ตอนที่ 2810
บทที่ 1050.4 เวทกระบี่ของเฉินชิงตูธรรมดาสามัญ
October 21, 2026
ยอดเขาเจ๋อเซียนภูเขาเซียนตู ทางฝั่งของหอซ่าวฮวา สุยโย่ วเปี ยนเก็บอารมณ์ทุกอย่างกลับคืน สอดกระบี่ชื่อซินกลับเข้าฝัก กระบี่ ทะยานลมไปถึงหาดลั่วเป่าจ าลองตรงตีนเขา ประสานมือคารวะ “ศิษย์สุยโย่วเปียนคารวะอาจารย์” ผู้เฒ่าที่ยืนอยู่ข้างกระท่อมบนหาดน้าตื้นกุมหมัดคารวะกลับคืน “หนีหยวนจานชิงเค่อแห่งสกุลเจียงพื้นที่มงคลถ้าเมฆาคารวะสหาย สุย” คนพายเรือเฒ่าใช ้นามแฝงว่าหนีหยวนจาน ในมือถือไม้ไผ่ถ่อ เรือ ถ่อเรือมาเทียบท่าที่หาดหินหวงเฮ้อ ท าการค้าเล็กๆ พาคนไปส่ง ข้ามแม่น้าคนละหนึ่งเหรียญเกล็ดหิมะ อาจารย์จงใจทาเป็ นไม่รู ้จักกัน สุยโย่วเปียนไม่ได้คิดมากกับเรื่อง นี้ เพียงแค่ถามอย่างใคร่รู ้ว่า “ปี นั้นหลังจากที่อาจารย์บินทะยาน สาเร็จก็ตั้งใจฝึกตนอยู่ในพื้นที่มงคลถ้าเมฆามาตลอดเลยหรือ? เรื่อง พิฆาตยุงบนแม่น้าของหาดหินหวงเฮ้อใช่เรื่องราวของอาจารย์ หรือไม่?” นี่คือการถามทั้งที่รู ้คาตอบดีอยู่แล้ว พยายามหาเรื่องชวนคุย อย่างเห็นได้ชัดปีนั้นสุยโย่วเปียนยืนกรานที่จะเปลี่ยนจากผู้ฝึกยุทธเต็มตัวไปฝึก เวทกระบี่วิชาเซียนเฉินผิงอันที่เป็ นนายของคนในภาพวาดไม่ได้ ขัดขวาง นางถูกสวินยวนเจ้าส านักผู้เฒ่าพาไปอยู่ที่ยอดเขาเสินจ้วน กลายเป็ นลูกศิษย์ผู้สืบทอดของศาลบรรพจารย์ส านักกุยหยก แล้วยัง เคยเกิดความขัดแย้งที่ไม่เล็กกับเหวยอิ๋งผู้ฝึกกระบี่เจ้าแห่งยอดเขาจิ่ว อี้ในเวลานั้นด้วย สาหรับพื้นที่มงคลถ้าเมฆาที่ในนามเป็ นของสานัก กุยหยก แต่แท้จริงแล้วสกุลเจียงเป็ นผู้ดูแล ต่อให้จะอยู่ใกล้ในระยะ ประชิด สุยโย่วเปียนก็ไม่เคยเหยียบย่างเข้าไป แต่นางกลับเคยได้ยิน ข่าวลือทั้งหลายของพื้นที่มงคลมาไม่น้อย ยกตัวอย่างเช่นเรื่องเล่า งดงามบนภูเขาที่บอกว่ามีเซียนกระบี่ที่เมาสุราท่านหนึ่งพ่นเม็ดกระบี่ ออกมา พิฆาตยุงเหนือแม่น้าซึ่งถูกเล่าต่อกันมาอย่างลี้ลับมหัศจรรย์ เพียงแค่เพราะมีความเกี่ยวข้องกับผู้ฝึ กกระบี่ สุยโย่วเปียนจึงใส่ใจ มากเป็ นพิเศษ ภายหลังเจียงซ่างเจินก็บอกเรื่องวงในกับสุยโย่วเปี ยนอย่าง ตรงไปตรงมา บอกทุกอย่างชัดเจนหมดเปลือกเหมือนเทถั่วออกจาก กระบอกไม้ไผ่ ก็เหมือนอย่างที่หนีหยวนจานบอกกับเด็กหนุ่มชุดขาว รู ้แล้วสู้ไม่ รู ้ยังจะดีเสียกว่า อาจารย์และศิษย์สองคนจากลากันมานานหลายปี ต่างก็อยู่ต่าง บ้านต่างเมือง คนหนึ่งถ่อเรืออยู่ในพื้นที่มงคลถ้าเมฆา อีกคนหนึ่งเคยไปฝึกตนบนยอดเขาเสินจ้วนของส านักกุยหยก ล้วนต้องไปพึ่งพาอยู่ ใต้ชายคาของผู้อื่น พบเจอหน้าสู้ไม่พบเจอกันยังจะดีกว่า การกลับมาพบเจอกันอีกครั้งหลังจากลากันไปนานในครั้งนี้ การ ที่สุยโย่วเปียนถามทั้งๆ ที่รู ้ดีอยู่แล้วก็เพราะกังวลว่าจิตแห่งมรรคาของ อาจารย์จะเกิดปัญหา นางจึงเลือกค าพูดดีๆ มาเป็ นตัวเปิดบทสนทนา หาไม่แล้วสุยโย่วเปียนก็คิดว่าด้วยคุณสมบัติของอาจารย์ก็ควรจะเป็ น เซียนกระบี่ขอบเขตบินทะยานที่หยัดยืนอยู่บนยอดเขาได้นานแล้ว ผลส าเร็จบนมหามรรคาของอาจารย์ย่อมไม่มีทางแพ้ให้กับสิงกวาน หาวซู่ที่ชาติกาเนิดพอๆ กันได้อย่างแน่นอน ชื่อจริงของหนีหยวนจานในพื้นที่มงคลดอกบัวคือหลูเซิง นาม ซีโจว บัณฑิตผู้นี้ ตอนอยู่ที่บ้านเกิดก็เป็ นทั้งอาจารย์ผู้ถ่ายทอดวิชา ของสุยโย่วเปียน แล้วยังเป็ นผู้ถ่ายทอดมรรคาด้านวรยุทธและเวท กระบี่ให้กับนางด้วย เวลานี้ผู้เฒ่าที่สวมชุดลัทธิขงจื๊อสวมชุดคลุมขนนกกระสาตัว หนึ่งที่เป็ นทั้งชุดคลุมอาคมและเป็ นทั้งกรงขัง ตรงไหล่มีคางคกทอง สามขาตัวหนึ่งนอนหมอบอยู่ เจียงซ่างเจินเสนอราคาอยู่หลายครั้ง หมายจะซื้อคางคกทองมา จากหนีหยวนจาน แต่กลับไม่เคยส าเร็จหนีหยวนจานเอ่ยเย้ยหยันตัวเองว่า “บินทะยานส าเร็จอะไรกัน ก็ แค่ถูกเจ้าแห่งถ้าปี้เซียวโยนออกมานอกพื้นที่มงคลดอกบัวเท่านั้น ไม่ต้องนั่งบ่อมองฟ้ าอีกต่อไป คิดไม่ถึงว่าพอออกมาจากบ่อน้าแห่ง นั้นแล้วกลับยิ่งรู ้สึกว่าฟ้ าดินกว้างใหญ่ ตัวเองเล็กจ้อย จิตแห่งมรรคา ไม่บริสุทธิ์ เรื่องของการพิสูจน์มรรคาบินทะยานก็ยังคงอยู่ห่างไกล มองไม่เห็นจุดสิ้นสุด เสียเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์ก็เท่านั้น” ก่อนหน้านี้พวกเฉินผิงอันเดินทางไปเยือนพื้นที่มงคลถ้าเมฆา ด้วยกัน ตอนที่พวกเขาโดยสารเรือข้ามแม่น้า หนีหยวนจานถูกเด็ก หนุ่มชุดขาวท่าทางลึกลับคนหนึ่งมองตัวตนของเขาออก พูดให้ถูกต้องก็คือ ทั้งสองฝ่ ายต่างก็มอง “รากฐานมหามรรคา” ครึ่งหนึ่งของอีกฝ่ ายออก มีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหนังมังสาที่อีกฝ่ าย ใช ้พบเจอผู้คน เรือนกายผู้เฒ่าของหนีหยวนจานในเวลานี้คือคราบ ร่างของผู้ฝึ กตนใหญ่บรรพกาลที่ร่างจริงคือนกกระสาตัวหนึ่งส่วน เนื้อหนังมังสาเด็กหนุ่มของชุยตงซานก็เคยเป็ นมังกรเฒ่าสู่โบราณตัว หนึ่งที่สามารถแหวกว่ายไปในธารดาราได้ผู้ฝึกบาเพ็ญตนที่หลอมลมปราณแสวงหาความเป็ นอมตะ ปมใน ใจบางอย่างที่เนิ่นนานก็ยังมิอาจคลายออกได้ ส่วนใหญ่มักจะ กลายเป็ นชะตากรรมแห่งด่านใจหากไม่เป็ นเพราะทุกวันนี้หนีหยวนจานอยู่ในคอขวดหยกดิบที่จะ ทะลุผ่านไม่ทะลุผ่านเสียที อันที่จริงผู้เฒ่าก็ไม่ยินดีจะมาเยือนภูเขาเซียนตู เป็ นฝ่ ายมาพบหน้าลูกศิษย์ผู้เป็ นที่ภาคภูมิใจในอดีตตอนอยู่ พื้นที่มงคลอย่างสุยโย่วเปียนเลยจริงๆนอกจากนี้หนีหยวนจานยิ่งเป็ นกังวลว่าสุยโย่วเปียนที่เป็ นผู้ฝึก กระบี่ขอบเขตก่อกาเนิดแล้ว วันหน้าปิดด่าน จิตมารที่นางจะพบเจอ ก็คือตนเพราะถึงอย่างไรอาจารย์หลูเซิงมีภาพลักษณ์และฐานะในใจของ สุยโย่วเปียนสูงเท่าไรจิตมารที่นางจะพบเจอก็ยิ่งมีแต่จะสูงกว่ามาก เท่านั้นแสงจันทร ์ดุจหิมะ สายลมเย็นพัดโชยมาเป็ นระลอก เดินเล่นไปที่ หาดลั่วเป่ าด้วยกันหลูเซิงถามว่า “เคยเจอกับตงไห่เจ้าอารามผู้เฒ่า แห่งอารามกวานเต๋า หรือก็คือเจ้าแห่งถ้าปี้เซียวหรือไม่?”สุยโย่วเปียนพยักหน้า “เคยเจอครั้งหนึ่ง ก่อนที่เจ้าอารามผู้เฒ่า จะเดินทางไปยังใต้หล้ามืดสลัวได้ไปที่ภูเขาลั่วพั่วมารอบหนึ่ง”ตอนนั้นเจ้าอารามผู้เฒ่ายังบอกให้สุยโย่วเปียนนาความไปบอก เฉินผิงอันว่า ไม่ต้องสนใจว่าอารามจินติ่งจะอยู่หรือดับสูญ แต่ต้อง เก็บเส้ายวนหรานผู้นั้นเอาไว้ความนัยนอกเหนือจากคาพูดประโยคนี้ของเจ้าอารามผู้เฒ่าตื้น เขินอย่างยิ่ง สานักกระบี่ชิงผิงจะต่อสู้ฆ่าฟันกับอารามจินติ่งอย่างไรก็ ได้ จะรื้อศาลบรรพจารย์ของอีกฝ่ ายก็ยังไม่เป็ นปัญหา แต่อย่างเดียว ที่ทาไม่ได้คือห้ามทาลายการฝึกตนบนมหามรรคาของเส้ายวนหรานหลูเซิงกล่าว “แจกันสมบัติทวีปมีนักพรตที่มีฉายาว่าฉุนหยาง อยู่ในใต้หล้าไพศาลชื่อเสียงไม่โดดเด่น มีเพียงบนยอดเขาของโลก ยุคหลังเท่านั้นที่นักพรตหลวี่เหยียนถูกเรียกขาน ว่า “อันดับหนึ่งแห่ง โอสถทอง” นักพรตเคยเดินทางไปเที่ยวเยือนพื้นที่มงคล ตอนที่ข้ายัง หนุ่มภายใต้วาสนาอ านวย บังเอิญได้มีโอกาสเจอนักพรตฉุนหยางผู้ นี้ครั้งหนึ่ง เขาเคยมอบฝันหวานหวงเหลียงให้กับข้าครั้งหนึ่ง”ปีนั้นระหว่างที่หลูเซิงเดินทางเข้าเมืองหลวงไปสอบ ได้พักที่โรง เตี้ยมแห่งหนึ่งทางฝั่งซ ้ายมือของเส้นทางหานตัน ได้เจอกับนักพรต พเนจรคนหนึ่งที่มาหยุดพักอยู่ที่นั่น ฝ่ ายหลังใช ้ความฝันหวงเหลียง มาชี้นาหลูเซิงแล้วก็เป็ นหลังจากนั้นที่หลูเวิงค่อยๆ มีวิสัยทัศน์สูงส่งยิ่งกว่าเดิม ไม่ได้ถูกจากัดอยู่ที่สามอมตะของบัณฑิต และการเดินขึ้นสู่ที่สูงของผู้ ฝึกยุทธอีกสุยโย่วเปี ยนมีชาติกาเนิดมาจากตระกูลชั้นสูงในพื้นที่มงคล สกุลหลูกับสกุลสุยคบหากันเป็ นสหายมาหลายรุ่น ชื่อของนางก็เป็ น หลูเซิงที่เป็ นอาจารย์ประจาตระกูลช่วยตั้งให้ ตรงข้ามกับหลูเซิงที่มี ชะตาเป็ น “คนฝั่งซ ้ายของเส้นทางหานตัน” พอดี หลูเซิงหวังว่าใน อนาคตลูกศิษย์คนนี้จะบุกเบิกเส้นทางใหม่ ก่อตั้งพรรคเป็ นของ ตัวเองแต่ชื่อที่หลูเซิงตั้งมาด้วยความตั้งใจอย่างลึกซึ้งนี้ ตอนนั้นเจ้า อารามเฒ่ากลัรู ้สึกเสียดายอย่างมาก ให้ค าวิจารณ์เป็ นการส่วนตัวว่า “วาดงูเติมขา น่าเสียดายที่เส้นทางเสียหายสุยโย่วเปียนกล่าว “นักพรตฉุนหยางท่านนี้ก็เคยไปเยือนภูเขา ลั่วพั่ว มีความสัมพันธ ์ที่ไม่เลวกับเฉินผิงอัน”จ าต้องยอมรับเฉินผิงอันมีดวงสัมพันธ ์กับคนอาวุโสไม่เลวมา โดยตลอดหลูเซิงยิ้มเอ่ย “เจ้าสามารถกลายเป็ นผู้ฝึกกระบี่ได้อย่างราบรื่น สละร่างของผู้ฝึกยุทธไปเดินขึ้นเขาฝึกตน ข้าก็ไม่รู ้สึกประหลาดใจ เลย”้