จิตใจไม่มั่นคง จิต แห่งมรรคาจมสู่หลุมน้าแข็ง โคจรลมปราณได้ไม่ราบรื่น หน้าแดงก่า โชคดีที่เพียงไม่นานก็กลับคืนมาเป็ นปกติ เพียงแต่ว่าบนหน้าผาก ของเขามีเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดซึม กู้ช่านมอง “ใบหน้า” ของหลิงเยี่ยนในเวลานี้แล้วเขาพลันหรี่ตา ลง ถอนสายตากลับมาใช ้เสียงในใจเอ่ยด้วยน้าเสียงคลุมเครือว่า “บรรพจารย์เซียงจวิน ผู้ฝึกลมปราณที่มีคุณสมบัติอย่างเวินจื่อซี่ผู้นี้ ไม่ว่าส านักแห่งใดก็ล้วนจะต้องอบรมปลูกฝังให้ดี ลมบนภูเขาพัดแรง เส้นทางภูเขาคดเคี้ยว อย่าให้กลายเป็ นว่าไม่ทันระวังคิดจะตายไป ก่อนวัยอันควรก็ตายไปเสียล่ะ” เซียงจวินกล่าวด้วยสีหน้าเฉยชา “เจ้าก าลังข่มขู่ข้าอยู่หรือ?” ้ กู้ช่านส่ายหน้า “ผู้เยาว์ก็แค่พูดความจริง ใช ้เหตุผลคุยกัน บอก ให้รู ้ถึงความเป็ นไปได้” “แล้วนับประสาอะไรกับที่ขอแค่ท่านและข้าไม่หากาลังเสริม หมุน ตัวกลับได้ก็ไปหาอาจารย์ ท่านคิดว่าข้าจาเป็ นต้องเปลืองน้าลายพูด กับท่านด้วยหรือ? เดิมทีก็เป็ นแค่การค้าเท่านั้น แค่แข่งกันว่าเงินมาก หรือน้อย วันนี้มาที่นี่ก็ถือว่าข้าไว้หน้าตาหนักหลิงเฟยและเฉาเทียนจ วินมากแล้ว” “ภูเขาเหอฮวาน ทะเลสาบซูเจี่ยนน้อย? หากยังเป็ นทะเลสาบซู เจี่ยนจริงๆ เขียนสัญญาเป็ นตายแค่ฉบับเดียว หึหึ ข้าผู้อาวุโสก็จะ เด็ดหัวพวกเจ้าเสีย” หันเชี่ยวเซ่อขอบเขตสูงที่สุด ทั้งยังเป็ นผู้ฝึ กตนใหญ่ที่มีอยู่ไม่ มากของนครจักรพรรดิขาว นางได้ยินบทสนทนาของทั้งสองฝ่ ายก็ อดจุ๊ปาก ใช ้เสียงในใจสอบถามหลิงเยี่ยนไม่ได้ว่า “ไหนบอกว่าจะ พูดคุยกับเซียงจวินดีๆ อย่างไรล่ะ ท าไมพอถึงเวลาเข้าจริงกลับ เปลี่ยนใจเสียได้ นี่ไม่เหมือนกู้ช่านแล้วนะ” หลิงเยี่ยนใช ้เสียงในใจตอบกลับด้วยน้าเสียงหวานหยด “ดู เหมือนนายท่านจะอาศัยดวงตาของเวินจื่อซี่ไปมองเห็นคนรู ้จักคน หนึ่ง และคนผู้นี้ก็มีความสัมพันธ ์ที่ไม่ตื้นเขินกับคนผู้นั้น เขาก็เลย โกรธ โกรธมากๆ เลยล่ะ แน่นอนว่านี่ก็เกี่ยวข้องกับการที่นายท่าน ต่อสู้อย่างดุเดือดกับพวกเราที่เปลี่ยวร ้าง แล้วยังไปต่อสู้กับเฉาสืออีก สองครั้งอย่างโง่เง่า เป็ นการเพิ่มบาดแผลลงบนบาดแผล จิตแห่ง ้ มรรคาจึงไม่มั่นคงอย่างเลี่ยงไม่ได้ บวกกับที่เลื่อนจากขอบเขตหยก ดิบไปเป็ นขอบเขตเซียนเหริน เดิมทีก็เป็ นประสบการณ์บนเส้นทาง หัวใจที่ “แสวงหาความจริง” อย่างหนึ่งอยู่แล้ว ความเกี่ยวข้องนี้จึง ขยายใหญ่มากกว่าเดิม” หันเชี่ยวเซ่อยิ้มกล่าว “นังแพศยาน้อยเข้าใจกู้ช่านขนาดนี้เชียว หรือ?” หลิงเยี่ยนหัวเราะคิก “อย่าพูดจาไม่น่าฟังแบบนี้สิ ไม่แน่ว่าวัน หน้าข้าต้องเรียกท่านว่าพี่สาวนะ วางใจเถอะ ท่านสามารถเป็ นเมีย หลัก ส่วนข้าเป็ นเมียรองได้” หันเชี่ยวเซ่อขยับเท้ามายืนอยู่ข้างหลิงเยี่ยน กุมลาคอที่ขาว เนียนลื่นมือของนางแล้วเขย่า “นังเด็กบ้า พูดจาปากไร ้หูรูดนักรี? ใน ปากมีแต่อาจม ใช ้ปากถ่ายแทนทวารหรือไร” พริบตานั้นบรรยากาศในห้องก็อบอวลไปด้วยปราณสังหารที่ คล้ายกลายเป็ นสิ่งที่จับต้องได้จริง หลิงเยี่ยนหดคอ ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยวิงวอน เฉิงเฉียนตกตะลึงอยู่บ้าง นี่คือตีกันเองแล้วหรือ? ไม่เสียแรงที่เป็ นผู้ฝึกตนที่เดินออกมาจากนครจักรพรรดิขาว กู้ช่านกล่าว “กาลังคุยเรื่องเป็ นการเป็ นงาน” ้ หันเชี่ยวเซ่อปล่อยนิ้วมือออก หลิงเยี่ยนนวดลาคอ เปิดปากเอ่ย อย่างขลาดๆ ว่า “นายท่าน จะโทษข้าไม่ได้นะ เป็ นอาจารย์อาหญิง ของท่านที่รังแกผู้อื่น” เวินจื่อซี่ขวัญกระเจิง เฉิงเฉียนได้ยินแล้วกลับหน้าซีดขาวไปเล็กน้อยอาจารย์อาหญิงของกู้ช่านก็ไม่ใช่ศิษย์น้องหญิงของอาจารย์เจิ้ง แห่งนครจักรพรรดิขาว เซียนเหรินหันเชี่ยวเซ่อหรอกหรือ?!บนภูเขา ผู้ฝึ กลมปราณในบางขอบเขตจะถูกเรียกว่าเป็ นผู้ที่ โดดเด่นได้หรือไม่ อันที่จริงธรณีประตูก็เรียบง่ายมาก ก็คือจะมองเป็ น ผู้ฝึกกระบี่คนหนึ่งได้หรือไม่บรรพจารย์ต าหนักหลิงเฟย เฉาหรงเทียนจวินแห่งลัทธิเต๋า แน่ นอนว่าต้องอยู่ในอันดับนี้ด้วย ส่วนหันเชี่ยวเซ่อแห่งนคร จักรพรรดิขาวนั้นก็อยู่ในอันดับนี้ได้เช่นเดียวกันบนภูเขามีข่าวลือเล็กๆ ที่ไร ้หลักฐานให้ตามหา เล่าลือกันว่าหัน เชี่ยวเซ่อเคยสาบานว่าจะต้องฝึกเวทคาถาบนมหามรรคาให้ได้สิบ สองชนิด และทุกเส้นทางที่นางเลือกออกมาล้วนเป็ นเส้นทางเดินขึ้น เขาที่ผู้ฝึกตนทาเนียบของนครจักรพรรดิขาวได้แต่มองเท่านั้น ไม่ว่า ข่าวลือจะจริงหรือเท็จ โลกภายนอกก็มีความเห็นร่วมกันอย่างหนึ่งว่า หันเชี่ยวเซ่อต้องสามารถเลื่อนเป็ นขอบเขตบินทะยานได้แน่นอน้เซียงจวินยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “จะยกอาณาเขตภูเขาเหอฮวานให้เจ้า ก็แล้วกัน สหายกู้จะได้ไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินฝนธัญพืชมากมายขนาด นั้น”กู้ช่านรู ้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ลังเลไปชั่วขณะ ก่อนจะหยิบเงิน ฝนธัญพืชเหรียญหนึ่งออกมาจากชายแขนเสื้อ ใช ้สองนิ้วคีบเอาไว้ เดินตรงดิ่งเข้าไปในห้อง เท้าไม่สัมผัสพื้น ไปนั่งยองอยู่ข้างกระดาน หมาก คีบหมากเม็ดหนึ่งมาจากโถเก็บเม็ดหมากฝั่งของเฉิงเฉียน วางลงบนกระดานหมาก ก่อนจะนาเงินฝนธัญพืชเหรียญนั้นวางลง บนขอบของกระดานหมาก เงยหน้าขึ้นยิ้มเอ่ย “ถือเสียว่ากู้ช่านติด ค้างน้าใจตาหนักหลิงเฟยของพวกเจ้าครั้งหนึ่ง พวกเจ้าจะใช ้น้าใจ ครั้งนี้หรือไม่ ข้าล้วนจดจาไว้ในใจ มหามรรคาสูงและยาวไกล เรื่องราวบนโลกแปรปรวนไม่แน่นอน ปณิธานอยู่ที่บินทะยานมานาน อย่างเฉาเทียนจวินก็ดี บรรพจารย์เซียงจวินที่เกินครึ่งน่าจะต้องไปฝึก ตนพิสูจน์มรรคาที่ป๋ ายอวี้จิงก็ช่าง หรือเวินจื่อซี่ที่จะได้เป็ นเจ้า ตาหนักคนถัดไปหรือไม่ยังบอกได้ยาก พานพบกันในภูเขาสายน้า ย่อมมีโอกาสได้กลับมาพบกันใหม่”กู้ช่านหยุดชะงักไปครู่หนึ่งก็ยิ้มเอ่ยว่า “ต้องให้ผู้เยาว์ช่วยบีบเงิน ฝนธัญพืชเหรียญนี้ให้แตกแทน เพื่อที่ตาไม่เห็นใจจะได้ไม่หงุดหงิด หรือไม่?”รอยยิ้มของเซียงจวินยังคงเดิม ส่ายหน้ากล่าว “ไม่จ าเป็ น เก็บไว้ ก็แล้วกัน ก็เหมือนอย่างที่เจ้าพูด ในอนาคตไม่ว่าข้าไปที่นคร้จักรพรรดิขาว หรือเจ้าไปที่ป๋ ายอวี้จิง เชื่อว่าจะต้องมีโอกาสได้พบ เจอกันอีกแน่”ดวงตาคู่นั้นของกู้ช่านฉายประกายเร่าร ้อนดุจเปลวเพลิงสองกอง จ้องเขม็งไปยังนักพรตหญิงที่มีฉายาว่าต้งถึงผู้นี้เซียงจวินกลับต้องขยับสายตาเบนไปทางอื่นตามจิตใต้สานึก คล้ายต้องการจะหลบเลี่ยงประกายเฉียบคมของอีกฝ่ายเพียงแต่ไม่รอให้นางแสดงท่าที กู้ช่านก็ลุกขึ้นยืนพร ้อมคลี่ยิ้ม เดินออกไปจากห้องแล้วหันกลับมาประสานมือคารวะแล้ว “ผู้เยาว์เสีย มารยาท ล่วงเกินแล้ว”หลังออกมาจากอารามเต๋า หันเชี่ยวเซ่อก็ถามว่า “เสี่ยวซ่าน คิด ดีแล้วหรือที่จะมาสร ้างส านักอยู่ที่นี่?”กู้ช่านส่ายหน้า “ยังคิดไม่ตก ถึงอย่างไรก็แค่ซื้อที่ดินแห่งหนึ่ง เอาไว้ ค่าใช ้จ่ายก็ไม่ได้สูงเท่าไร”หันเชี่ยวเซ่อยิ้มถาม “หืม?”กู้ช่านหัวเราะไม่ได้ร ้องไห้ไม่ออก “ไม่ได้หมายความอย่างนั้น ท่านคิดอะไรอยู่น่ะ”อันที่จริงหันเชี่ยวเซ่อไม่สนใจเรื่องความรักชายหญิงเลยแม้แต่ น้อย ก็แค่รู ้สึกสงสารกู้ช่าน้ปี นั้นกู้ช่านปิ ดด่านเลื่อนจากขอบเขตก่อกาเนิดเป็ นขอบเขต หยกดิบ ผู้ที่ช่วยคุ้มกันด่านให้เขาก็คือหันเชี่ยวเซ่อเคยล้มเหลวไปหนึ่งครั้ง แต่ที่ยิ่งทาให้หันเชี่ยวเซ่อกลัดกลุ้ม มากกว่าก็คือหลังจากนางเปิดประตูกลับได้เห็นว่าชายหนุ่มที่รูปร่าง ผอมแห้งคนนั้นมีน้ามูกน้าตาเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้าส่วนจิตมารของกู้ช่านคืออะไร อันที่จริงหันเชี่ยวเซ่อเดาได้ตั้ง นานแล้วตอนนั้นคนหนุ่มที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะรองนั่ง สองมือกาเป็ น หมัดวางอยู่บนหัวเข่าพึมพากับตัวเองคล้ายคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับ ตัว“ข้าไม่ชอบ….หลักการเหตุผลพวกนี้ ข้าก็แค่เอาชนะพวกมัน ไม่ได้ ข้าก็เลยได้แต่ก้มหัวยอมแพ้ให้กับพวกมัน้์้้