ตอนที่ 2869
บทที่ 1064.4 ที่เกินมาก็คือความอ่อนโยน
October 21, 2026
เพียงแค่เหลือบมองปราดๆ เฉินผิงอันก็เห็นสตรีหน้าตางดงามที่ สวมชุดแพรต่วนกระโปรงยาวสีเดียวคนหนึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งกลมปัก ลาย หันข้างให้คนมอง ในมือนางถือหนังสืออยู่ใต้พุ่มดอกไม้ ตรง พื้นที่ว่างของภาพวาดยังเขียนบทกวีไว้บทหนึ่ง จุดที่ทาให้เฉินผิงอัน จดจาได้ลึกซึ้งที่สุดก็คือนิ้วก้อยที่ตวัดงอนขึ้นซึ่งกาลังคืบหนังสือของ สตรีสวมปลอกนิ้วยาวส่องประกายแสงแวววาว มองดูแล้วไม่น่าจะใช่ ของธรรมดาทั่วไป คาดว่าด้านหลังก็น่าจะมีบทความหัวข้อจาพวกบทสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และตัวประหลาด บทเซียนเหรินหลอมลมปราณและบทผู้ฝึกยุทธใน ยุทธภพอยู่ด้วย เฉินผิงอันเปิดกลับมาที่หน้าสอง พูดเหมือนพึมพ า กับตัวเองว่า “ไม่รู ้ว่าจูเหลี่ยนสอนความรู ้อะไรไปให้บ้าง” เพ่ยเซียงรู ้สึกเขินอายอีกครั้ง บอกให้แคว้นหูร่วมมือกับหอจิ้งหย่าง เขียนเส้นหลักของ “เรื่องราว” ไว้ในบทน าให้ชัดเจน ส่วนบทความที่เป็ นเนื้อหาในช่วง หลักก็ให้แบ่งแยกเป็ นประเภท คือแผนการที่จูเหลี่ยนช่วยคิดให้จริงๆ ชิวชิงกระชิบพูดคุยกับแม่นางเซี่ยที่ “แค่พบเจอก็ถูกชะตา’ พลาง เงี่ยหูตั้งใจฟังไปด้วยฟังเรื่องที่อิ่นกวานหนุ่มพูด รวมไปถึงน้าเสียง ยามพูดคุยของบุรุษชุดเขียว ่ หึ ไม่ใช่น้าเสียงที่เปี่ ยมล้นไปด้วยปราณสังหารอย่างที่นาง จินตนาการไว้เลย น้าเสียงของเขาทุ้มอบอุ่น พูดจาก็น่าฟังอย่างมาก ส่วนหลัวฟูเม่ย นางก็ยิ่งเอาความคิดจิตใจทั้งหมดไปไว้ที่เซียน กระบี่เฉิน หนึ่งกลัวว่าอีกฝ่ ายจะรังเกียจที่น้าชาและผลไม้เชื่อม รสชาติจืดเกินไป อยู่ดีๆ ก็โพล่งคาว่า “เพิ่มอาหาร” อยากจะกิน อาหารคาวเนื้อนุ่มสดใหม่ขึ้นมา…นางอยู่ใกล้เขากว่าศิษย์น้องหญิง อีกนะ! อีกอย่างนางก็อยากรู ้มากด้วยว่าบุคคลยิ่งใหญ่ที่อยู่ไกลสุด ขอบฟ้ าประเภทนี้จะ…พูดคุยกับคนอื่นอย่างไร? เหนือฟ้ ายังมีฟ้ า เหนือคนยังมีคน เฉินผิงอันเงยหน้ามองไปยังจุดหนึ่งของม่านฟ้ า แล้วก็เริ่มยกมือ นวดคลึงจุดไท่หยาง ฉางมิ่งใช ้เสียงในใจเอ่ยว่า “ดูเหมือนว่าจะเปลี่ยนใจกะทันหัน พวกเขายังไม่คิดจะมาที่แคว้นหูแห่งนี้” เฉินผิงอันพยักหน้า “ตามใจพวกเขาเถอะ” ที่แท้จูเหลี่ยนเปิ ดประตูใหญ่ของยอดเขาจี้เซ่อภูเขาลั่วพั่ว กะทันหัน ให้คนนอกสองคนของภูเขาลั่วพั่วเข้ามาในพื้นที่มงคลราก บัว ในฐานะผู้ดูแลใหญ่ จูเหลี่ยนกลับไม่ได้บอกกล่าวกับเจ้าขุนเขา อย่างเฉินผิงอันก่อน ทั้งไม่ได้บอกก่อนล่วงหน้าแล้วก็ไม่ได้บอก หลังจากทาไปแล้ว นี่ไม่ใช่การกระทาที่ปกติเลย ่ จูเหลี่ยนนาทางพาคนนอกสองคนโดยสารเรือยันต์เดินทางมุ่ง หน้าไปยังอาณาเขตแคว้นหนันเยวี่ยนด้วยตัวเอง เซี่ยโก่วเหลือบมองไปทางนั้น ถอนสายตากลับมาแล้วนางก็ใช ้ เสียงในใจถามอย่างใคร่รู ้ว่า “เจ้าขุนเขา ใครกัน วางท่ากร่างหยิ่งยโส ถึงเพียงนี้ ไม่คิดจะทักทายพวกเราสักคาเลยหรือ?” พูดถึงแค่ตน จะดีจะชั่วทุกวันนี้ก็เป็ นผู้ถวายงานอันดับรองของ ภูเขาลั่วพั่วแล้ว คราวหน้าที่เข้าร่วมการประชุมศาลบรรพจารย์ของ ยอดเขาจี้เซ่อก็คือขุนนางใหญ่ที่ได้นั่งแถวหน้า! เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “คือสหาย” ฉางมิ่งอธิบายด้วยรอยยิ้มว่า “คือเจ้าสานักคนปัจจุบันของสานัก กระบี่หลงเฉวียนหลิวเสี้ยนหยาง และยังมีลูกศิษย์ผู้สืบทอดของ อาจารย์เจิ้งแห่งนครจักรพรรดิขาว กู้ช่านพวกเขาต่างก็เป็ นสหายรัก ที่บ้านเกิดของคุณชาย เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เล็กจนโต” เซี่ยโก่วพยักหน้า มิน่าเล่า…ไม่ถูกสิ ต่อให้จะเป็ นสหายรักแค่ ไหน ถึงอย่างไรก็เป็ นแขกของภูเขาลั่วพั่ว ท าไมอาจารย์จูถึงไม่บอก กล่าวกับเจ้าขุนเขาของพวกเราสักค า ฉางมิ่งจึงได้แต่อธิบายเพิ่มเติมว่า “พวกเขาเป็ นเหมือนพี่น้อง แท้ๆ ของเจ้าขุนเขา” เฉินผิงอันรู ้สึกเหมือนวัวสันหลังหวะอยู่บ้าง “ฉางมิ่ง หากหลิว เสี้ยนหยางทาเรื่องอะไรที่เกินกว่าเหตุอยู่ที่นี่ หลังจากนี้ก็ให้คิดบัญชี ่ลงมาบนหัวของข้าแล้วกัน เอาเป็ นว่าท าไปตามกฎระเบียบที่บ้านเรา ก าหนดไว้”เซี่ยโก่วจุ๊ปาก ก่อนหน้านี้เจ้าขุนเขาเรียกขานคาแล้วคาเล่าว่า สหายฉางมิ่ง เวลานี้ท าไมไม่เติมค าว่าสหายมาด้วย หรือไม่เรียกผู้คุม กฏแล้วล่ะ?ฉางมิ่งยิ้มตาหยี พูดด้วยน้าเสียงอ่อนโยนว่า “เจ้าขุนเขา ข้ารู ้แค่ ว่าจูเหลี่ยนมาที่พื้นที่มงคล ไม่รู ้สักหน่อยว่ามีคนนอกบุกเข้ามาที่นี่ ด้วย”เซี่ยโก๋วยังคงส่งเสียงจุ๊ปากรัวๆ โอ้ย เปรี้ยวฝาดนักไม่เรียกคุณชาย แต่เรียกเจ้าขุนเขา นี่ไม่ใช่การเบียดบัง ผลประโยชน์ส่วนรวมเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนแล้วจะเรียกว่าอะไรจูเหลี่ยนบังคับเรือยันต์ลาหนึ่งให้มุ่งหน้าไปที่เมืองหลวง แคว้นหนันเยวี่ยน กู้ช่านใช ้เสียงในใจพูดกลั้วหัวเราะเสียงเย็นชา “เจ้านี่ไม่ทาตัวห่างเหินเลยนะ”“กับเฉินผิงอันจะต้องท าตัวห่างเหินไปไย”กู้ช่านไม่ได้เอ่ยอะไรข้าก็เคยท าตัวไม่ห่างเหินกับเขาเหมือนกัน่หลิวเสี้ยนหยางจงใจสาดเกลือลงบนบาดแผล ยิ้มเอ่ยว่า “นี่จะ เหมือนกันได้หรือ? เจ้าคือแมลงตามกันเฉินผิงอัน เขาคือแมลงตาม ก้นของข้า”กู้ช่านกระตุกมุมปาก “แมลงตามกัน คากล่าวนี้ดี เจ้าก็คือกัน” หลิวเสี้ยนหยางยื่นฝ่ ามือข้างหนึ่งออกมา “เจ้าขี้มูกยึด รีบดมเร็วเข้า ผายลมนี้ของข้ามีกลิ่นอึติดมาด้วยหรือไม่”กู้ช่านปัดแขนที่หลิวเสี้ยนหยางยื่นมาหาทิ้งไป จูเหลี่ยนหัวเราะหากมีแค่กู้ช่าน คิดอยากจะเข้ามาในพื้นที่มงคลดอกบัว แน่นอน ว่าไม่มีปัญหา แต่จูเหลี่ยนจะต้องบอกกล่าวกับคุณชายสักคาแต่ในเมื่อข้างกายกู้ช่านมีหลิวเสี้ยนหยางอยู่ด้วยก็ไม่จาเป็ นต้อง บอกแล้วหากจะบอกว่าใต้หล้านี้มีใครที่สามารถทาให้คุณชายของตน โดนตีแล้วไม่เอาคืน โดนด่าไม่ด่าตอบ เกรงว่านอกจากฮูหยินเจ้า ขุนเขาแล้วก็คงมีแค่หลิวเสี้ยนหยางเท่านั้นน้อยครั้งนักที่จูเหลี่ยนจะรู ้สึกว่าคุณชายของตัวเองโชคดีมีเพียงการที่ได้รู ้จักกับหลิวเสี้ยนหยางแต่เนิ่นๆ เท่านั้นที่ทาให้จู เหลี่ยนรู ้สึกจากใจจริงว่าคุณชายของตนช่างโชคดี ถึงขั้นที่จูเหลี่ยน ยังรู ้สึกด้วยว่า ขาดใครไป คุณชายก็จะยังคงเป็ นคุณชายอย่างในทุก่วันนี้ มีเพียงขาดหลิวเสี้ยนหยางบนเส้นทางชีวิตในวัยเด็กหนุ่ม เท่านั้นที่ยากมากที่คุณชายจะประสบผลสาเร็จอย่างในทุกวันนี้ได้ก่อนจะมาที่ภูเขาลั่วพั่ว กู้ช่านไม่ได้ไปที่ยอดเขาโหยวอี๋ของ สานักกระบี่หลงเฉวียน แต่ไปที่อาณาเขตของขุนเขาป๋ ายเยว่เก่า ตอนที่สตรีสองคนเดินเล่นกันอยู่ที่ท่าเรือตระกูลเซียนพวกเขาก็ไปดื่ม เหล้าที่เหลาสุรามาด้วยกันมื้อหนึ่ง ผลคือพอแยกว่าที่ภรรยาและสาว ใช ้ข้างกายออกไปได้ หลิวเสี้ยนหยางก็บอกว่ามีธุระกะทันหัน กู้ช่า นจึงให้สาวใช ้หลิงเยี่ยนอยู่เป็ นเพื่อนแม่นางอวี๋บนโต๊ะสุรา หลิวเสี้ยนหยางกล่าวโทษตัวเองด้วยสีหน้าไม่พอใจ บอกว่ากู้ช่านอ่า พี่ชายใกล้จะได้แต่งงานแล้ว ยังไม่เคยดื่มเหล้าเคล้า นารีเลยสักครั้ง ก็ไม่ใช่ว่าเจ้าชู้อะไรหรอกนะ พี่ชายไม่ใช่คนแบบนั้น แต่ถึงอย่างไรประสบการณ์ก็ยังตื้นเขินเกินไป รอให้ผ่านไปอีกไม่กี่ วันก็ต้องจัดงานเลี้ยงสุราแต่งงานมีภรรยาแล้ว ด้วยนิสัยของข้าก็ยิ่ง ต้องส ารวมกายใจ…กู้ช่านไม่พูดอะไรสักคา เอาแต่ดื่มเหล้าอย่างเดียว่่