ตอนที่ 2871
บทที่ 1065.2 ทั้งกระบี่และกวี ป๋ ายเหย่ล้วนไร ้เทียมทาน
October 21, 2026
แม่นางน้อยที่อารมณ์ดีสุดขีดหันหน้ามา ยื่นมือมาป้ องข้างปาก กดเสียงต่าเอ่ยว่า “อาจารย์ป๋ าย ข้าจะบอกความลับท่านให้นะ แม้ว่า เจ้าขุนเขาคนดีจะพ่ายแพ้การประลองบทกวีกับคนอื่น แต่ขอแค่เขา ดื่มเหล้าจนเมาเมื่อไหร่ พรสวรรค์ก็จะผุดขึ้นมาทันทีเลย” ป๋ ายเหย่ยิ้มถาม “ไหนลองเล่าให้ฟังสิ?” หมี่ลี่น้อยพลันคืนคืนสติทันใด ข้างกายคืออาจารย์ป๋ ายที่เขียน บทกวีมามากมาย คุยเรื่องนี้จะเหมาะสมหรือไม่นะ? โชคดีที่อาจารย์ป๋ ายเข้าใจผู้อื่นเป็ นอย่างดี จึงยิ้มบางๆ ช่วย คลี่คลายสถานการณ์ให้นางด้วยการพูดว่า “จาได้ว่าเคยไปเยี่ยม เยือนเซียนถามมรรคากับภูเขาและสายน้าที่มีชื่อเสียงกับจวินเชี่ยน โดยที่ไม่ใช ้ชื่อจริง แล้วก็เคยบังเอิญเจอกับนักพรตในภูเขาและยอด ฝีมือนอกโลกบางส่วน….น่าจะถือว่าเป็ นการประลองกวีกันอย่างถูไถ กระมัง ผลคือพอพวกเขา ได้ยินกลับไม่เห็นด้วยนัก ค าประเมินไม่สูง เอาเป็ นว่าล้วนมีข้อบกพร่องไปทุกจุด หากไม่มีสัมผัสคล้องจองเลย ก็ คือเปลี่ยนสัมผัสไม่เหมาะ หรือไม่ก็สัมผัสซ้ากันตรงนี้ หลุดสัมผัสตรง นั้น ไม่สอดคล้องกับกฎบรรทัดฐาน แม้แต่เรื่องการการวางสัมผัสใน กลอนสุภาพก็ยังไม่เข้าใจ”หมี่ลี่น้อยทอดถอนใจด้วยความตกตะลึง “เป็ นพวกเขาที่ไม่รู ้จัก คุณค่า หรือเป็ นเพราะพวกเขาร ้ายกาจเกินไป?” ป๋ ายเหย่ยิ้มเอ่ย “บางทีอาจมีทั้งสองอย่างกระมัง” หมี่ลิ่น้อยกล่าว “เอาเป็ นว่าเจ้าขุนเขาคนดีบอกไว้แล้วว่า ขอแค่ เมามายอย่างแท้จริงถึงจะสามารถอ่านท่วงท านองในบทกวีของ อาจารย์ป๋ ายออก หากไม่เมาจะไม่ได้เลย” ป๋ ายเหย่กล่าว “ถ้าอย่างนั้นเจ้าขุนเขาเฉินของพวกเจ้าก็ต้องคอ แข็งมากสินะ ข้าเดาว่าเขาคงแทบจะไม่เคยเมามาก่อนเลย?” หมี่ลี่น้อยเกาแก้ม “เจ้าขุนเขาคนดีไม่เคยดื่มจนเมามายสัก เท่าไร มีแค่บางครั้งเท่านั้นข้ารู ้ว่ามีแค่สามสี่ครั้ง แต่ตอนนั้นข้าไม่ได้ อยู่ด้วย แค่ได้ยินคนอื่นเล่ามาอีกที” ป๋ ายเหย่ไม่เห็นเป็ นส าคัญ เห็นได้ชัดว่าจะเป็ นเฉินผิงอันแห่ง ภูเขาลั่วพั่วก็ดีหรืออิ่นกวานคนสุดท้ายของก าแพงเมืองปราณกระบี่ก็ ช่าง ล้วนไม่ใช่บัณฑิตที่จะเลื่อมใสบทกวีของป๋ ายเหย่ได้เลย จวินเชี่ยนเพียงแค่ยืนอยู่ห่างไปไกลเงียบๆ เอนหลังพิงราวรั้ว สอง มือกอดอก หลักๆ แล้วคือกังวลว่าป๋ ายเหย่จะขาดไหวพริบ ขออย่าได้ ให้เขาเอ่ยคาพูดทุเรศคาใดทาให้หมี่ลี่น้อยของพวกเราต้องร ้องไห้ เลย ป๋ ายเหย่ก็หันมามองเขาแวบหนึ่งจวินเชี่ยนบอกเป็ นนัยว่าพวกเจ้าคุยเรื่องของพวกเจ้าไป ไม่ต้อง สนใจข้า ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ในโรงเรียนของเมืองเล็ก ศิษย์น้องหม่าจาน ที่คลายปมในใจส่วนหนึ่งไปได้ สุดท้ายก็ยังไม่ยอมมาที่ภูเขาลั่วพั่ว จวินเชี่ยนที่เป็ นศิษย์พี่ เฉินผิงอันที่เป็ นศิษย์น้องเล็ก สาหรับเรื่อง นี้พวกเขาต่างก็ไม่ได้บังคับอีกฝ่าย แต่สถานะของหม่าจานได้เปลี่ยนไปแล้ว เปลี่ยนจากหนึ่งในคน เฝ้ าศาลของศาลบุรพกษัตริย์แห่งเมืองหลวง กลายมาเป็ นผู้สอนใน ส านักศึกษาชุนซานต้าหลี ตอนนั้นหม่าจานไม่รู ้ถึงเนื้อหาการประชุมของห้องทรงพระอักษร เมืองหลวง ดังนั้นจึงรู ้สึกประหลาดใจ เพราะถึงอย่างไรต่อให้สถานะ ของศิษย์น้องเล็กผู้นี้จะมีเยอะแค่ไหนก็คล้ายว่าจะไม่เหมาะที่จะสอด มือเข้าแทรกเรื่องกิจธุระของราชสานักต้าหลี เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย บอกว่าศิษย์พี่ชุยคือราชครูต้าหลี ทุกวันนี้ข้าก็ ใช่เช่นกันจวินเชี่ยนหันหน้าไปยิ้มมองเด็กหนุ่มสวมหมวกหัวเสือคนนั้นไปฝึกบาเพ็ญตนและฝึกกระบี่อยู่ที่อารามเสวียนตูนั้นถูกต้องแล้ว มาเยือนที่ภูเขาลั่วพั่วรอบหนึ่งก็ถูกต้องแล้วเช่นกันสามสุดยอดแห่งไพศาล บทกวีของป๋ ายเหย่ไร ้เทียมทาน ซิ่วหูชุย ฉาน เผยหมิ่นแห่งเวทกระบี่สหายรักป๋ ายเหย่ แต่ไหนแต่ไรมาก็มีใจมุ่งสู่มหามรรคามาโดย ตลอด กลิ่นอายเซียนแผ่ล่องลอย ความสามารถโดดเด่น ยิ่งใหญ่ ไพศาล ประหนึ่งธารดวงดาวสีเงินที่สาดเทลงมาในโลกมนุษย์ ในโลกนี้ไม่มีใครเทียบเคียงได้ผู้คนให้การยอมรับว่าเขาคือผู้ที่เป็ นที่ภาคภูมิใจที่สุดของโลก มนุษย์ และด้านบทกวีป๋ ายเหย่ก็ไร ้เทียมทานอย่างแท้จริง ทั้งเวทกระบี่ และบทกวีต่างก็อยู่บนฟากฟ้ าแต่ผลลัพธ ์ก็เหมือนประโยคนั้นที่ป๋ ายเหย่พูดเอง มหามรรคาดุจ ฟ้ าคราม มีเพียงข้าที่ออกไปไม่ได้อาจารย์ของตนก็เคยโน้มน้าวป๋ ายเหย่เช่นกันว่า อย่าได้กล่าวว่า คนธรรมดายากจะเข้าใจสัจธรรม นั่นเพียงเพราะยังฝึกฝนตนได้ไม่ดี พอจวินเชี่ยนกับป๋ ายเหย่คือสหายรักกัน อาจารย์เองก็ถือตัวเองว่า เป็ นคนรุ่นเดียวกับป๋ ายเหย่มาโดยตลอด ตามค ากล่าวในทางส่วนตัว ของอาจารย์ ต่างคนต่างคิดแยกกันไป จะถือสาในเรื่องพวกนี้ไปไย แน่นอนว่าหากจะถือสาจริงๆ ก็ไม่เป็ นไร อาจารย์อย่างข้านั้นเรียกว่า ปฏิบัติต่อผู้ที่มีความสามารถด้วยความเคารพ แม้เขาจะเป็ นผู้มี ปัญญาต่าต่อให้จวินเชี่ยนจะเคารพครูบาอาจารย์แค่ไหน ตอนนั้นที่ได้ยิน คากล่าวที่ว่า “ปฏิบัติต่อผู้ที่มีความสามารถด้วยความเคารพ แม้เขา จะเป็ นผู้มีปัญญาต่า” นี้ก็เริ่มเกร็งหน้าต่อไปไม่ไหว แต่ก็ไม่กล้าเถียง อะไรซิ่วไฉเฒ่าเขย่งปลายเท้าตบไหล่ของลูกศิษย์ อย่าได้รู ้สึกว่า อาจารย์พูดจาไม่ดีถึงป๋ ายเหย่ลับหลังเด็ดขาด จวินเชี่ยนอ่า เจ้าคงลืม ไปแล้วสินะว่า มรรคาจารย์เต๋าเคยเอ่ยว่าผู้มีปัญญาต่าเมื่อได้ยินหลัก ค าสอนมักจะหัวเราะออกมา ในสายตาของอาจารย์ เห็นได้ชัดว่าป๋ าย เหย่คือวัตถุดิบของผู้มีปัญญาสูง แล้วก็เคยมีสภาพจิตใจของผู้มี ปัญญาสูง ทว่าทุกวันนี้เขากลับเป็ นผู้มีปัญญาต่า ต่อให้มีเวทกระบี่ และขอบเขตเช่นนี้ หากสามารถหวนกลับคืนสู่ความจริงแล้วเดินขึ้น บันไดสูงไปอีกก้าว สักวันหนึ่งเมื่อจิตใจเชื่อมโยงกับฟ้ าดิน ฟ้ าและ คนรวมเป็ นหนึ่ง แล้วเดินขึ้นบันไดสูงขึ้นไปอีกเล่า? พวกเทพเซียน บนภูเขาชมคนว่ามีอนาคตก็มักจะชอบพูดว่ามีหวังบนมหามรรคา ค า กล่าวนี้ไม่ธรรมดาเลยสักนิด ความเรียบง่ายก็คือความสง่างามอย่าง หนึ่ง อย่างป๋ ายเหย่นั้นไม่ถือว่ามีความหวังบนมหามรรคา แล้วใครจะ ถือว่ามีความหวังบนมหามรรคาได้เล่า? แต่ว่านะกล่าวมาถึงตรงนี้ ซิ่วไฉเฒ่าก็กระทืบเท้า ในเมื่อเป็ นผู้มีปัญญา ต่าที่ถามมรรคาแล้วแต่กลับถูกใจของตัวเองพันธนาการ ถ้าอย่างนั้น ก็ทุ่มไหที่แตกแล้วให้แหลกไปเสียเลย ทาให้สมจริงสักหน่อย ไม่สู้ เหยียบย่างลงพื้นอย่างจริงจัง หากจะให้ข้าบอกนะ ผืนแผ่นดินบนโลกมนุษย์แห่งนี้ ไม่ใช่ว่าเห็นไปแล้ว เดินทางผ่านไปแล้ว แล้วทุกอย่าง จะต้องกลายมาเป็ นของของข้า ล้วนพูดกันว่าผู้ฝึ กบ าเพ็ญเพียร จิตใจต้องไร ้สิ่งใดให้พะวงหา ไม่เคยอืดอาดล่าช ้าอยู่ห่างจากโลก โลกีย์? นั่นเป็ นแค่ความคิดที่ถูกต้องของผู้ฝึกลมปราณทั่วไป ไม่มี ปัญหาใดๆ! แต่นี่คือสหายรักของเจ้า เขาคือป๋ ายเหย่เชียวนะ! จะมี ความคิดคับแคบแบบนี้ได้อย่างไรเห็นภูเขามีชื่อเสียงมาถ้วนทั่ว เคย ไปเยือนโลกมนุษย์มาก่อน ผิดหวังอย่างถึงที่สุด ก็จะเป็ นอย่างที่ป๋ าย เหย่พูดแล้วจริงๆ นักเดินทางข้ามเวลาได้พักผ่อนชั่วคราวในโรงเตี้ยม แห่งฟ้ าดินหยุดเท้าพักผ่อนพันปีหมื่นปี ก็ยังเป็ นเวลาเพียงชั่วครู่เดียว อยู่ดีไม่ใช่หรือ ดังนั้นถึงได้บอกอย่างไรล่ะว่าจวี้จื่อแห่งสานักโม่กล่าว ได้ดีมาก มีความรู ้ยิ่งใหญ่ แต่กลับไม่มีที่ให้พักพิงอย่างสงบ ใจของ ข้าก็มิอาจสงบได้เช่นกัน! ดังนั้นถึงได้บอกอย่างไรล่ะว่า จิตใจไม่สงบ จะเป็ นผู้ที่ภาคภูมิใจได้อย่างไร? เมื่อขอบเขตยิ่งสูงขึ้นก็จะยิ่งมีแต่ เปลี่ยวเหงามากขึ้นเท่านั้นท าไมป๋ ายเหย่จึงมีคนรู ้ใจอยู่แค่ไม่กี่คน ต่างก็พูดกันว่าเขาคือผู้ที่เป็ นที่ภาคภูมิใจที่สุดในโลกมนุษย์ แต่ตัว เขาเองกลับรู ้สึกผิดหวัง? ออกเดินทางไกลอยู่ตลอด และป๋ ายเหย่ก็ เห็นอะไรมามากมาย จึงผิดหวังมากเกินไป อาจารย์ยังไม่ไปสนว่าคน อื่นจะคิดเช่นไร พูดถึงแค่เขาป๋ ายเหย่คนเดียว แบบนี้ก็ไม่ถูกต้องแล้วจวินเชี่ยนรู ้สึกว่าขอแค่เป็ นหลักการเหตุผลที่อาจารย์ของตนพูด ก็ต้องถูกต้องอย่างแน่นอนจึงอยากจะถ่ายทอดหลักการเหตุผลพวกนี้ให้สหายรักป๋ ายเหย่ ฟังแต่ซิ่วไฉเฒ่ากลับส่ายหน้า บอกกับลูกศิษย์ไปตามตรงว่าไม่มี ประโยชน์ใดๆ ป๋ ายเหย่คือใคร จิตแห่งมรรคาหนักแน่นมั่นคงถึง เพียงใด แล้วนับประสาอะไรกับที่มีหลักการเหตุผลยิ่งใหญ่ใดบ้างที่ เขาไม่เข้าใจ? คาพูดแค่ไม่กี่ประโยคนี้ของอาจารย์บางเบาดุจขนนก ไม่พอให้คนเขารู ้สึกจักจี้ด้วยซ้าใบหน้าของจวินเชี่ยนเต็มไปด้วยความอ่อนใจซิ่วไฉเฒ่ายิ้มเอ่ยประโยคหนึ่งว่า ข้าไม่ได้พูดเหลวไหลนะ ไม่ต้อง รีบร ้อน ในอนาคตจะต้องมีเวลาสักชั่วครู่หนึ่งที่ป๋ ายเหย่ตระหนักรู ้ใน คาพูดนั้นได้เอง จากนั้นก็รั้งจิตแห่งมรรคาส่วนนั้นเอาไว้ ไม่ปล่อยให้ สลายหายไป แค่นี้ก็เพียงพอแล้วจวินเชี่ยนรู ้สึกโล่งเหมือนยกภูเขาออกจากอกสุดท้ายซิ่วไฉเฒ่าเอ่ยเตือนลูกศิษย์ของตนว่า จวินเชี่ยนอ่า คา กล่าวว่าปฏิบัติต่อผู้ที่มีความสามารถด้วยความเคารพ แม้เขาจะเป็ น ผู้มีปัญญาต่านี้ อย่าไปพูดกับป๋ ายเหย่เลย จะไม่เป็ นที่ชื่นชอบ ง่ายที่ จะท าลายมิตรภาพระหว่างสหายที่รักกันดุจพี่น้อง เดี๋ยวจะไม่มีเหล้า ให้ดื่มตอนนั้นซิ่วไฉเฒ่าเอาสองมือไพล่หลัง เดินก้าวเท้าจากไป ครุ่นคิดว่าคราวหน้าควรจะไปหาสหายบนภูเขาคนไหนเพื่อถามสุรามีสหายมากเกินไป แต่ละคนกระตือรือร ้นในการต้อนรับแขก กังวลว่า จะเป็ นการให้เกียรติคนนี้ดูถูกคนโน้น นี่ก็น่ากลุ้มเหมือนกัน์้