ตอนที่ 2781
บทที่ 1044.1 เหนือศีรษะขึ้นไปสามจื่อมีใครอยู่
October 21, 2026
เฉินผิงอันคิดว่าตัวเองยังเข้าใจนิสัยของฮ่องเต้ซ่งเหออยู่บ้าง ดังนั้นการที่อีกฝ่ายมาหาที่โรงเรียนด้วยตัวเอง เขาจึงไม่ค่อยแปลกใจ นัก กลับกันยังรู ้สึกว่าสมเหตุสมผลดีแล้วแน่นอนว่าเฉินผิงอันไม่มี ความคิดที่ว่าเชิญสามครั้งปฏิเสธสามครั้งอะไร เพียงแต่ไม่ว่าอย่างไร ก็คิดไม่ถึงว่ากลุ่มของซ่งเหอจะนอนพักค้างแรมที่นี่ ดูจากท่าทางแล้ว ในเมื่อเจ้าเฉินผิงอันบอกแล้วว่าจะพิจารณาเรื่องนั้นตอนนั่งที่โต๊ะ อาหาร ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็จะรอคาตอบที่แน่ชัดจากเจ้า รอให้เจ้า พิจารณาเสร็จแล้วค่อยว่ากัน แบบนี้ไม่ถือว่าเล่นแง่หรอกหรือ แรกเริ่มเฉินผิงอันยังไม่รู ้เรื่องนี้ ก่อนหน้านี้กินข้าวกันไปแล้วเขา ก็แค่เดินไปส่งที่ประตูเรือนเท่านั้น คิดว่าเดี๋ยวพวกซ่งเหอก็คงไปพักที่ ตัวเมืองในอ าเภอหรือไม่ก็จังหวัดเหยียนโจวเอง พอจัดหาที่พักเสร็จเรียบร ้อย แน่นอนว่าล้วนเป็ นอวี๋เหมี่ยน และอวี๋อวี๋ที่ง่วนจัดการให้ ผู้ว่าเผยทงและแม่ทัพฉู่เหลียงก็พากันกลับ ที่ว่าการของใครของมันไปแล้ว รองเจ้ากรมจ้าวเหยาก็จากไปแล้ว เช่นกัน ซ่งเหอเดินเล่นอยู่ในหมู่บ้านเพียงล าพัง บ้านหลังเก่าของคน ที่มีฐานะยากจนล้วนทามาจากดินเหนียว ส่วนคนที่มีฐานะหน่อยก็จะ สร ้างบ้านด้วยผนังขาวกระเบื้องดา มีหลังคาเปิดอ้ารับน้าสี่ทิศเข้า มายังโถงเดียวกัน ในหมู่บ้านปูเส้นทางยาวด้วยหินเขียว ถูกรองเท้าล้อรถและกีบเท้าวัวเหยียบย่ากลับไปกลับมานานซ้าแล้วซ้าเล่าจน แวววาว พอแสงจันทร ์สาดส่องก็สว่างไสว คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านล้วนมีแซ่เดียวกัน คนแก่และเด็กต่างก็ นับเรียงกันตามล าดับอาวุโส ในชื่อจะมีตัวอักษรบางตัวอยู่ นั่นก็คือ การบอกถึงรุ่นล าดับอาวุโส ซ่งเหอออกจากบ้านมา เพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ลาพังแค่หมาพันธ ์ พื้นบ้านที่เห่าเขาก็ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว บอกตามตรง ในใจซ่งเหอรู ้สึก กลัดกลุ้มอยู่บ้าง เพราะกลัวว่าจะถูกกัดเข้าจริงๆ จะให้เขาไปต่อสู้กับ หมาแล้วเดินกะเผลกๆ กลับไปเจอหน้าทุกคนก็ไม่ได้ แบบนั้นคงน่า อายแย่ เดินไปเดินมา ซ่งเหอที่อกลั่นขวัญผวาอยู่บ้างก็พยายามหาวิธี แก้หน้าให้ตัวเองพลางกวาดตามองไปรอบๆ จากนั้นซ่งเหอก็เห็นเฉิน ผิงอันที่กาลังนั่งสูบยาสูบอยู่กับพวกผู้เฒ่าหน้าหมู่บ้าน อาจารย์สอน หนังสือที่สวมชุดกว้าตัวยาวสีเขียวมีท่าทางผ่อนคลายสบายอารมณ์ นั่งยกขาไขว่ห้างเผยให้เห็นรองเท้าผ้าส้นหนา เขาเอียงศีรษะน้อยๆ ไหล่ก็เอียงไปฟังพวกผู้เฒ่าที่อยู่ข้างๆ คุยเล่น คอยพยักหน้ารับด้วย รอยยิ้มเป็ นระยะ ดูจากท่าทางแล้ว แม้เฉินผิงอันจะเป็ นคนต่างถิ่น แต่ ก็คุยกับพวกคนในพื้นที่ได้ถูกคออย่างมาก ห่างไปไกลอีกหน่อยมีสตรีออกเรือนแล้วและเด็กสาวบางส่วนที่ กาลังพูดเรื่องสัพเพเหระในบ้าน ซ่งเหอเพียงแค่กวาดตามองไกลๆไม่กี่ทีก็สังเกตเห็นว่ามีเด็กสาวหลายคนที่มองดูคล้ายจะสนใจ อาจารย์สอนหนังสือที่บุคลิกสุภาพอ่อนโยน เห็นเงาร่างของซ่งเหอ เฉินผิงอันก็ส าลักควันยาสูบทันที จะดีจะ ชั่วก็เป็ นฮ่องเต้คนหนึ่งทาอะไรไร ้คุณธรรมขนาดนี้เชียวหรือ คิดว่า วันนี้คือคืนวันที่สามสิบของสิ้นปี ตัวเองมาทวงหนี้ถึงบ้านคนอื่นเขาก็ เลยเลือกหมูตากแห้งที่คนเขาตากไว้ในบ้านหรือไร? ซ่งเหอเห็นภาพนี้ก็กลั้นขา เดินไปนั่งลงข้างกายเฉินผิงอันเงียบๆ คาว่าเก้าอี้ยาว อันที่จริงก็เป็ นแค่ไม้กระดานแผ่นยาวแผ่นหนึ่งที่วาง พาดไว้บนก้อนอิฐสองก้อน น่าสงสารฮ่องเต้ทีกันครึ่งหนึ่งต้องลอยอยู่ กลางอากาศ เฉินผิงอันจึงได้แต่ขยับที่นั่งให้ซ่งเหอได้นั่งบ้าง ซ่งเหอฟังภาษาถิ่นพวกนี้ไม่เข้าใจ เฉินผิงอันก็ช่วยอธิบายให้ฟัง ที่แท้พวกเขากาลังคุยเรื่องใหญ่กัน เมื่อวานในหมู่บ้านมีผู้เฒ่าคน หนึ่งจากไป ถือเป็ นการเสียชีวิตอย่างสงบตามอายุขัย แต่เพียงแค่ เพราะผู้เฒ่าคนละแซ่กับคนในหมู่บ้าน ตามกฎและขนบธรรมเนียม ของที่นี่จึงไม่สามารถวางป้ ายวิญญาณไว้ในศาลบรรพชนของ หมู่บ้านได้ พวกผู้เยาว์ของผู้เฒ่าคนนั้นไม่พอใจ ป่าวประกาศว่าหาก ยังไม่เปิดประตูศาลบรรพชน คืนนี้พวกเขาจะพังประตูเข้าไป ใครกล้า ขัดขวาง ต่อให้ต้องตีคนพวกเขาก็จะเข้าไปให้ได้ซ่งเหอถาม “หากเป็ นอาจารย์เฉิน จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ อย่างไร?” เฉินผิงอันส่ายหน้ายิ้มเอ่ย “ฝ่ายหนึ่งก็มีใจกตัญญู ฝ่ายหนึ่งก็ยึด ขนบธรรมเนียม เรื่องแบบนี้จะยังแก้ไขอย่างไรได้อีก ไม่มีทาง แก้ปัญหาได้หรอก” เด็กหนุ่มไม่สวมรองเท้าคนหนึ่งตกปลาประหลาดมีหนวดยาว สองหนวดและหัวโตมากมาได้ตัวหนึ่งจากสระอูหนีที่ศักดิ์สิทธิ์ในเรื่อง ของการขอฝน ปลาตัวนี้เป็ นสีทองทั้งตัวยาวเท่าแขนข้างหนึ่งของ ผู้ใหญ่ มันขดตัวอยู่ในข้องปลาที่เด็กหนุ่มห้อยไว้ตรงเอว เดินผ่านหน้าหมู่บ้าน เฉินผิงอันเหลือบมองข้องปลาแล้วตะโกน เรียกชื่อเด็กหนุ่มคนนั้น กวักมือเรียกเด็กหนุ่มเดินเร็วๆ มาหาเฉินผิงอัน เอ่ยเรียกว่าอาจารย์เฉินเฉินผิงอันผงกศีรษะยิ้มให้ ก่อนจะใช ้กระบอกยาสูบไม้ไผ่ในมือ เขี่ยไปที่ข้องปลา เด็กหนุ่มมองซ่งเหอที่อยู่ข้างกายเฉินผิงอันแวบ หนึ่ง เข้าใจผิดคิดว่าคืนนี้อาจารย์ของตนจะต้องเปิดเตาเล็กรับรอง แขกเพื่อกินอาหารมื้อค่าอะไร เด็กหนุ่มจึงปลดข้องปลาตรงเอวลงมา ยื่นส่งให้เฉินผิงอันอย่างไม่ลังเลเฉินผิงอันโบกมือ พูดภาษาถิ่นที่ซ่งเหอฟังไม่เข้าใจอยู่พักหนึ่ง เด็กหนุ่มรับฟังด้วยอาการตกตะลึง มองเฉินผิงอันแล้วพยักหน้ารับ แรงๆ ก่อนจะผูกข้องปลากลับไปที่เดิมอีกครั้ง วิ่งตะบึงจากไปซ่งเหอถามเสียงเบา “อาจารย์เฉิน นี่มันเรื่องอะไรกัน?”เฉินผิงอันไม่ได้ให้คาตอบทันที เพียงแค่ยกกระบอกยาสูบชี้ไปยัง ทิศทางของภูเขาลูกหนึ่ง เล่าเรื่องที่สระอูหนีศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องการขอ ฝนให้ซ่งเหอฟังคร่าวๆ พวกเผ่าน้าอย่างปลาหนีชิว ปลาจี้ที่อยู่ในสระ น้าบนยอดเขาแห่งนั้น ตรงหลังจะมีเส้นสีทองอ่อนจางเส้นหนึ่งอยู่ จริงๆ จากนั้นเฉินผิงอันก็ใช ้กระบอกยาสูบชี้ไปที่ภูเขาด้านหลังตัวเอง บอกว่าจุดที่สูงที่สุดของที่นั่น ชาวบ้านในท้องถิ่นเรียกมันว่ามังกร คารามฟ้ า เป็ นคากล่าวที่มีสืบทอดต่อกันมาหลายยุคหลายสมัยแต่ซ่งเหอกลับคิดจริงจัง หากจะพูดถึงเรื่องเล่านิทานประหลาด ในฐานะจักรพรรดิผู้ครองแคว้นของราชส านักต้าหลี เขาเองก็เคยได้ ยินมาไม่น้อย และยิ่งได้เห็นมาไม่น้อย จึงถามว่า “มีเจียวหลงที่ใน อดีตถูกเนรเทศจากวังมังกรบนบกจึงมาพักอาศัยอยู่ที่สระอูหนี ต้อง กักขังตัวเองอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่งเพื่อเคลื่อนเมฆโปรยฝนเป็ นเวลากี่ ปี เพื่อที่จะได้ทาความดีชดใช ้ความผิดจริงๆ หรือ?”เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “นี่เป็ นคาเล่าลือที่สืบทอดต่อกันมา จริงบ้าง เท็จบ้าง เรื่องจริงเป็ นอย่างไรกลับบอกได้ยากมากแล้ว หากรู ้แต่แรก ว่าเจ้าจะถามเช่นนี้ ก่อนหน้านี้ข้าก็คงจะชักไช ้เอาจากลู่เฉินให้ถึง ที่สุด ให้เขาช่วยอนุมานให้”ซ่งเหอทาอารมณ์ให้สงบ ถามเสียงเบาว่า “เจ้าลัทธิลู่มาที่นี่ หรือ?”เฉินผิงอันพยักหน้า “เพิ่งมา สามารถพูดได้ว่าเท้าหน้าของเจ้า ลัทธิลู่จากไป เท้าหลังของพวกเจ้าก็ตามมาแล้ว”ในใจของซ่งเหอกระจ่างแจ้งทันใด ก่อนหน้านี้ที่จูลู่ขุนนางผู้ช่วย ของส านักทอผ้าในขบวนเดินทางหายตัวไป เกินครึ่งก็น่าจะเกี่ยวข้อง กับเจ้าลัทธิลู่แห่งป๋ ายอวี้จิงท่านนี้แล้วซ่งเหอถามอย่างใคร่รู ้ “อาจารย์เฉินโน้มน้าวให้เด็กหนุ่มปล่อย ปลาตัวนั้นไปหรือ? คือข้อพิถีพิถันบางอย่างของการฝึกตนบนภูเขา หรือ?”เฉินผิงอันอธิบายด้วยรอยยิ้ม “อันที่จริงนี่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบน ภูเขาสักเท่าไร เป็ นค ากล่าวโบร่าโบราณของบ้านเกิดข้าที่มีข้อห้าม อยู่บ้างจริงๆ อยู่กับภูเขากินจากภูเขา อยู่กับน้ากินจากน้า จะไม่เชื่อ เรื่องนี้ก็ไม่ได้ แล้วนับประสาอะไรกับที่ไม่เชื่อเรื่องนี้แล้วยังจะเชื่ออะไร ได้อีก หลายๆ เรื่อง หลังออกจากบ้านมาแล้วถึงได้ค้นพบว่าที่แท้ก็มี หลักการคล้ายๆ กัน ยกตัวอย่างเช่นบ้านเกิดกับที่นี่ล้วนมีคาบอกว่า ใครที่ขึ้นเขาแล้วจับกบหินได้ ตัวแรกที่จับได้จะต้องหักขาหนึ่งข้าง แล้วค่อยปล่อยไป ไม่สามารถเอากลับบ้านได้” ตัวแรกที่จับได้จะซ่งเหอกล่าว “ถือเป็ นวิธีการที่ใช ้แสดงความเคารพต่อเทพภูเขา อย่างหนึ่งหรือ?”เฉินผิงอันพยักหน้ารับ “ใช่แล้ว หากหลังจากนั้นยังเจอกบหิน สามขาบนภูเขาอีก ไม่ว่าจะขึ้นเขาไปจับครึ่งชั่วยามหรือหนึ่งชั่วยามก็ล้วนต้องกลับบ้านได้แล้ว หรืออย่างวันนี้ ปลาใหญ่ที่แค่มองก็รู ้สึกว่า ประหลาด หรือถึงขั้นที่บอกได้ว่าค่อนข้างน่ากลัวคล้ายตัวที่เด็กหนุ่ม คนนั้นตกมาได้ ก็ต้องดูที่ใบหน้าของปลาประหลาดตัวนั้น หาก ใบหน้าอมทุกข์ก็สามารถฆ่ากินได้ ไม่เป็ นไร แต่หากมองดูแล้วเป็ น ใบหน้าที่มีความสุข ทางที่ดีที่สุดควรปล่อยไป”ซ่งเหอเงียบไปพักหนึ่ง อยู่ดีๆ ก็เอ่ยอย่างปลงอนิจจังว่า “สืบสาว ราวเรื่องกันแล้ว ไม่ว่าจะอยู่กับภูเขาอยู่กับน้า ก็ยังต้องกินสิ่งที่สวรรค์ มอบให้อยู่ดี”เฉินผิงอันเงียบไม่ตอบ พ่นควันยาสูบลอยขโมง้
์