ตอนที่ 2783
บทที่ 1044.3 เหนือศีรษะขึ้นไปสามจื่อมีใครอยู่
October 21, 2026
เฉินหลิงจวินนวดคลึงปลายคาง ส่ายหน้าเอ่ย “อย่าดีกว่า เทียบ เชิญสองชิ้นก็มากพอเหลือแหล่แล้ว หากขอมากกว่านี้จะดูไม่ พิถีพิถันเกินไป พ่อครัวเฒ่าพูดได้ถูกต้อง ขอตัวอักษรจากนักเขียน พู่กันจีน ควรจะให้มีน้อยแต่ยอดเยี่ยม ไม่ควรให้มีมากเกินไป” เฉินชิงหลิวยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “จูเหลี่ยนเป็ นคนมหัศจรรย์ที่พบเห็น ได้น้อยนัก” เฉินหลิงจวินหัวเราะฮ่าๆ “ต่อให้พ่อครัวเฒ่าจะมีความรู ้ หลากหลายแค่ไหนก็ยังเป็ นชายแก่ขึ้นคานอยู่ดีไม่ใช่หรือ” เฉินหลิงจวินหยิบเหล้าสองกาออกมาจากชายแขนเสื้อ ยื่นส่งให้ เฉินจั๋วหลิวหนึ่งกาแน่นอนว่าเขาย่อมไม่รู ้ว่าการที่ได้รับคาวิจารณ์ เช่นนี้จากเฉินชิงหลิวที่เป็ นคนเย่อหยิ่งทระนงตนนั้นหาได้ยากมาก แค่ไหน เฉินชิงหลิวรับกาเหล้ามาแกะผนึกดินออก เขย่าอยู่สองสามที กลิ่นสุราหอมฉุย มองทิวทัศน์ของภูเขาเคล้าแสงจันทร ์ยามราตรีแล้ว ก็ทอดถอนใจอย่างปลงอนิจจังว่า “แสงจันทร ์บนภูเขาชวนให้คนลุ่ม หลง กระตุกใจคนได้มากที่สุด” เฉินหลิงจวินกรอกเหล้าเข้าปากหนึ่งอีก “บางครั้งก็รู ้สึกว่าเจ้า พูดจาเหมือนพี่ใหญ่เจี่ยมาก มักจะโพล่งค าพูดดีๆ ออกมา อย่างเช่นบอกว่าในและนอกจอกสุราคือฟ้ าดินสองแห่งหรืออย่างเช่นว่านอก โต๊ะสุราไม่แย่งชิงอันดับหนึ่ง นั่งลงบนโต๊ะสุราไม่ควรแย่งชิงสักหน่อย หรือ?” เฉินชิงหลิวยิ้มเอ่ย “มักจะได้ยินเจ้าพูดถึงเจี่ยเฉิงคนนี้เป็ นประจา หากมีโอกาสจะต้องไปพบเขาสักหน่อยแล้ว” เฉินหลิงจวินกล่าว “เรื่องเล็กน้อย หากวันไหนพวกเราพี่น้องมา รวมตัวกันครบ ดื่มเหล้าร่วมโต๊ะ นั่นจึงจะเรียกว่ามีความสุขอย่าง แท้จริง” โต๊ะสุราตัวหนึ่ง มีตัวเขาเอง นักพรตเฒ่าเจี่ยเฉิง สารถีป๋ ายหมาง ลูกศิษย์ลัทธิขงจื๊อเฉินจิ๋วหลิว เฉินชิงหลิวกล่าว “ช่วงนี้อาจจะยังมีสหายอีกคนหนึ่งของซินจี้อัน มาเยือนแจกันสมบัติทวีป หากถึงตอนนั้นซินจี้อันยังอยู่บนภูเขาลั่ว พั่ว อีกฝ่ายก็น่าจะขึ้นเขามาเยี่ยมเยือน” เฉินหลิงจวินตบอก “ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย เดี๋ยวข้าจัดการให้ เอง” เฉินชิงหลิวยิ้มตาหยีเอ่ยว่า “ความเป็ นมาไม่เล็ก นิสัยเจ้าอารมณ์ เจ้าระวังหน่อยล่ะ” เฉินหลิงจวินเดินตัวลอยหัวเราะหึหึ อยู่ที่ภูเขาลั่วพั่วบ้านตน ใน อาณาเขตของขุนเขาเหนือแห่งนี้ หลายปีมานี้มีคนมหัศจรรย์จาก ต่างถิ่นผู้ใดบ้างที่ตนไม่เคยเจอมาก่อน? เคยขี้ขลาดสักครั้งไหม?ไม่พูดถึงสามท่านนั้น เพราะต่อให้อยากจะคุยโวให้ใครฟังก็ยัง เปิดปากพูดไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นก็พูดถึงแค่ลู่เฉินเจ้าลัทธิแห่งป๋ ายอวี้จิง ก็แล้วกัน เป็ นอย่างไรล่ะ เจอหน้าเขามาหลายครั้งแล้ว มีครั้งใดที่ตน ไม่หยิ่งทระนงในศักดิ์ศรี ไม่วางตัวต่าต้อยแต่ก็ไม่เย่อหยิ่งบ้าง? ลู่เฉิน คือลูกศิษย์ของมรรคาจารย์เต๋าเชียวนะ ภูมิหลังใหญ่พอแล้วกระมัง เฉินชิงหลิวยิ้มรับ สหายรักคนนั้นของซินจี้อัน หากจะพูดกันถึง ล าดับอาวุโสบนภูเขาก็เหมือนกับลู่เฉิน คนผู้นี้คือลูกศิษย์ผู้เป็ นที่ ภาคภูมิใจของปรมาจารย์มหาปราชญ์ สามารถเพิ่มคาว่า “หนึ่งใน” ไปได้ แต่จะไม่เพิ่มก็ได้ ป๋ ายเติงที่เพิ่งเดินออกมาจากซากปรักวังมังกรได้แค่ไม่กี่วัน หลายวันมานี้ก็ถือว่าสนิทสนมกับรองเจ้านครเซียนจานที่มีฉายา ว่าอิ่นลู่แล้ว ต่างก็เป็ นคนใบ้กินหวงเหลียน มีความขมขื่นแต่พูด ออกมาไม่ได้ เพราะไม่กล้าพูดจริงๆ รู ้สึกว่าทุกวันนอกจากจะดื่มเหล้า แล้วก็คือเตรียมพร ้อมสาหรับการดื่มเหล้ามื้อถัดไป เดิมทีป๋ ายเติงอยากจะอาศัยสหายสุราผู้นี้มาทาความเข้าใจกับ ใต้หล้าไพศาลให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับขนบธรรมเนียมและ ผู้คนของแจกันสมบัติทวีป ผลคือพอถามก็ต้องมึนงงไปทันที เพราะ อิ่นลู่ก็มีความคิดและความรู ้สึกเช่นนี้เหมือนกัน อันที่จริงไม่ถือว่าป๋ ายเติงจะถูกชะตากับอิ่นลู่สักเท่าไร เพียงแต่ว่า อยู่ในภูเขาก็ควรต้องหาคนมาชวนคุยแก้เบื่อบ้าง ไม่อย่างนั้นก็จะอุด อู้เกินไปจิงเฮากับเกาเกิงลูกศิษย์ผู้สืบทอดพักอาศัยอยู่ในเรือนแห่งหนึ่ง คืนนี้พวกเขามานั่งชมจันทร ์อยู่ใต้ชายคา เกาเกิงถามอย่างระมัดระวัง ว่าอาจารย์ พวกเราจะต้องเสียเวลากันอยู่อย่างนี้น่ะหรือ? เอาแต่ดื่มเหล้าเป็ นเพื่อนเฉินเซียนจวินอยู่อย่างนี้ ดูจะไม่ค่อย เข้าท่าสักเท่าไรเลยนะ ภูเขาชิงกงไม่ใช่พรรคเล็กอะไรสักหน่อย กิจธุระยุ่งวุ่นวาย ตาราง รายการหลายอย่างของแต่ละวันที่ยังไม่ได้ข้อสรุปจากการประชุมเมื่อ ปีก่อนกองเป็ นพะเนินอยู่นานแล้วอาจารย์ยังดี อยู่ที่นี่ยังพูดคุยบนโต๊ะสุราได้บ้าง น่าสงสารเกาเกิง ที่ก็ถือว่าเป็ นวีรบุรุษผู้กล้าของบนภูเขาหลิวเสียทวีปเหมือนกัน ทุก ครั้งล้วนจะต้องนั่งอยู่ในที่นั่งอันดับท้ายสุดอย่าว่าแต่ทุกประโยคเลย ทุกคาที่พูดล้วนต้องใคร่ครวญอย่างระมัดระวัง ตอนนี้เกาเกิงรู ้สึก เพียงว่าหากตนลงจากภูเขากลับไปยังบ้านเกิด บางทีอาจจะไม่อยาก ดื่มเหล้าไปอีกหลายปีเลยทินีมีคนแปลกๆ และเรื่องประหลาดเยอะเกินไปแล้วคนเฝ้ าประตูตรงตีนเขาคือนักพรตตัวปลอมที่ชอบอ่านตารา ต้องห้ามไม่มีสาระ ชายฉกรรจ์ที่มักจะหาบเหล้ามาให้ที่เรือนผู้นั้นก็ดู เหมือนจะเป็ นผู้ฝึกยุทธเต็มตัวที่ขอบเขตบนวิถีวรยุทธสูงน่าดูชม ดู เหมือนจะเป็ นคนในพื้นที่ของถ้าสวรรค์หลีจู คือคนเฝ้ าประตูคนก่อน ของภูเขาลั่วพั่วมีผู้ฝึกยุทธหญิงแซ่เฉินคนหนึ่งที่ทุกวันจะต้องเดินนิ่งฝึกหมัดอยู่ บนเส้นทางภูเขา ต่อให้เห็นอิ่นกวานหนุ่ม นางก็ไม่เคยหยุดทักทายภูตน้าน้อยที่ทุกวันจะต้องลาดตระเวนภูเขาสองรอบเช ้าเย็น ถึงกับเป็ นผู้พิทักษ์ฝ่ ายขวาของภูเขาลั่วพั่ว คือผู้ถวายงานพิทักษ์ ภูเขาของสานักเบื้องบนคนหนุ่มที่สวมหมวกเหลืองรองเท้าเขียว ใบหน้าประดับรอยยิ้ม อ่อนโยนมักจะอยู่กับแม่นางน้อยชุดด าบ่อยๆ อาจารย์บอกว่าอาจารย์ เสี่ยวโม่ที่เป็ นมิตรน่าใกล้ชิดผู้นี้จะต้องเป็ นเซียนกระบี่ขอบเขตบิน ทะยานคนหนึ่งอย่างมิต้องสงสัยแน่นอนและยังมีผู้ฝึกตนเด็กสาวที่ตรงเอวพกจานฝนหมึกสีเขียวชิ้นหนึ่ง ว่ากันว่าคือลูกศิษย์ผู้สืบทอดของอิ่นกวานหนุ่ม ข้างกายซ ้ายขวา ของนางจะต้องมี “ลูกสมุน” คอยติดตามมาด้วย คนหนึ่งคือ “เด็กสาว หมวกขนเตียว’ ที่ทาให้อาจารย์กริ่งเกรง และยังมีเด็กชายผมขาวที่ เวลาเจอกับเกาเกิงบนถนนมักจะชอบแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมใส่สานักที่เป็ นเช่นนี้ เกาเกิงมิอาจทาความเข้าใจได้จริงๆ ยิ่งยากที่ จะเข้าเมืองตาหลิ่วหลิ่วตาตามจิงเฮากับลูกศิษย์ผู้สืบทอดที่ไม่ได้ความคนนี้นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ ที่ว่ากันว่าจูเหลี่ยนผู้ดูแลใหญ่ของภูเขาลั่วพั่วเป็ นผู้ท าเองกับมือได้ยินประโยคเหลวไหลประโยคนี้ของลูกศิษย์ จิงเฮาที่เดิมที อารมณ์ดีใช ้ได้ สีหน้าก็มีพยับเมฆแผ่ปกคลุมทันใด สัมผัสได้ถึงกลิ่น อายที่เปลี่ยนแปลงไปของอาจารย์ เกาเกิงก็รีบหุบปากทันทีจิงเฮาหรือจะอยากเปลืองเวลาอยู่ที่นี่ สาหรับเฉินเซียนจวินที่มี “เมตตา” ต่อภูเขาชิงกงจิงเฮาได้ตัดสินใจมานานแล้วว่าจะท าเพียง เคารพอยู่ไกลๆ เท่านั้น คิดไม่ถึงว่าอยู่บนภูเขาลั่วพั่วแห่งนี้ ทุกวันจะ ได้ดื่มเหล้าอย่างน้อยสองมื้อ แรกเริ่มเขาจะต้องดื่มสุราคารวะ “พี่ชาย น้องชาย” แซ่เฉินสองคนนั้นก่อนทุกครั้ง แทบอยากจะเอาชามเหล้า วางไว้ใต้โต๊ะแล้วก้มลงไปดื่มให้ต่าจนต่าไปมากกว่านั้นไม่ได้อีกแล้ว คงเป็ นเพราะการที่เขาทาอย่างนี้ทาให้เด็กชายชุดเขียวมึนงงไม่ เข้าใจ ก็เลยไปขัดตาเฉินเซียนจวินเข้า จนอีกฝ่ายใช ้เสียงในใจเตือน จิงเฮาว่า ทาไมเจ้าไม่นอนดื่มสุราคารวะบนพื้นไปเลยเล่า…เงียบงันไปนาน มีคาพูดที่หากไม่พูดออกมาก็จะคับข้องใจมาก จริงๆ จึงใช ้เสียงในใจเอ่ยว่า “อาจารย์ สหายจิ่งชิงผู้นี้ช่างใจกล้า เหลือเกิน สมกับเป็ นวีรบุรุษยิ่งนัก”ลองคานวณดูคร่าวๆ เด็กชายชุดเขียวที่เป็ นเจียวน้าขอบเขต ก่อก าเนิดตบไหล่เฉินเซียนจวินไปไม่ต่ากว่าสามสิบครั้งแล้ว ทั้งกล้า งอนิ้วดีด ทั้งกล้าเป่าลมใส่หน้าเฉินเซียนจวินจิงเฮามีสีหน้าซับซ ้อน “แต่ละคนมีชะตาต่างกันไป อิจฉาไปก็ เท่านั้น”เด็กชายชุดเขียวย้อนจากยอดเขาจี๋หลิงกลับมายังยอดเขาจี้เซ่อ พร ้อมสหาย หลังจากแยกย้ายกันแล้วก็สะบัดชายแขนเสื้อแรงๆ ส่ง เสียงเรอดังลั่น เดินผ่านสถานที่หนึ่งเห็นว่าประตูเรือนไม่ได้ปิดไว้ พ่อ ครัวเฒ่านอนเอนกายบนเก้าอี้หวายพลางโบกพัดไปด้วย อยู่คนเดียว เพียงล าพัง มองแล้วน่าสงสารนักเฉินหลิงจวินจึงเดินเตร่ไปหยุดอยู่ข้างกายจูเหลี่ยน นั่งแปะลงบน เก้าอี้ไม้ไผ่ด้านข้างโยกไหล่พาทั้งคนทั้งเก้าอี้ “เดินไปถึง” ข้างกายจู เหลี่ยน จงใจอ้าปากกว้างพ่นกลิ่นสุราใส่พ่อครัวเฒ่า “พ่อครัวเฒ่า ทาอะไรน่ะ ค่าคืนยาวนาน นอนไม่หลับหรือ ฮ่า คิดถึงแม่นางคนใด หรือ?”จูเหลี่ยนนอนนิ่งไม่ขยับ เพียงแค่ใช ้พัดโบกไล่กลิ่นสุรา “ไปเดิน เล่นกับเฉินจั๋วหลิวมาอีกแล้วหรือ?”เฉินหลิงจวินยังคงพูดความในใจของตัวเองไป “พ่อครัวเฒ่า ข้า ไม่ได้ว่าเจ้าจริงๆ นะเรื่องบางอย่าง บุรุษอย่างพวกเราอายุมากแล้วก็ ต้องยอมรับชะตากรรม พี่น้องต้าเฟิงถ้าแต่งเนื้อแต่งตัวเข้าหน่อย บาง ทีอาจจะหลอกเอาสตรีสักคนกลับบ้านมาเป็ นภรรยาได้ ส่วนรูป โฉมน่ะหรือ ถึงอย่างไรก็พิถีพิถันอะไรไม่ได้อยู่แล้ว พี่น้องต้าเฟิงมีดี อยู่อย่าง นั่นคือขอแค่เป็ นสตรีก็ได้หมด ไม่มีข้อเรียกร ้องอะไร อาศัย ว่ามองแล้วถูกชะตา แค่ให้ไปวัดไปวาได้ก็พอ พอดับไฟมืด ตลบผ้า ห่ม เตียงก็ขยับได้แล้ว”จูเหลี่ยนโบกพัดใบลานเบาๆ ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “ยังมีเรื่องอะไรที่มี ข้อเรียกร ้องยิ่งกว่าการไม่มีข้อเรียกร ้องอีก พี่น้องต้าเฟิงมีมาตรฐาน สูงจะตายไป”เป็ นคนชอบดื่มเหล้าเหมือนกัน โดยทั่วไปแล้วใช ้ดวงตาที่ปรือ เพราะเมาสุรามองโลกใบนี้ เจิ้งต้าเฟิงเป็ นคนที่สายตาเย็นชาแต่จิตใจ ร ้อนเร่า แต่บางคนกลับตะกละดื่มอย่างเดียวเท่านั้น โลกมนุษย์จึง ย่อมมีความต่างระหว่างเซียนสุรากับผีสุราส่วนเฉินหลิงจวินก็น่าจะถือเป็ นคนประเภทที่สามเพียงแต่ว่าอย่าได้พูดหลักการเหตุผลกับนายท่านใหญ่เฉินคนนี้ ไม่ใช่เข้าหูซ ้ายทะลุออกหูขวาอะไรด้วยซ้า แต่ไม่ผ่านสมองเลยต่างหาก