ตอนที่ 2792
บทที่ 1046.5 เหล่าศิษย์หลานทั้งหลาย
October 21, 2026
ลู่เฉินกล่าว “แค่ว่าเมื่อครู่ข้าเห็นชุดคลุมอาคม ‘ชิงถง” บนร่าง ของอู๋ม่านเหยียนแล้วรู ้สึกคุ้นตา เห็นได้ชัดว่าเป็ นวิธีการถักทอของ นครจินชุ่ย บวกกับที่ข้าได้ยินมาว่าเจ้านครเจิ้งเอานครจิงชุ่ยกลับมา ด้วย นี่จึงเดาไม่ยากเลยสักนิด” ลู่จือพยักหน้า ชิงถง” คือชุดคลุมอาคมที่มีระดับเป็ นอาวุธกึ่งเซียน เพียงแต่ว่า ตอนนั้นอยู่ในใต้หล้าเปลี่ยวร ้าง ลู่จือออกกระบี่อามหิตเกินไป เมื่อถึง เวลาซ่อมแซมจึงต้องสิ้นเปลืองทั้งกาลังและทรัพยากรไม่น้อย อู๋ม่าน เหยียนคือคนที่คุณสมบัติดีที่สุดในบรรดาสิบแปดกระบี่ สู่จือจึงมอบ ให้กับแม่นางน้อย เดิมที่ลู่จือยังปวดหัวว่าควรจะซ่อมชุดคลุมอย่างไร คิดไม่ถึงว่าก าลังจะนอนกลับมีคนส่งหมอนมาให้ เป็ นอย่างที่ลู่เฉิน คาดเดาไว้ ก่อนหน้านี้เจิ้งจวีจงกลับไปที่นครจักรพรรดิขาวแผ่นดิน กลาง พอดีผ่านทางมาที่ทักษินาตยทวีปจึงแวะมาที่สานักกระบี่หลง เซี่ยงจริงๆ ข้างกายเขายังพาผู้ฝึกตนหญิงแห่งเปลี่ยวร ้างคนหนึ่งที่มี ชื่อเสียงไม่น้อยอย่างชิงเจียผู้เป็ นเจ้านครที่มีฉายาว่า ‘ยวนหู” ขอบเขตเซียนเหรินมาด้วย ่ เจิ้งจวีจงให้นางช่วยซ่อมแซมชุดคลุมอาคม ‘ชิงถง” แน่นอนว่า ต้องเป็ นเรื่องเล็กที่แค่กวักมือก็ได้มา แล้วยังช่วยเพิ่มบุปผาลงบนผ้า แพรให้กับชุดคลุม เพิ่มเคล็ดลับอีกไม่น้อยให้กับ ‘ชิงถง ลู่เฉินเอ่ยอย่างมีเลศนัย “ไม่ทราบว่าสหายยวนหูที่ได้ครอบครอง ชุดคลุมอาคมกองโตซึ่งมี “สุ่ยเลี่ยน” “เจียวเย่” เป็ นหนึ่งในนั้นผู้นี้ วัน หน้าเมื่อได้เจอกับอาจารย์เสี่ยวโม่จะเป็ นภาพเหตุการณ์ที่น่าสนใจ เพียงใด” ตามลาดับอาวุโสและระบบสืบทอด เสี่ยวโม่ถือเป็ นอาจารย์ปู่ของ นางครึ่งตัวได้หรือไม่? ในฐานะปีศาจใหญ่บรรพกาลที่มีอายุขัยในการฝึกตนยาวนาน มาก นอกจากสถานะผู้ฝึกกระบี่แล้ว เสี่ยวโม่ยังเชี่ยวชาญการถักชุด คลุมอาคม ก่อนที่จะใช ้ดวงจันทร ์เฮ่าไฉ่เป็ นพื้นที่ประกอบพิธีกรรม แล้วหลับจาศีลไปอย่างยาวนาน เขาเคยทิ้งระบบสืบทอดหกถ้าเอาไว้ ผลคือหมื่นปี ผ่านไปกลับเหลือแค่เพียงสายเดียวที่ยังพอฝื น ประคับประคองควันธูปเอาไว้ได้กลับเป็ นดอกไม้ที่บานในกาแพงแต่ ส่งกลิ่นหอมไปนอกกาแพง นครจินชุ่ยได้ควบรวมกับสายหนึ่งในนั้น ใช ้ความเชี่ยวชาญด้านการหลอมชุดคลุมอาคมมาสร ้างความเจริญ รุ่งเรื่องให้กับสายนี้ เพียงแต่ว่าใต้หล้าเปลี่ยวร ้างไม่ยอมรับระบบสืบทอดสายนี้ก็ เท่านั้น ่ แต่จุดที่น่าสนใจก็เกิดขึ้นเพราะเหตุนี้ หากไม่ได้ติดตามเฉินผิง อันไปอยู่ใต้หล้าไพศาลเชื่อว่าขอแค่เสี่ยวโม่เผยกายในแผ่นดินของ เปลี่ยวร ้างอีกครั้ง ทางฝั่งนครจินชุ่นไม่ยอมรับก็ต้องยอมรับ ไม่แน่ว่านครจินชุ่ยอาจจะดีอกดีใจ ในที่สุดก็มีที่พึ่งใหญ่เทียมฟ้ า ให้พึ่งพาได้แล้ว ลู่จือเป็ นฝ่ ายเปิดปากถามอย่างที่หาได้ยาก “เสี่ยวโม่ผู้นั้นไปอยู่ ภูเขาลั่วพั่วได้อย่างไร” ลู่เฉินยิ้มเอ่ย “เป็ นอาจารย์เสี่ยวโม่ที่มีข้อตกลงกับใครสักคน สุดท้ายเขาใช ้วิชาอภินิหารของยุคบรรพกาลเป็ นฝ่ ายดึงเอาความดุ ร ้ายและความอ ามหิตตามธรรมชาติของตัวเองออกไป ดังนั้นถึงได้ดู เป็ นมิตรมากเป็ นพิเศษ ไม่ถือว่าเป็ นของปลอม แต่ก็ไม่ถือว่าเสแสร ้ง แกล้งท า หาไม่แล้วหากดูจากประวัติและผลงานทางการสู้รบของเมื่อ หมื่นปี ก่อนสมมติว่าอาจารย์เสี่ยวโม่ที่จิตแห่งมรรคาสมบูรณ์แบบ หวนคืนสู่เปลี่ยวร ้าง นิสัยของเขาคงไม่ได้ดีไปยังไงเลยจริงๆ พูดถึงแค่ ศัตรูทั้งหมดของสายที่เขาเหลือทิ้งไว้ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องนับย้อนกลับ ไปหลายพันปี มีคนหนึ่งก็นับคนหนึ่ง ล้วนต้องถูกเสี่ยวโม่ถามกระบี่ ด้วยทั้งหมด” ลู่จือกล่าว “ดูเหมือนว่าอย่างมากสุดก็เป็ นแค่ผู้ฝึกกระบี่ขอบเขต บินทะยานคนหนึ่งเท่านั้น” ่ ลู่เฉินส่ายหน้ายิ้มเอ่ย “เป็ นผู้ฝึ กกระบี่ขอบเขตบินทะยานขั้น สูงสุด ปัญหานั้นอยู่ที่ว่ายังต้องเพิ่มป๋ ายจิ่งผู้ฝึ กกระบี่ขอบเขตบิน ทะยานขั้นสมบูรณ์แบบเข้าไปอีกคน หากพวกเขาสองคนรบเคียงบ่า เคียงไหล่กันขึ้นมา แล้วยังสามารถร่วมมือกันได้อย่างจริงใจ ถ้าอย่าง นั้นก็เรียกได้ว่าไร ้ศัตรูเทียมทานแล้ว” ลู่จือคิดแล้วก็ถามอย่างสงสัยว่า “ป๋ ายจิ่ง?” ลู่เฉินยิ้มตอบ “ต่อสู้เก่งมาก เหมือนเจ้าเลยล่ะ คือผู้ฝึกกระบี่หญิง ในยุคบรรพกาลที่ไร ้ขื่อไร ้แป นางก็ขึ้นชื่อว่าเจอหน้าใครล้วนไม่ หวาดเกรง ให้ยกตัวอย่าง เจ้าก็มองนางเป็ นเหมือนเซียนกระบี่ผู้ เฒ่าต่งที่เป็ นผู้หญิงก็แล้วกัน” หากจะบอกว่าพอป๋ ายเจ๋อหวนกลับเปลี่ยวร ้างก็ปลุกปีศาจใหญ่ บรรพกาลกลุ่มนี้ให้ตื่นทันทีคือการกระทาที่ถูกบังคับอย่างหนึ่งซึ่ง สามารถเพิ่มพลังการสู้รบบนหน้ากระดาษให้กับใต้หล้าเปลี่ยวร ้างได้ ในฉับพลันถ้าอย่างนั้นก็ยังมีเป้ าหมายที่ลึกล้ากว่าอีกชั้นหนึ่งป๋ ายเจ๋อเองก็ถูกบีบเหมือนกัน จ าต้องร่วมมือวางแผนลับอย่าง หนึ่งกับโจวมี่ ผู้ที่เข้าร่วม หรือควรจะพูดว่าผู้ที่เป็ นผู้ดาเนินการก็คือ ปีศาจใหญ่ชูเซิง่เชื่อว่าอาณาเขตทางทิศใต้ของใต้หล้าเปลี่ยวร ้าง หลายปีมานี้มี ผู้ฝึกตนห้าขอบเขตบนที่ไม่ยอมอยู่ในการควบคุม หรือไม่ก็ไม่ยอม เข้าร่วมการรบที่อยู่ดีๆ ก็หายตัวไปไม่น้อยแล้วคนที่กินพวกมัน บางทีอาจเป็ นผู้ฝึกตนเผ่าปีศาจอายุน้อยกลุ่ม หนึ่งที่ไม่เคยมีชื่อเสียงในช่วงเวลาร ้อยปี แอบเปิดฉากเข่นฆ่าอย่าง ลับๆ กินจนอิ่มหมีพีมันและหลังจากที่ผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์กลุ่มนี้กินอิ่มแล้ว คาดว่าโจวมี่ก็ น่าจะจัดหาผู้ถ่ายทอดมรรคาดีๆ ให้พวกเขาทุกคน ลู่เฉินเดาว่า ผลลัพธ ์สุดท้ายคือ ในบางขั้นตอน หากไม่เป็ นพวกเขาที่กินผู้ ถ่ายทอดมรรคาของตัวเอง ก็เป็ นผู้ถ่ายทอดมรรคาที่กินพวกเขาลู่เฉินสะบัดชายแขนเสื้อ “ไม่คุยเรื่องที่อยู่ไกลสุดขอบฟ้ าซึ่งไม่ เกี่ยวข้องกับเจ้าและข้าพวกนี้แล้ว…”ลู่จือกล่าว “พูดเสร็จสักทีนะ? จะกลับเมื่อไหร่?”ลู่เฉินสะอึกอึ้งพูดไม่ออก รีบหาเรื่องมาชวนคุย เขย่งปลายเท้า ยืดคอยาวมองไปยังกลุ่มสิ่งปลูกสร ้างที่มีจวนและพื้นที่ประกอบ พิธีกรรมเรียงตัวกันทอดยาวด้านล่างภูเขา เอ่ยชื่นชมว่า “ติดภูเขา ใกล้ทะเล ภาพบรรยากาศในสานักดุจตะวันที่ลอยสูงขึ้นฟ้ า น่ายินดี น่าชื่นชม”คนนอกมองเรื่องสนุก คนในมองเห็นเส้นสนกลใน แค่มองก็รู ้ว่า เจ้าส านักฉีมีโรครักความสะอาดและมีนิสัยชอบควบคุมอย่างแรงกล้า่ฉีถิงจี้ที่กลอุบายลึกล้าอยู่ร่วมกับลู่จือได้อย่างปรองดอง เพียงแค่ เพราะนางเป็ นคนบริสุทธิ์เที่ยงตรง นี่ก็น่าจะถือว่าเป็ นการชดเชยใน ส่วนที่นิสัยของแต่ละคนขาดไปกระมังดังนั้นฉีถิงจี้กับเฉินผิงอัน ทั้งสองต่างก็เป็ นคนที่มีความคิดมี อุบาย จึงถูกก าหนดมาแล้วว่าไม่อาจฉี่ลงโถเดียวกันได้ ไม่มีทาง กลายเป็ นสหายบนมรรคาอย่างสมชื่อได้ อันที่จริงก็ไม่ได้เป็ นปัญหา อะไร มหามรรคาหลายเส้นล้วนพุ่งตรงสู่ยอดเขา ก็หนีไม่พ้นว่าข้า เดินของข้า เจ้าก็เดินไปบนทางของเจ้าลู่เฉินขยับสายตามองไปเห็นทัศนียภาพงดงามที่ต้นเหมยเป็ น แถบใหญ่เหมือนมหาสมุทร ล้วนเป็ นดอกเหมยสีขาวทั้งหมดทิวทัศน์นี้งดงามจับตา สวยเหลือเกิน มองแล้วคล้ายเมฆขาว ก้อนใหญ่ที่ฟุบตัวนอนอย่างเกียจคร ้านไม่ยอมขยับไปไหนแรกเริ่มสุดเส้าอวิ๋นเหยียนเซียนกระบี่แห่งเรือนชุนฟานกับถัวเห ยียนฮูหยินแห่งสวนดอกเหมยต่างก็เป็ นแค่เค่อชิงของสานักกระบี่หลง เซี่ยง ออกเดินทางไปข้างนอกครั้งหนึ่งรอกระทั่งกลับมาที่สานักกระบี่ ต่างก็เปลี่ยนสถานะกันใหม่ คนหนึ่งดูแลเงินและคลังสมบัตินานร ้อยปี อีกคนหนึ่งเปลี่ยนจากเค่อชิงเป็ นผู้ถวายงานคิดดูแล้วต้นเหมยที่อายุต่างก็ยังไม่มากพวกนั้นน่าจะเป็ นถัวเห ยียนฮูหยินที่เป็ นคนปลูกแล้ว่“ในเมื่อทุกวันนี้สหายเหมยโส่วผู้นี้กล้าป่ าวประกาศว่าตัวเองคือ เจ้าแห่งดอกเหมยหากไม่ใช่อากาศหนาวเย็นเสียดแทงกระดูก จะได้ กลิ่นหอมของดอกเหมยลอยมาปะทะจมูกได้อย่างไร”ลู่เฉินพยักหน้า ยกมือสะบัดชายแขนเสื้อ นับนิ้วทาท่าคานวณ “อยู่ดีๆ คืนนี้กลิ่นหอมสดชื่นก็แผ่กาจาย สลายวสันต์ใหม่หมื่นลี้ใน ฟ้ าดิน”่่่