ตอนที่ 2870
บทที่ 1065.1 ทั้งกระบี่และกวี ป๋ ายเหย่ล้วนไร ้เทียมทาน
October 21, 2026
ป๋ ายเหย่ติดตามหลิวสือลิ่วมาถึงภูเขาลั่วพั่วแล้วก็ไม่ไปไหนอีก ต่อให้เว่ยป้ อจะมาเชื้อเชิญถึงที่ ป๋ ายเหย่ก็คร ้านจะเปิดปากพูดถ้อยค า ตามมารยาท เขาเพียงแค่ส่ายหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย นี่ก็คือคาสั่ง ไล่แขกที่ชัดเจนอย่างยิ่งแล้ว เว่ยซานจวินที่อีกเดี๋ยวก็จะได้รับฉายา เทพว่า “เย่โหยว” จึงรีบขอตัวลากลับไปทันที ไม่กล้าอยู่รบกวนการ ฝึ กตนของผู้ที่เป็ นความภาคภูมิใจที่สุดในโลกมนุษย์ท่านนี้แม้แต่ น้อย ต่อให้จะรู ้ว่าทุกวันนี้อาจารย์ใหญ่ผู้นาของสิบศิษย์เอกแห่งศาลบุ๋ นอยู่ที่ภูเขาพีอวิ๋น ป๋ ายเหย่ที่พักอยู่ในเรือนบนภูเขาลั่วพั่วก็ยังเก็บตัว เงียบไม่ออกไปไหน มีแค่บางครั้งที่จะไปเดินเล่นบนยอดเขาซึ่งเป็ น ที่ตั้งของศาลเทพภูเขาเก่าเพื่อชมทิวทัศน์ มองดูดวงตะวันขึ้นทาง ทะเลบูรพาแล้วหายลับไปทางภูเขาตะวันตก ไม่รู ้ว่าเหตุใด ป๋ ายเหย่มักจะได้เจอกับแม่นางน้อยชุดด าท่าทาง ประหลาดคนนั้นอยู่เสมอ แต่แม่นางน้อยที่ว่ากันว่าเป็ นผู้พิทักษ์ขวา ของภูเขาลั่วพั่วกลับไม่เคยขยับเข้ามาพูดคุยกับเขา นางจะแค่ยืนอยู่ ห่างๆ สะพายกระเป๋ าผ้าฝ้ ายใบนั้นของนาง ครั้งแรกด้วยมารยาท แน่นอนว่ายิ่งเป็ นเพราะเห็นแก่หน้าของสหายรักจวินเชี่ยน ป๋ ายเหย่ ถึงได้เอ่ยทักทายโจวหมี่ลี่ แม่นางน้อยเม้มปากยิ้ม พยักหน้ารับแรงๆกอดไม้เท้าไม้ไผ่เขียวและคานหาบสีทองไว้ในอ้อมอก มือน้อยก า เชือกของกระเป๋ าสะพายเอาไว้แน่น ป๋ ายเหย่คิดว่าจะเอาแต่ตาใหญ่มองตาเล็กอยู่กับแม่นางน้อยไป ตลอดคงไม่ดีจึงเค้นรอยยิ้มส่งไปให้ เห็นว่านางยังคงไม่พูดอะไร ป๋ าย เหย่จึงหันไปชมภาพก้อนเมฆสีแดงดุจเปลวเพลิงบนขอบฟ้ าของ ตัวเองต่อไป ฟังเสียงฝีเท้าจากด้านหลัง แม่นางน้อยย่องจากไปเงียบๆ แล้ว พอไปถึงที่ขั้นบันไดเส้นทางเทพก็เริ่มวิ่งเหยาะๆ รอกระทั่งวิ่งจากไป ไกลแล้วถึงได้ชักเท้าออกวิ่งเร็วรี่ ครั้งที่สองที่ได้เจอแม่นางน้อยคือตอนเช ้าที่ขอบฟ้ าเป็ นสีขาว พุงปลา เป็ นป๋ ายเหย่ที่มาถึงเร็ว แม่นางน้อยมาถึงช ้ากว่าครู่หนึ่ง ป๋ ายเหย่จึงหันมายิ้มถามว่า หมี่ลี่น้อย มีธุระหรือไม่? แม่นางน้อยส่ายหน้า เกาแก้มรอกระทั่งป๋ ายเหย่หมุนตัวกลับไป ยืนพิงราวรั้ว นางก็วิ่งจากไปอีกครั้ง ครั้งที่สาม ป๋ ายเหย่หันไปมองก็เห็นแผ่นหลังเล็กบอบบางนั่งอยู่ ตรงขั้นบันไดเงียบๆ ป๋ ายเหย่ก็ยิ่งมึนงงไม่เข้าใจ รอกระทั่งครั้งที่สี่ ดูเหมือนแม่นางน้อยจะจงใจอ้อมเส้นทางไปไกล เลือกเส้นทางสายเล็กของยอดเขาจี๋หลิงไปถึงภูเขาด้านหลังของยอด เขาจี้เซ่อก่อน จากนั้นก็วิ่งตะบึงขึ้นภูเขามาอย่างว่องไว แล้วจึงมา หลบอยู่ที่ศาลเทพภูเขาเก่า นางไม่ได้โผล่หน้าออกมา ตั้งแต่ต้นจนจบเพียงแค่นั่งยองอยู่ที่เดิม แล้วก็ไม่เคยโผล่มาให้ป๋ ายเหย่เห็น รอ กระทั่งป๋ ายเหย่เดินลงจากยอดเขาไปแล้วถึงได้สังเกตเห็นว่าแม่นาง น้อยแอบอ้อมผ่านสิ่งปลูกสร ้างแห่งนั้นมา วางไม้เท้าไม้ไผ่เขียวและ คานหาบสีทองเอนพิงรั้วเอาไว้ ส่วนตัวนางปืนขึ้นไปบนรั้วแล้วเริ่ม แทะเมล็ดแตงของตัวเองไป ป๋ ายเหย่ที่เดินอยู่บนเส้นทางมึนงงไปอย่างสิ้นเชิง นี่ตนถูกแม่นาง น้อยคนหนึ่งมาเฝ้ าตอรอกระต่ายถึงสี่ครั้งติดกันเลยหรือ? ปัญหาก็คือจนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่รู ้ว่าแม่นางน้อยอยากพูดอะไร หรืออยากท าอะไรกันแน่ เป็ นเหตุให้คนที่ไม่แยแสสิ่งใดอย่างป๋ ายเหย่ พอไปถึงที่พักกลาง ภูเขา หลังจากสองจิตสองใจอยู่พักใหญ่ก็ไปหาสหายรักจวินเชี่ยนที่ เรือนหลังติดกันเพื่อขอคาชี้แนะ ถามว่าทาไมหมี่ลี่น้อยถึงทาเช่นนี้? หากจะบอกว่าแม่นางน้อยอยากจะขอเทียบอักษรผลงานจริงแทน ใคร หรือมีใครอยากจะขอให้สอนเวทกระบี่ อันที่จริงก็ไม่ได้เป็ น ปัญหาอะไร เพราะถึงอย่างไรตนก็เป็ นแขกอยู่ที่ภูเขาลั่วพั่ว จวินเชี่ยนหัวเราะเสียงดังลั่น ช่วยไขข้อข้องใจให้กับเพื่อนรัก ที่ แท้ก่อนหน้านี้เขาได้บอกกับหมี่ลี่น้อยไปว่าป๋ ายเหย่สหายรักของข้า คนนั้นรู ้สึกว่าปลาน้อยตากแห้งที่ได้ชิมตอนอยู่ตรงตีนเขารสชาติดี เยี่ยม แต่เจ้าคนนี้เป็ นคนหน้าบาง ไม่กล้าเปิดปากขอเอาจากภูเขาลั่ว พั่ว รู ้สึกว่าเป็ นการลดเกียรติเกินไป บวกกับที่เจ้ามีนิสัยแปลกแยกพูดไม่เก่ง เวลาปกติก็มักจะชอบตีหน้าเคร่ง ใครเห็นก็รู ้สึกว่าดุมาก แม้กระทั่งเว่ยซานจวินก็ยังถูกใบหน้าเย็นชาของเจ้าท าให้ตกใจเผ่น หนีไป แล้วนับประสาอะไรกับที่เจ้าคนนี้ไม่ยินดีจะติดค้างน้าใจใคร แม้แต่น้อย เพราะฉะนั้น แม่นางน้อยจึงได้แต่ปลุกความกล้า แสร ้งท าเป็ นว่าบังเอิญเจอกับ เจ้า นางอยากจะคิดหาวิธีเชื้อเชิญให้เจ้ากินปลาเล็กตากแห้ง แค่นี้ เท่านั้นภายหลังนางกลัวว่าจะไปรบกวนการชมทัศนียภาพของเจ้า ก็ เลยไปนั่งที่ขั้นบันไดสุดท้ายก็ไม่กล้ามาเจอเจ้า ทั้งอยากจะมาพูดคุย ตีสนิทเจ้า แต่ก็กลัวด้วยว่าตัวเองจะเดือดร ้อนท าให้เจ้ารู ้สึกอคติต่อ เจ้าขุนเขาคนดีและภูเขาลั่วพั่วคิดถึงท่าทางของแม่นางน้อยชุดดาที่ขมวดคิ้วน้อยๆ พอตนหัน ไปมองนางก็จะเม้มปากยิ้ม กาเชือกของกระเป๋ าผ้าฝ้ ายสะพายไหล่ เอาไว้แน่นสีหน้าและแววตาของเด็กหนุ่มสวมหมวกหัวเสือก็อ่อนโยนละมุน ลงหลิวสือลิ่วตบหมวกหัวเสือของสหายรัก พูดบ่นว่า “ป๋ ายเหย่ หนอป๋ ายเหย่ เจ้าเอาแต่รู ้สึกว่าคนบนโลกมนุษย์ต้องมีสิ่งที่ต้องการ เสมอ ครั้งนี้เป็ นเจ้าที่คิดผิดไปแล้วสินะ”แต่เรื่องราวทางโลกก็มักจะแปลกประหลาดเช่นนี้ รอประทั่งป๋ าย เหย่อยากจะเป็ นกระต่ายที่ถูกเฝ้ าตอรอ วันนี้แม่นางน้อยกลับเอาแต่ ลาดตระเวนเช ้าค่าสองรอบเท่านั้น จากนั้นก็ไปคุยเล่นกับนักพรต เซียนเว่ยแก้เบื่อที่หน้าประตูภูเขา หรือไม่ก็แวะไปหาพ่อครัวเฒ่านั่ง ยองมองดูพ่อครัวเฒ่าสานที่ตักผงด้วยมือไม้ที่คล่องแคล่วฝีมือประณี ติ มองกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ จากนั้นพอถึงเวลาขานชื่อก็ไปอยู่เป็ นเพื่อนเจ้า ขุนเขาคนดีที่อ่านตารากับพี่หญิงหน่วนซู่ที่ทางานเย็บปักถักร ้อย หมี่ ลี่น้อยรับผิดชอบแค่นั่งเหม่อ นอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ในระเบียงนอนฟุบ คว่ามองเมฆขาวนอกภูเขาที่มาเยือนแล้วก็จากไป คอยช่วยตั้งฉายา ให้พวกมันอยู่ในใจวันนี้งานลาดตระเวนครั้งที่สองเสร็จสิ้นลง งานใหญ่สาเร็จลุล่วง ลงด้วยดี ก็แค่ต้องนอนหลับให้ดี รอคอยสหายรักของตนที่มีชื่อว่า “พรุ่งนี้” มาเยือนโดยไม่ได้รับเชิญอีกครั้งตอนที่หมี่ลิ่น้อยเดินผ่านขั้นบันไดเส้นทางเทพของยอดเขาจี้เซ่อ นางชะลอฝี เท้า เงยหน้ามองไปยังยอดเขา สองจิตสองใจอยู่นาน สุดท้ายก็ล้มเลิกความคิดหากไปที่นั่นอีกก็จะดูว่านางทาอะไรไร ้ประสบการณ์ ไม่แน่ว่าวัน หน้าอาจารย์ป๋ ายอาจจะร าคาญจนไม่อยากออกมาชมทัศนียภาพ ข้างนอกอีกก็เป็ นได้หมี่ลี่น้อยแบกคานหาบอันเล็กไว้บนบ่า ในมือถือไม้เท้าไม้ไผ่ เขียว เดินอาดๆ จากไปไม่เป็ นไร ยังคงอารมณ์ดีมากกว่าอัดอั้น กองกาลังของ “อัดอั้น” มีน้อยเกินไป กองกาลังของ “อารมณ์ดี” แข็งแกร่งกว่า พวกความอัดอั้นก็ได้แต่แอบโยนหมวกเหล็กถอดเสื้อ เกราะไปเท่านั้น น่าสงสารยิ่งนัก กองทัพพ่ายแพ้ดุจภูเขาพังถล่ม!เพราะถึงอย่างไรนั่นก็คืออาจารย์ป๋ ายในตานานเชียวนะ เมื่อก่อน ตนผมยาวความรู ้สั้นมีความรู ้แค่หางอึ่ง ดูท่าคงถึงเวลาที่ต้องขอยืม“รวมเล่มคนผ่านทาง” จากจึงชิงมาอ่านเสียแล้วเพียงแต่ไม่รู ้ว่าเหตุใดอาจารย์ป๋ ายถึงได้ถูกเรียกว่า “ผู้ที่ ภาคภูมิใจที่สุดในโลกมนุษย์” เรื่องนี้แม้กระทั่งเจ้าขุนเขาคนดีก็ยัง อธิบายไม่ได้หมี่ลี่น้อยคิดแล้วก็หันไปมองที่ยอดเขา ทันใดนั้นความคิดดีๆ ก็ บังเกิด นางไม่ได้รีบร ้อนกลับไปที่เรือนพักของตน แต่วิ่งตะบึงไป จนถึงตีนเขานางยกเก้าอี้มานั่งลงข้างกายนักพรตเซียนเว่ย ขยับเก้าอี้เบี่ยง หันข้างเล็กน้อย เพื่อที่จะได้ใช ้หางตาเหลือบมองความเคลื่อนไหวบน ยอดเขาได้สะดวกทุกครั้งที่อาจารย์ป๋ ายลงมาจากภูเขาล้วนจะต้องเดินด้วยฝีเท้าที่ ไม่รีบไม่ร ้อน ถ้าอย่างนั้นเมื่อถึงเวลาตนก็แค่ ตนก็แค่เพิ่มแรงเดินก้าว เร็วๆ ราวกับบิน สามก้าวเดินแค่สองก้าวคาดว่าก็น่าจะบังเอิญไปเจอ กันที่เส้นทางภูเขาที่ทอดยาวสู่ที่พักพอดี เป็ นแผนที่ดีจริงๆ ต ารา พิชัยยุทธที่อ่านมาไม่ได้เสียเปล่า สามสิบหกกลยุทธ การหนีคือกลยุทธ ์อันเฉียบขาดเรียนปุ๊ บก็เอามาใช ้ได้ปั้บ! ยอดเยี่ยมไร ้รอยต่อ ไม่ เผยร่องรอย!เซียนเว่ยสัมผัสได้ถึงความผิดปกติจึงยิ้มถามว่า “ผู้พิทักษ์ขวา มองอะไรหรือ”หมี่ลี่น้อยเอ่ยอย่างเขินอาย “ไม่มีอะไร ไม่มีอะไร”เซียนเว่ยกลัวว่านางนั่งอยู่ตรงนี้แล้วจะเบื่อจึงชวนหมี่ลี่น้อยคุย เรื่องโน้นเรื่องนี้ หมี่ลี่น้อยฟังอย่างเพลิดเพลิน รอกระทั่งนางคืนสติ กลับมา หันไปมองตรงเส้นทางวิถีเทพสายนั้นแย่แล้ว เห็นเพียงว่า อาจารย์ป๋ ายเดินลงจากยอดเขามาแล้ว ร่างของเขาก าลังเดินแยกไป ยังทางที่ตรงไปที่เรือนแล้วแม่นางน้อยย่นจมูก เอ่ยเสียงเบาอย่างน้อยใจว่า “นักพรตเซียน เว่ยหนอ ท่านถ่วงรั้งงานใหญ่ของข้าแล้ว”