ตอนที่ 2899
บทที่ 1071.2 เมฆสีครามเกาะกลุ่มลอยล่องเหนือวังอวี้ชิง
October 21, 2026
เซียวเฟยป๋ ายได้แต่ยิ้มเงื่อนไม่พูดอะไร เพียงเหลือบมองสามี ท่านเดาถูกเสียแล้ว อีกฝ่ ายไม่เห็นนครเสินเซียวที่ “ต่อให้เป็ นสตรีมี ฝี มือ แต่ไร ้วัตถุดิบก็ปรุงอาหารรสเลิศออกมาไม่ได้” อยู่ในสายตา จริงๆ ด้วย ห้านครของป๋ ายอวี่จิง นครชิงชุ่ย นครหลิงเป่า นครหนันหัว นค รอวี้ซู นครเสินเซียว ก่อนหน้านี้เนื่องจากนครเสินเซียวมีผู้ฝึกกระบี่เพิ่มมาเก้าคน ใน ที่สุดนครเสินเซียวที่ต าแหน่งถูกลดลงแล้วลดลงอีกก็ได้เลื่อนขึ้นสูง ร ้อยจังเสียที ระดับความสูงร ้อยจั้งที่ว่านี้พูดถึงแค่การถูกยกให้สูงขึ้น เท่านั้น เพราะเมื่ออยู่ในป๋ ายอวี่จิงที่ตระหง่านโอฬารกลับน้อยนิดจน สามารถมองข้ามไปได้เลย ทว่าถึงอย่างไรนครเสินเซียวก็หยุดยั้งแนวโน้มการตกต่าเอาไว้ ได้ นี่สาคัญยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น แม้จะบอกว่าหลังจากที่เจ้าลัทธิใหญ่ปลดประจาการจากตาแหน่ง เจ้านคร ระดับความสูงของนครชิงชุ่ยก็ถูกลดลงต่ามาโดยตลอด ระดับความสูงที่ “หล่นลงพื้น ถือว่ามากที่สุดในบรรดาห้านคร แต่ก็ เหนือกว่านครแห่งอื่นตรงที่มีฐานกาลังทรัพย์ลึกล้า “สิบสองหอเรือ นอวี้จิง สูงตระหง่านพิงแนบชิงชุ่ย” ไม่ใช่คากล่าวที่เยินยอสรรเสริญเกินเหตุอะไร เพราะเมื่อเทียบกันแล้ว นครเสินเซียวก็เหมือนว่ามีฐาน ก าลังทรัพย์เป็ นเงินร ้อนน้อยแค่เหรียญเดียวส่วนนครชิงชุ่ยกลับถือ เงินฝนธัญพืชไว้ในมือ เป็ นเหตุให้ค่าใช ้จ่ายที่เป็ นเงินเกล็ดหิมะหนึ่ง เหรียญเหมือนกัน ใครจะผลาญสมบัติมากกว่า? ค าตอบก็ชัดเจนดี อยู่แล้ว ระดับความสูงของนครเสินเซียวในทุกวันนี้ หลังจากที่ปีนั้นถูก นครอวี้ซูน าหน้าไปก็ได้กลายเป็ นว่าอยู่รั้งท้ายสุด ปัญหานั้นอยู่ที่ว่า หากอยู่แค่อันดับท้ายสุดของห้านครก็ยังพอทาเนา แต่นี่ห้าร ้อยปีที่ ผ่านมายังทยอยถูกหอเรือนสองแห่งแซงหน้าไป หากยังเป็ นเช่นนี้ต่อ นครเสินเซียวก็จะไม่สมชื่ออีกต่อไปแล้ว ก็เหมือนอย่างคาพูดร ้าย กาจบางอย่างที่มณฑลทั้งหลายของโลกภายนอกพูดกัน ไม่สู้เปลี่ยน ชื่อเป็ น “หอเสินเซียว” ยังดีกว่า ยามที่จัดเรียงล าดับยังจะน่าฟัง มากกว่า เหยาเข่อจิ่วเจ้านครคนเก่า มีฉายาว่า “หนี่กู่” ได้กายดับมรรคา สลายอยู่ที่กาแพงเมืองปราณกระบี่ไปแล้ว นักพรตเฒ่าเองก็เป็ นอาจารย์ของหวังฉิงและเซียวเฟยป๋ าย เช่นกัน เต้ากวานในนครมีหกพันกว่าคน ชักหน้าไม่ถึงหลัง เกือบพันปีที่ผ่านมานี้ก็ไม่มีเต้ากวานคนใดที่กล้าพูดว่าตัวเองมี คุณสมบัติพอที่จะพิสูจน์มรรคาเป็ นบินทะยานได้อย่างแน่นอนหวังฉิงและเซียวเฟยป๋ ายต่างก็คิดว่าชีวิตนี้ตนไม่มีหวังจะเลื่อน เป็ นขอบเขตบินทะยานแล้ว เมื่อเป็ นเช่นนี้เจ้านครคนถัดไปของนคร เสินเซียวจึงต้องมีขอบเขตมากพอที่จะแบกเสาคานใหญ่ ช่วยสืบต่อ ควันธูปให้กับนครเสินเซียว สร ้างความรุ่งเรืองให้กับสายเต๋าอีกครั้ง หาวซู่กุมหมัดเอ่ย “ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ข้ามีภารกิจส าคัญติด ตัวที่ต้องทา” หวังฉิงถอนหายใจ ความผิดหวังนั้นเป็ นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ แต่ กระนั้นเขาก็ยังยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “ไม่กล้าบีบบังคับให้ต้องลาบากใจ แค่ ท่านอาจารย์มาเป็ นเค่อชิงที่นครเสินเซียวได้ก็เป็ นความโชคดีอย่าง ใหญ่หลวงแล้ว” หลังจากที่เต้ากวานสองคนที่เป็ นรองเจ้านครจากไป หาวซู่ก็ยิ้ม เอ่ยว่า “ต่งถ่านด า เจ้ายอมรับในตัวอิ่นกวานขนาดนี้เชียวหรือ?”ต่งฮว่าฝูพยักหน้า “ข้าคนนี้คร ้านจะใช ้สมอง เขาเป็ นคนที่คิด เรื่องต่างๆ อย่างรอบคอบ อีกทั้งบนร่างของเฉินผิงอันยังมีความรู ้สึก อย่างหนึ่งที่ข้าบอกไม่ถูก พบเห็นได้ไม่บ่อยนัก”หาวซู่ถาม “หน่อยลองว่ามาสิ”อันที่จริงเขาที่เป็ นสิงกวานเพิ่งได้รู ้จักกับเฉินผิงอันที่เป็ นอื่น กวานไม่นานเท่าไร ได้พูดคุยกันแค่ไม่กี่ประโยคเท่านั้นต่งฮว่าผู่ลังเลเล็กน้อย “พูดถึงแค่ความรู ้สึกอย่างหนึ่ง ยกตัวอย่าง เช่นเดินอยู่บนถนนต่อให้ข้าไม่รู ้จักท่าน แต่ข้าก็สามารถสัมผัสได้ถึง“กลิ่นอาย” ขุมนั้นที่อยู่บนร่างของท่าน ต่อให้เป็ นเจ้านครเซียว เฟยป๋ ายก็เหมือนกัน แค่มองก็รู ้แล้วว่าพวกท่านเป็ นคนที่ไม่ควรไปมี เรื่องด้วย ต่อให้พวกคนร่วมบ้านเกิดเหล่านั้นจะอายุน้อยกว่าข้า ขอบเขตสูงกว่าข้า แต่ข้าก็สามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า ‘กลิ่น อาย” บนร่างของพวกเขาเข้มข้นขึ้นทุกวัน กลิ่นอายเต๋า กลิ่นอาย เซียน กลิ่นอายความองอาจ กลิ่นอายความสูงศักดิ์ร่ารวย กลิ่นอาย ขุนนางกลิ่นอายปัญญาชน กลิ่นอายความเย่อหยิ่งที่ปฏิเสธคนอื่นให้ อยู่ห่างไกลเป็ นพันลี้ เป็ นคนถ่อยที่ได้อานาจ ใช ้พลังอานาจบีบคั้น คนอื่น….สรุปก็คือมีเยอะมาก เอาเป็ นว่าล้วนเป็ นความรู ้สึกที่พร่า เลือน หวังฉิงอาจจะถือเป็ นข้อยกเว้น ดังนั้นเขาจึงเหมือนกับเฉินผิง อันอยู่บ้าง”หาวซู่เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยมาคาหนึ่งว่า “ราบเรียบ”ต่งฮว่าฝูดื่มเหล้าหนึ่งคา พยักหน้าเอ่ยว่า “คือความรู ้สึกเช่นนี้ ไม่ว่าจะเดิน พูดจาสีหน้า แววตา นั่งลงดื่มเหล้า ความรู ้สึกที่หวังฉิงม อบให้กับข้าก็คือราบเรียบอย่างมาก อีกทั้งยังไม่ให้ความรู ้สึกเย่อหยิ่ง แล้วก็ไม่ใช่ความรู ้สึกไม่ยินดียินร ้ายไร ้กิเลสไร ้ปรารถนา ตรงกันข้าม กันเลยด้วยซ้า มีกลิ่นอายความเป็ นมนุษย์มากพอ แต่ไม่ว่าจะมี สถานะเป็ นอะไร พวกเขาล้วนคู่ควร สามารถไม่ถูกชะตากับคน ประเภทนี้ แต่กลับยากมากที่จะเกลียดพวกเขา”จุดที่สูงที่สุดของป๋ ายอวี้จึงไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็ นทางการ แต่ เรียกกันติดปากว่าหอซ่างชิงบางครั้งมรรคาจารย์เต๋าก็มาถ่ายทอดมรรคาที่นี่ ตามหลักแล้ว หากไม่นับเจ้าลัทธิทั้งสามท่านรวมถึง “ซานชิง” นักพรตที่เป็ นลูก ศิษย์คนเล็ก ไม่ว่าใครก็ห้ามเหยียบย่างเข้ามายังที่แห่งนี้โดยไม่ได้รับ อนุญาตต าหนักบรรพจารย์ของป๋ ายอวี้จิงมีชื่อว่าตาหนักไท่ชิง นอกจาก มรรคาจารย์เต๋าและเจ้าลัทธิสามท่านแล้วก็แขวนไว้แค่ภาพเหมือน ของเต้ากวานในแต่ละรุ่นที่บรรลุมรรคาเป็ นบินทะยานเท่านั้นทว่าการประชุมใน “ศาลบรรพจารย์” ของป๋ ายอวี้จิงกลับอยู่ใน ตาหนักเขียนที่มีชื่อว่าวังอวี้ชิง ถือเป็ นพื้นที่ลับแห่งภูเขาสายน้าอีก แห่งหนึ่ง ไม่อยู่ในอาณาเขตของนครหรือหอเรือนใดๆวันนี้วังอวี้ชิงมีการเปิดประชุมขนาดใหญ่เกิดขึ้นคนที่มีคุณสมบัติเข้าร่วมการประชุม นอกจากเจ้านครหลักรอง และเจ้าหอของห้านครสิบสองหอเรือนแล้ว ยังได้เชิญเต้ากวานเทียน เซียนที่ ไร ้ตาแหน่งขุนนางก็ตัวเบา” ส่วนหนึ่งมาด้วย อายุพวกเขาสูง มาก ประสบการณ์ก็เก่าแก่มาก เทียนจวินเฒ่าหลายคนในนั้นมี ชื่อเสียงมีคุณธรรมสูงส่ง ถึงขั้นที่ว่าต่างก็เคยเป็ นเจ้านครและเจ้าหอ กันมาก่อนนานหลายปีวังอวี้ชิงประหนึ่งลอยอยู่กลางดินแดนไท่ซวีเมฆสีครามเกาะกลุ่มลอยล่อง เต้ากวานบ้างยืนบ้างนั่งปิดประตูปรึกษาหารือกัน มติการประชุมหัวข้อหนึ่งก็คือเรื่องที่ เจ้าลัทธิลู่เป็ นผู้เสนอหาวซู่ผู้ฝึกกระบี่ที่รับหน้าที่เป็ นเค่อชิงของนคร เสินเซียวจะถูกหักคุณูปการในการย้ายดวงจันทร ์เฮ่าไฉ่มายังมืดสลัว ครึ่งหนึ่งไว้ก่อนล่วงหน้า วันหน้าหากหาวซู่สังหารขอบเขตบินทะยาน คนใดของใต้หล้ามืดสลัว ป๋ ายอวี้จิงก็จะไม่ตาหนิเอาโทษ ส่วนนอกป๋ า ยอวี้จิง ควรจะเป็ นอย่างไรก็เป็ นอย่างนั้น ขอแค่หาวซู่ออกไปข้างนอก ควรแก้แค้นก็แก้แค้น ป๋ ายอวี้จึงจะไม่ไปสนใจเช่นเดียวกันตามกฎของวังอวี้ชิง เต้ากวานที่เข้าร่วมการประชุมสามารถดีตก ความเห็นทุกข้อของเจ้าลัทธิทั้งสามท่านได้ เพียงแต่ว่าวันนี้เต้ากวาน ทั้งหลายเห็นว่าเจ้าลัทธิอวี๋ไม่ได้พูดอะไรก็เลยผลักเรือตามน้าไม่ได้ โต้แย้งเจ้าลัทธิลูไปด้วย