ตอนที่ 2898
บทที่ 1071.1 เมฆสีครามเกาะกลุ่มลอยล่องเหนือวังออี้ชิง
October 21, 2026
ดอกท้อของนครเสินเซียวมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วโลก เช่นเดียวกับอารามเสวียนตู ต่งฮว่าฝูมาสร ้างกระท่อมฝึกกระบี่อยู่ที่นี่ อยู่ในนี้ไม่รู ้ถึงอากาศ ร ้อนหนาวของนอกนคร ผู้ฝึกกระบี่บ้านเกิดเดียวกันอีกแปดคนต่างก็เริ่มฝึกเวทกระบี่สิบ กว่าชนิดที่นครเสินเซียวยอมละเมิดกฎถ่ายทอดให้กับพวกเขากัน แล้ว เต้ากวานทั่วไปของนครอวี้ซู ต่อให้เป็ นผู้ฝึกกระบี่ คิดอยากจะ ได้เวทกระบี่ชั้นสูงเหล่านี้ไปครองก็ได้แต่อาศัยขอบเขตที่แท้จริงและ อาศัยคุณูปการคุณความชอบเท่านั้น มีเพียงต่งฮว่าฝูที่เพียงแค่จดจาคาถากระบี่เหล่านั้นเงียบๆ ไม่ได้ ฝึกคาถากระบี่ที่ต่อให้มีเงินก็หาซื้อไม่ได้พวกนี้ นอกจากนี้แล้วต่งฮว่าฝูยังเป็ นคนเพียงหนึ่งเดียวในคนทั้งเก้าที่ จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่เคยรับทาเนียบธรรมโองการจากนครอวี้ชูป๋ า ยอวี่จิง เกี่ยวกับเรื่องนี้ฝ่ ายในของนครอวี้ซูใช่ว่าจะไม่มีค า วิพากษ์วิจารณ์เสียเลย แต่กลับถูกหวังฉิงกดข่มเอาไว้ หวังฉิงที่เป็ น หนึ่งในสองรองเจ้านครของนครเสินเซียวคือนักพรตวัยกลางคนที่ สวมกวานดอกผุดตานสีทองบนศีรษะบุคลิกอ่อนโยน เป็ นคนพูดง่าย อย่างถึงที่สุด มักจะมาคุยเล่นกับต่งฮว่าฝูที่กระท่อมแห่งนี้เป็ นประจ าทุกวันนี้ตาแหน่งเจ้านครของนครเสินเซียวก็ยังคงเว้นว่างเอาไว้ สรุปแล้วใครจะมาเป็ นผู้ดูแลนครแห่งนี้ ผู้คนก็พากันพูดไป หลากหลาย รองเจ้านครสองท่าน หวังฉิงคือขอบเขตเซียนเหริน ส่วนนักพรต หญิงเซียวเฟยป๋ ายที่มีฉายาว่า “โม่โต้ว” ซึ่งเป็ นรองเจ้านครอีกคนก็ เป็ นเซียนเหรินเช่นเดียวกัน แต่นางยังเป็ นเซียนกระบี่ลัทธิเต๋าที่เวท กระบี่ยอดเยี่ยมคนหนึ่งด้วย ดังนั้นให้เขียวเฟยป๋ ายมารับต าแหน่งเจ้า นครที่ว่างอยู่จึงมีคนยอมรับได้มากกว่าให้หวังฉิงมาเป็ น แต่จุดที่ น่าสนใจนั้นอยู่ที่ว่าเซียวเฟยป๋ ายเป็ นคนรักของหวังฉิง ดังนั้นไม่ว่า ใครจะมารับหน้าที่ดูแลนครเสินเซียวก็ล้วนถือเป็ นน้าดีที่ไม่ไหลเข้า นาคนอื่น ปัญหานั้นอยู่ที่ว่าคู่บาเพ็ญเพียรคู่นี้ต่างก็เป็ นแค่ขอบเขตเซียน เหริน รับหน้าที่เป็ นเจ้านคร ถึงอย่างไรก็ดูจะ “ธรรมดา” ไปสักหน่อย ดังนั้นก่อนหน้านี้ไม่นานจึงเกิดตัวแปรอย่างหนึ่ง เพราะนครเสิน เซียวมีคนนอกผู้หนึ่งมาอยู่อาศัย นั่นก็คือผู้ฝึกกระบี่หาวซู่ แม้ว่าสิงกวานท่านนี้จะไร ้ชื่อเสียงในกาแพงเมืองปราณกระบี่ ถึง ขั้นที่ว่าไม่ติดอันดับสิบเซียนกระบี่บนยอดเขาของหัวกาแพงเมือง แต่ ก็เป็ นบุปผาที่บานในกาแพงแต่ส่งกลิ่นหอมไปนอกกาแพง สังหารผู้ ฝึ กกระบี่ขอบเขตบินทะยานหนันกวงจ้าวอยู่ในใต้หล้าไพศาลและ ตอนอยู่ที่ใต้หล้าเปลี่ยวร ้างก็สังหารปีศาจใหญ่เสวียนผู่ขอบเขตบินทะยาน ประเด็นสาคัญคือปีศาจใหญ่ตนนี้ยังเป็ นเจ้านครเซียนจานซึ่ง เป็ นนครสูงอันดับหนึ่งในโลกมนุษย์ด้วย นี่จึงเป็ นเหตุให้เต้ากวานของห้านครสิบสองหอเรือนซึ่งมีนครเสิน เซียวเป็ นหนึ่งในนั้น ทุกวันนี้ต่างก็คาดเดากันว่าจะมีความเป็ นไปได้ หรือไม่ที่หาวซู่จะมารับหน้าที่เป็ นเจ้านคร ของนครเสินเซียวโดยตรง เลย? มีแขกคนหนึ่งมาเยือนกระท่อม กฎเดิม เจ้าบ้านยากจนมาก รบกวนแขกช่วยนาเหล้ามาเอง นี่เรียกว่าปล้นคนรวยช่วยเหลือคน ยากจน ต่งฮว่าฝูยกชามขาวขึ้นจิบเหล้าหมักเซียนเถาเจียงที่ไม่ว่าจะดื่ม อย่างไรก็รู ้สึกว่ารสชาติดีนัก ครั้นจึงถามอย่างประหลาดใจว่า “ใต้เท้า สิงกวาน ได้ยินว่าท่านจะได้เป็ นขุนนางใหญ่อีกแล้วหรือ?” ตามคากล่าวของเถ้าแก่รอง ดื่มเหล้าใช ้จอกไม่ใช่ชาม รสชาติ แย่ลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง คนร่วมบ้านเกิดอีกแปดคนที่เหลือ ทุกวันนี้ต่างก็เป็ นเต้ากวาน อยู่ในนครเสินเซียวแล้วแต่ละคนมีชีวิตที่ไม่เลว มักจะมาพูดคุยเรื่อง ข่าวเล็กๆ น้อยๆ ของนครและหอเรือนต่างๆ ในป๋ ายอวี่จิงให้เขาฟังที่นี่ บ่อยๆผู้ฝึ กกระบี่แปดคนที่ต่างก็อายุไม่มาก บางครั้งที่ฝึ กตนเจอกับ ด่านก็จะมาขอคาชี้แนะถามค าถามกับหาวซู่ แรกเริ่มหาวซู่ยังช่วยไขข้อข้องใจให้พวกเขาอย่างละเอียด ผลคือผ่าน ไปได้ไม่นานหาวซู่ก็ ตั้งกฎกับพวกเขาข้อหนึ่ง หนึ่งขอบเขตหนึ่งคาถาม ซึ่งก็หมายความ ว่าผู้ฝึกกระบี่ทุกคนที่ไม่ว่าจะอยู่ในขอบเขตใดก็ตามก็ได้แต่มาถาม ค าถามกับหาวซู่ครั้งเดียวการถามครั้งต่อไปก็ได้แต่รอให้ฝ่ าทะลุ ขอบเขตก่อนเท่านั้นผู้ฝึกกระบี่ที่ถือว่าเป็ น “คนบ้านเดียวกัน” ตรงหน้าผู้นี้ช่างมีโชค ในวงการขุนนางจริงๆ ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนก็เป็ นขุนนางได้ อิจฉา อิจฉาหาวซู่ส่ายหน้ายิ้มเอ่ย “ลือกันไปส่งเดช ก่อนข้าจะมาก็ได้ตกลง กับลู่เฉินไว้เรียบร ้อยแล้วว่าจะเป็ นแค่เค่อชิงของนครเสินเซียว เท่านั้น”ต่งฮว่าฝูถาม “เพราะรู ้ดีว่าเป็ นไม่ได้ ก็เลยแกล้งท าเป็ นว่าไม่ อยากเป็ น หรือเป็ นเพราะอันที่จริงเป็ นได้ แต่ไม่ยอมเป็ นกันแน่?”หาวซู่เอ่ย “อยากเป็ นก็เป็ นได้ แต่ไม่มีความจาเป็ น จะถูกเรื่อง ทางโลกพัวพันรบกวนมากเกินไป มีแต่จะถ่วงรั้งการหลอมกระบี่”ต่งฮว่าฝูยกชามเหล้าขึ้นมา ปล่อยให้มันลอยอยู่กลางอากาศ ถามว่า “นี่ก็คือเหตุผลที่ใต้เท้าสิงกวานไม่เคยออกกระบี่ที่กาแพง เมืองปราณกระบี่หรือ?”หาวซู่ส่ายหน้าด้วยสีหน้าหม่นหมอง “มีความล าบากใจบางอย่าง ไม่กล้าตาย แต่การที่ไม่เคยออกกระบี่สังหารปีศาจก็เป็ นเรื่องจริง ข้า จึงรู ้สึกผิดต่อความไว้ใจของเซียนกระบี่ใหญ่ผู้อาวุโสเสมอมา”บนสนามรบของกาแพงเมืองปราณกระบี่ การล่อให้เซียนกระบี่ ทุกท่านออกจากก าแพงเมืองไปเข่นฆ่า การลงมืออย่างก าเริบเสิบ สานหรือไม่ก็มองดูคล้ายมุทะลุบุ่มบ่ามของปี ศาจใหญ่ทุกตนของ เปลี่ยวร ้าง ส่วนใหญ่ล้วนเป็ นแผนการชั่วร ้ายที่มีการวางแผนมาอย่าง ลึกล้ายาวไกล เพื่อช่วงชิงคุณูปการด้านการสู้รบจากการสังหาร เซียนกระบี่ ก็เรียกได้ว่าใต้หล้าเปลี่ยวร ้างใช ้ทุกวิถีทางที่มี การวางกับ ดักเอาไว้ซุ่มโจมตี ทั้งสามารถเป็ นการล้อมโจมตีพวกผู้ฝึกกระบี่รุ่น เยาว์ของกาแพงเมืองปราณกระบี่โดยที่ไม่สังหาร แล้วก็สามารถเป็ น การที่เผ่าปีศาจของเปลี่ยวร ้างถูกปีศาจใหญ่บีบให้เอาชีวิตไปเป็ น เหยื่อล่อ บนโต๊ะเหล้าของกาแพงเมืองปราณกระบี่ การเติบโตของ เซียนกระบี่ทุกคนล้วนต้องมี “ว่าที่” เซียนกระบี่ในอนาคตที่ตายไป อย่างน้อยห้าท่านต่งฮว่าฝูพยักหน้า ยิ้มกว้างเอ่ยว่า “เป็ นขุนนางใหญ่ขนาดนี้ ขอบเขตก็สูงด้วย แต่ยังยินดีพูดจายอมจานนเช่นนี้กับผู้เยาว์อย่างช ้า ถือว่าใต้เท้าสิงกวานพอจะมีมโนธรรมในใจอยู่บ้าง ทุกบ้านล้วนมี คัมภีร ์ที่อ่านยาก ไม่พูดถึงมันแล้ว ดื่มให้หมดชาม”และนี่ก็เป็ นสาเหตุที่ว่าทาไมหาวซู่ถึงยินดีหิ้วเหล้ามา โดนด่า” ที่นี่ อย่างน้อยอยู่ที่นี่ก็สามารถได้ยินคาพูดจากใจจริง ไม่ต้องสนเรื่อง ขอบเขต โต๊ะสุราบนโลกมนุษย์ ทุกคนล้วนนั่งได้อย่างเท่าเทียมกันต่งฮว่าฝูถาม “ด้วยขอบเขตของสิงกวาน ท าไมถึงไม่ไปแสวงหา ตาแหน่งที่เหนือกว่าที่นครแห่งอื่น?”ผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตบินทะยานคนหนึ่ง ไปอยู่ที่ไหนก็ล้วนเป็ นที่ นิยมทั้งนั้นทุกวันนี้นครเสินเซียวที่อยู่ในห้านครสิบสองหอเรือนของป๋ ายอวี้ จิงถือว่ามีตาแหน่งที่ไม่ต่าแล้วก็ไม่สูงหาวซู่เอ่ย “จะดีจะชั่วข้าก็ยังมียศของอดีตสิงกวาน อยู่ที่นี่ก็สามารถดูแลพวกเจ้าได้”ทางฝั่งของนครบินทะยานในใต้หล้าห้าสี ฉีโซ่วคือสิงกวานคน ใหม่ ส่วนหนิงเหยานั้นเป็ นแค่ตัวแทนอิ่นกวานเท่านั้น ดังนั้นหากว่า กันในความหมายที่เข้มงวดแล้ว หาวซู่จึงถือว่าเป็ นอดีตสิงกวานแล้ว จริงๆต่งฮว่าฝูเงยหน้ามองไปยังทิศไกล นครใหญ่ยักษ์ลอยสูงอยู่กลาง อากาศ ไอแห่งเซียนล่องลอย