ตอนที่ 2784
บทที่ 1044.4 เหนือศีรษะขึ้นไปสามฉื่อมีใครอยู
October 21, 2026
ตอนนั้นที่นั่งกันอยู่บนโต๊ะสุรา กลับกลายเป็ นว่าเด็กชายชุด เขียวเป็ นคนหันมาสั่งสอนบัณฑิตยากจนอย่างเฉินจั๋วหลิวแทน อย่าได้คิดว่าตัวเองเรียนเวทคาถาเซียนบนภูเขามาเล็กน้อยแล้วปาก จะเอาแต่พร่าพูดเรื่องรบราฆ่าฟัน ยุทธภพจะอยู่กันแบบนี้ไม่ได้ พวก เราออกจากบ้านมาอยู่ข้างนอกต้องทาดีกับผู้อื่น เป็ นคนต้องเหลือ พื้นที่ว่างเว้นไว้ให้กัน วันหน้าจะได้ยังมองหน้ากันติด รู ้หรือไม่ เข้าใจ หรือไม่? เฉินหลิงจวินกล่าวอย่างลาพองใจว่า “พ่อครัวเฒ่า ข้าคุยกับพี่ น้องที่รักเรียบร ้อยแล้ว คราวหน้าจะให้เขาขออาจารย์ซินให้ช่วย เขียนเทียบอักษรสองแผ่น แผ่นหนึ่งข้าจะเก็บไว้เองแล้วจะน ามามอบ ให้เจ้า เมื่อเป็ นเช่นนี้ก็ไม่ต้องสิ้นเปลืองน้าใจของเจ้า ส่วนอีกแผ่น หนึ่งให้นายท่านน าไปมอบต่อให้เว่ยป้ อ เหอะ ข้าจะบอกนายท่านไว้ ก่อนว่าอย่าบอกว่าเป็ นคุณความชอบของข้า เว่ยป้ อคนนี้ชอบเล่นตัว แล้วยังรักหน้าตา หากรู ้ว่าข้าช่วยคงจะนินทาอยู่ในใจ ต่อให้เขาได้ สมบัติชิ้นนี้ไปก็ยังไม่รู ้สึกมีความสุขสักเท่าไรอยู่ดี” จูเหลี่ยนยิ้มเอ่ย “นี่คือเจ้าจะทาเรื่องดีโดยไม่ทิ้งนามสินะ” เฉินหลิงจวินยกสองแขนกอดอก คิ้วตาเบิกบาน “ก็เรียนรู ้มาจาก นายท่านอย่างไรล่ะ”จูเหลี่ยนกล่าว “เว่ยป้ อรับของขวัญชิ้นนี้ไปแล้ว ต่อให้จะรู ้ว่าเจ้า ช่วยขอมาให้ เขาก็ยังดีใจมากอยู่ดี” เฉินหลิงจวินมัวแต่ดีใจอยู่กับตัวเองจึงไม่ทันขบคิดความนัยใน คาพูดประโยคนี้ของจูเหลี่ยน จูเหลี่ยนรู ้ว่าชีวิตนี้คนที่เว่ยป้ อเลื่อมใสมีน้อยจนนับนิ้วได้ นอกจากมือกระบี่อาเหลียงที่มาจากสายหย่าเซิ่งแล้วก็ยังมีอาจารย์ ซินมังกรแห่งถ้อยคาที่ตอนนี้ออกเดินทางไปข้างนอกไม่อยู่บนภูเขา รวมไปถึงลูกศิษย์ผู้เป็ นที่ภาคภูมิใจบางคนที่ปรมาจารย์มหาปราชญ์ เคยบอกว่า “ห้าวหาญยิ่งกว่าข้า” เป็ นหนึ่งใน “บัณฑิต” ของยุค บรรพกาลที่ติดตามปรมาจารย์มหาปราชญ์ก่อนใคร คนผู้นี้ยังเคยทิ้ง ถ้อยคาที่คล้ายกับเสียงคารามยาวนานหมื่นปีให้กับโลกยุคหลัง นั่น คือประโยคที่ว่า “แม้วิญญูชนจะตาย หมวกก็ไม่หลุดไปจากศีรษะ (เปรียบเปรยว่าต่อให้ถึงคราวตาย วิญญูชนก็ยังรักษามาดและ มารยาทพิธีการ หมวกที่สวมอยู่บนศีรษะมิอาจหล่นร่วง) เฉินหลิงจวินกดเสียงลงต่า “พ่อครัวเฒ่า หากจะพูดถึง ประสบการณ์ที่ผ่านมากับตัวเอง เจ้าไม่ได้เรื่องก็จริง แต่หลักการ เหตุผลยิ่งใหญ่ที่เอ่ยจากปากกลับมีเป็ นชุดๆ ไหนเจ้าลองบอกมา หน่อยสิว่าเจ้าประมุขเกาแห่งพรรคหูชานผู้นั้น ทาไมนางถึงยังอยู่ต่อ ไม่ยอมกลับเสียที นี่มันเรื่องอะไรกัน คงไม่ใช่ว่าถูกใจนายท่านของ ข้าเข้าแล้วหรอกนะ? หากเป็ นเช่นนี้จริง ข้าจะปล่อยตามใจนางไม่ได้ เด็ดขาด ทุกเรื่องล้วนพูดกันได้ มีเพียงเรื่องนี้ที่จะทาเลอะเลือนไม่ได้”จูเหลี่ยนกล่าว “อย่าคิดมาก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ ์ ชายหญิงอะไร ก็แค่เป็ นคนที่อยากหาเงินให้ได้มากๆ แล้วจู่ๆ ได้เข้า มาในภูเขาเงินภูเขาทอง มองจนตาพร่าลาย ก็เลยอยากจะหอบ กลับไปบ้านให้ได้มากหน่อยเท่านั้น” เฉินหลิงจวินกล่าวอย่างกังขา “หมายความว่าอย่างไร พูดให้ เข้าใจหน่อยสิ” จูเหลี่ยนอธิบายอย่างอดทน “ทุกวันนี้เกาจวินคือบุคคลอันดับ หนึ่งในใต้หล้าของพื้นที่มงคล แม้จะบอกว่าสถานการณ์ไม่สมชื่อนัก แต่อยู่ในพื้นที่มงคลรากบัวก็ถือว่าเป็ นผู้นาบนภูเขาได้แล้ว ยิ่งเป็ น ช่วงหลังจากนี้ ขอบเขตของนางยิ่งสูงขึ้นก็จะยิ่งมีบารมีอานาจมาก ขึ้นบวกกับที่นางมีความคิดที่ว่าอยู่ในตาแหน่งใดก็ต้องทาหน้าที่ของ คนตาแหน่งนั้น จึงกังวลว่าคุณธรรมของตัวเองจะไม่สมกับต าแหน่ง ดังนั้นพอมาถึงที่นี่นางจึงเป็ นเหมือนกบในบ่อที่ได้เห็นมหาสมุทร กว้างใหญ่ ไม่ว่าเห็นอะไรก็รู ้สึกว่าเป็ นเรื่องแปลกใหม่ไปเสียหมด นาง จึงอยากจะเข้าใจกฎเกณฑ์ให้มากขึ้น เพื่อที่ว่ากลับไปจะได้วางแผน แต่เนิ่นๆ พยายามที่จะรวบรวมกองก าลังบนภูเขามาเป็ นพรรคพวก ขมวดรวมใจคนของผู้ฝึกลมปราณให้กลายเป็ นเชือกเส้นเดียวกัน สุดท้ายพยายามที่จะช่วงชิง…อิสระที่มากกว่าเดิมจากภูเขาลั่วพั่วมา ให้กับพื้นที่มงคล ถือว่านางหวังดี”หากไม่ผิดไปจากที่คาด เกาจวินกลับไปยังพื้นที่มงคล คุณชายก็ จะติดตามนางไปเข้าร่วมการประชุม “ยอดเขา” ครั้งหนึ่งเพื่อช่วยกัน วางกรอบกฎระเบียบของใต้หล้าด้วย เสี่ยวโม่ต้องตามไปด้วยแน่ ก่อนหน้านี้เซี่ยโก่วได้ยินว่ามีเรื่อง เช่นนี้อยู่ นางก็หมายมั่นปั้นมือเต็มที เหตุผลเปี่ยมล้น ข้าต้องไปช่วย สนับสนุนเจ้าขุนเขาน่ะสิ “สามารถเข้าใจได้ เจ้าประมุขเกามีใจแล้วจริงๆ” เฉินหลิงจวินอืมรับหนึ่งที ก่อนจะถามอีกว่า “แล้วจงเชี่ยนล่ะ ได้ ยินมาว่าคือผู้ฝึกยุทธร่างทองอันดับหนึ่งของพื้นที่มงคลรากบัวพวก เรา ไม่ถูกนายท่านเจ้าขุนเขาซ ้อมก็ช่างเถิดแต่เขากลับไม่เคยมาขอ ความรู ้จากคนบ้านเดียวกันอย่างเจ้าเลยหรือ?” หากจะบอกว่าเจ้าประมุขเกาเงินแห่งพรรคหูซานแคว้นซงไล่คือ เซียนดินโอสถทองอันดับหนึ่งตามความหมายที่แท้จริงของพื้นที่ มงคล จึงมี “บัญชาสวรรค์” ที่มองไม่เห็นคอยปกป้ อง ถ้าอย่างนั้นจง เชี่ยนผู้ฝึกยุทธขอบเขตร่างทองอันดับหนึ่งก็ต้องมีโชคชะตาบู๊อยู่บน ร่างอย่างที่มองไม่เห็น เขากับเกาจวินต่างก็ถือว่าเป็ นคนโชคดีที่ สวรรค์โปรดปรานเป็ นพิเศษ เพียงแต่ว่าพอจงเชี่ยนมาถึงภูเขาลั่วพั่วกลับท าตรงกันข้ามกับ เกาจวินอย่างสิ้นเชิง เวลาปกติเขาคร ้านที่จะปรากฏตัว ว่ากันว่าทุกวันจะต้องนั่งแทะหอมใหญ่จิ้มเต้าเจี้ยวเอาแต่ดื่มเหล้าอยู่คนเดียว เงียบๆ จูเหลี่ยนส่ายหน้า “เขาไม่กล้า ต่อให้มา วันหน้าเขาก็ไม่กล้ามา อีกแล้วจริงๆ” คนสี่คนในภาพวาดของพื้นที่มงคลดอกบัวในอดีตต่างก็เป็ น บุคคลอันดับหนึ่งในใต้หล้าของยุคสมัยแต่ละคน โดยภาพรวมแล้วก็ คือภายนอกดูเป็ นมิตร แต่ลึกๆ ในใจกลับดูแคลนอีกสามคนที่เหลือ ความสัมพันธ ์ไม่แย่ แต่ขณะเดียวกันก็แอบมีคลื่นใต้น้าระหว่างกัน โดยทั่วไปแล้วผู้ฝึกลมปราณบนภูเขา หากอายุมาก อายุขัยใน การฝึกตนยาวนาน อาจจะได้ครอบครองความได้เปรียบก่อน คนรุ่น เยาว์ที่อยู่ด้านหลังเมื่อเทียบกันแล้วก็ลืมตาอ้าปากและโดดเด่นได้ ยากกว่าแต่ผู้ฝึกยุทธเต็มตัว จูเหลี่ยนกลับรู ้สึกว่ามักจะมีภูเขาลูกหนึ่งที่ สูงกว่าภูเขาอีกลูกเสมอวิถีแห่งการเรียนวรยุทธไม่จาเป็ นที่จะต้องให้ ความส าคัญกับอดีตมากกว่าปัจจุบันก็เหมือนอย่างใต้หล้าไพศาล บุคคลอันดับหนึ่งบนยอดเขาของ วิถีวรยุทธ อันดับแรกก็มีจางเถียวเสีย จากนั้นก็มีเผยเปย ทุกวันนี้ยัง มีเฉาสือกับเจ้าขุนเขาบ้านตนเฉินหลิงจวินจุ๊ปากรัวๆ พ่อครัวเฒ่าเก่งกาจนัก ไม่ต้องดื่มเหล้าก็ พูดจาใหญ่โตได้แล้วจูเหลี่ยนกล่าว “หากใช ้คากล่าวของพี่น้องต้าเฟิงก็คือคนที่ไม่คิด จะพัฒนาอย่างจงเชี่ยน จะดื่มเหล้าร่วมกับจิ่งชิงไม่ได้ได้อย่างไร”เจิ้งต้าเฟิงรู ้สึกว่าวิชาหมัดของจงเชี่ยนไม่มีน้าหนักมากพอจริงๆ จูเหลี่ยนก็รู ้สึกว่าจงเชี่ยนไม่อามหิตต่อตัวเองมากพอ มีผลสาเร็จบน วิถีวรยุทธอย่างทุกวันนี้ได้ก็แค่เพราะเท้าเหยียบเปลือกแตงโมเลื่อนมาถึงก็เท่านั้นเฉินหลิงจวินได้ยินก็ไม่สบอารมณ์ทันใด “พ่อครัวเฒ่าค าพูด ประโยคนี้ของเจ้าทาร ้ายจิตใจกันมากเลยนะ”จูเหลี่ยนถาม “เจิ้งต้าเฟิงเป็ นคนพูด ไฉนมาโทษข้าได้?”เฉินหลิงจวินยิ้มกว้าง “ข้าจะรู ้ได้อย่างไรว่าเจ้าไม่ได้ใส่ร ้ายเขา พยายามจะยุแยงให้มิตรภาพระหว่างพี่น้องของข้ากับพี่ใหญ่ต้าเฟิง เกิดรอยร ้าวหรือเปล่า”จูเหลี่ยนเงยหน้ามองไปนอกเรือนเฉินผิงอันที่สวมชุดเขียวโบกมือมาทางเขา บอกเป็ นนัยแก่พ่อ ครัวเฒ่าว่าไม่ต้องลุกขึ้นเฉินหลิงจวินรีบลุกขึ้น วิ่งไปขอความดีความชอบจูเหลี่ยนยิ้มเอ่ยเตือนว่า “ครั้งนี้อย่าได้ตบไหล่ใครส่งเดชอีกล่ะ”เฉินหลิงจวินวิ่งเหยาะๆ ไปทางหน้าประตูเรือนพลางหันมาถาม อย่างประหลาดใจด้วย “หมายความว่าอย่างไร?”จูเหลี่ยนกลับไปเอนกายนอนบนเก้าอี้หวายอีกครั้ง โบกพัดใบ ลาน เอ่ยอย่างเกียจคร ้านว่า “ช่างเถอะ ขอแค่เจ้ามีความสุขก็พอ”บางทีในร ้อยเรื่อง จูเหลี่ยนอาจมีคุณสมบัติพอที่จะสอนหลักการ เหตุผลแปดสิบเก้าสิบข้อให้กับเฉินหลิงจวิน มีเพียงในเรื่องของการ คบหาสหายและการรับรองแขกเท่านั้นที่ไม่ต้องสอน แล้วก็สอนไม่ได้ด้วยตรงหน้าประตูภูเขานักพรตเซียนเว่ยสะดุ้งตื่นเพราะเสียงกรนดังดุจฟ้ าร ้องของเจิ้งต้า เฟิงที่อยู่ห้องติดกันพอตื่นแล้วเขาก็ไม่ง่วงอีก ก็เลยยกเก้าอี้ไปนั่งใต้ ซุ้มป้ ายหน้าประตู อาศัยแสงจันทร ์อ่านต าราคืนนี้หมี่ลี่น้อยนอนดึก อยู่ว่างไม่มีอะไรทาจึงออกไปเที่ยวเล่น ข้างนอก หากไม่ทันระวังแล้วได้เห็นเผยเฉียนกลับมาบ้านล่ะถึงอย่างไรก็ไม่ใช่การลาดตระเวนภูเขา แม่นางน้อยชุดด าจึง ไม่ได้พกคานหาบสีทองและไม้เท้าไผ่เขียวมาด้วย แค่สะพายกระเป๋ า ผ้าฝ้ าย กระโดดโลดเต้นไปบนเส้นทางภูเขาแล้วจู่ๆ ก็มองเห็นเงาร่าง ตรงตีนเขา จึงฝึกหมัดเดินนิ่งเลียนแบบเฉินยวนจี ขยับเข้าใกล้ประตู ภูเขาก็ฝึกเสร็จพอดี นางยกสองมือกดลมปราณลงสู่จุดตันเถียน ยิ้ม ตะโกนเรียกว่านักพรตเซียนเว่ยเซียนเว่ยตอบรับ ก่อนจะใช ้ความเร็วที่ฟ้ าผ่าไม่ทันป้ องหูม้วน ต าราสอดใส่ไว้ในชายแขนเสื้อ ก่อนจะหยิบตาราอริยะปราชญ์ที่อยู่ ในชายแขนเสื้ออีกข้างหนึ่งออกมา์