ตอนที่ 2900
บทที่ 1071.3 เมฆสีครามเกาะกลุ่มลอยล่องเหนือวังอวี้ชิง
October 21, 2026
สุดท้ายก็คือจางเฟิงไห่แห่งนครอวี้ซู่ วันที่เขาออกไปจากถ้าแยน เสียตาหนักเจิ้นเยว่นั้นก็ได้ทรยศออกจากป๋ ายอวี้จิง เลือกที่จะก่อตั้ง พรรคเป็ นของตัวเอง ไปหาซินขู่แห่งยอดเขารุ่นเยว่ ป่ าวประกาศแก่ ภายนอกว่าจะก่อตั้งพรรคอย่างเป็ นทางการ จางเฟิงไห่รับหน้าที่เป็ น เจ้าส านักคนแรก รองเจ้าสานักคือผู้ฝึกลมปราณที่ไร ้ชื่อเสียคนหนึ่ง นามว่าลู่ไถ สานักใหม่เอี่ยมที่อยู่ดีๆ ก็ผุดขึ้นมาบนโลกแห่งนี้มีสมาชิกอยู่ น้อยนิด มีแค่หกคนเท่านั้น นี่ก็มากพอจะให้สิบสี่มณฑลของใต้หล้า มืดสลัวต้องหันมามองพวกเขาเสียใหม่แล้ว เพียงแค่เพราะในบรรดาผู้ฝึกตนท าเนียบ นอกจากผู้ฝึกยุทธซิน ขู่ที่เป็ นหนึ่งในสิบคนล่าสุดแล้วยังมีลวี่ปี้เสียเซียนอิสระที่เป็ นหนึ่งใน ตัวส ารองอยู่ด้วย และยังมีปรมาจารย์หญิงพรรคเซียนจิ้งหย่งโจวที่ว่ากันว่าได้สละ ร่างไปจากโลกนี้นานแล้วอย่างสือสิงหยวนที่มีฉายาว่า “เส้ออวิ๋น หยวนอิ๋งอดีตหนึ่งในสิบตัวสารองรุ่นเยาว์ของหลายใต้หล้า นาง มีผู้สืบทอดมรรคาสองคนอย่างหลิ่วชีและเฉาจู่แห่งพื้นที่มงคลซืออวี๋ดังนั้นลู่ไถรับหน้าที่เป็ นรองเจ้าสานัก อีกทั้งเขายังได้ควบ ต าแหน่งผู้ถวายงานอันดับหนึ่งด้วย นี่ถึงได้ทาให้ดูแปลกประหลาด อย่างมาก เต้ากวานภายนอกน้อยคนนักที่จะมีใครทาให้ป๋ ายอวี่จิง วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเผ็ดร ้อนเช่นนี้ได้ จางเฟิงไห่คือข้อยกเว้นที่มี จ านวนไม่มาก ทุกครั้งที่พูดถึงจางเฟิงไห่ ไม่ว่าขอบเขตของเต้ากวานจะสูงหรือ ต่า สายสืบทอดที่อยู่จะเป็ นเช่นไร พวกเขาล้วนรู ้สึกเสียดายกันอย่าง มาก เพราะถึงอย่างไรคุณสมบัติในการฝึ กตนของจางเฟิ งไห่ก็ดู เหมือนว่าหากกลายไปเป็ นลูกศิษย์ผู้สืบทอดของมรรคาจารย์เต๋าก็ไม่ มีปัญหาใดๆ เลย ประเด็นสาคัญคือหนึ่งเข้าหนึ่งออกนี้ก็เท่ากับว่าป๋ ายอวี้จิงได้ “สูญเสีย” จางเฟิงไห่ไปสองคน เจ้านครหลิงเป่าอย่างผังติ่งที่มีฉายาว่า “ซวีซิน” เปิดปากถามว่า “ลู่ไถผู้นั้นคือเทพเซียนจากที่ใดกัน? ไฉนถึงได้ไปอยู่กับคนทรยศ จางเฟิงไห่ได้?” นักพรตเฒ่าพูดเน้นอักษรค าว่า “ลู่” เป็ นพิเศษ ลู่เฉินเริ่มตามองจมูกจมูกมองใจ จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ความคิดล่องลอยไปไกลหมื่นลี้หรือว่าคนแซ่ลู่ในใต้หล้าจะต้องมีความเกี่ยวข้องกับผินเต้าไป ทั้งหมดด้วย? รองเจ้านครสองท่านของนครอวี้ซู่อย่างกวอเจี่ยและเส้าเซี่ยง คน หนึ่งแค่นเสียงหยันอีกคนก็เปิดปากโต้กลับไปโดยตรงว่า “ขอถามเจ้า นครผังหน่อยเถิดว่าศิษย์น้องจางเฟิงไห่ของข้ากลายเป็ นคนทรยไป ได้อย่างไร?” ผังติ่งยิ้มตาหยี “ศิษย์น้อง? หรือข้าจ าผิดไป จางเฟิงไห่แค่หลุด พ้นจากท าเนียบเต๋าของป๋ ายอวี้จิง แต่ยังสืบทอดทาเนียบเต๋ของนค รอวี้ซู่ต่ออย่างนั้นหรือ?”สวี่จู่จิ้งนักพรตเฒ่าที่ก่อนหน้านี้ไม่นานยังได้ดื่มเหล้าหมื่นกาล กาหนึ่งอยู่ในดวงจันทร ์เฮ่าไฉ่ถือแส้ปัดฝุ่ นไว้ในมือ ผู้คุมกฎนครอวี้ซู่ ที่เป็ นที่ยอมรับว่าใจอ่อนมีเมตตา นิสัยดีผู้นี้หัวเราะหยันเอ่ยว่า “จาง เฟิงไห่มีท าเนียบเต๋าของนครอวี้ซู่หรือไม่ เกี่ยวผายลมอะไรกับนครห ลิงเป่าของเจ้าด้วย”ลูกศิษย์ปิดส านักของอาจารย์ ศิษย์น้องเล็กจางเฟิงไห่คือปมใน ใจที่ใหญ่ที่สุดของศิษย์พี่อย่างพวกเขา ไม่มีหนึ่งในหวงเจี้ยโส่วนักพรตเฒ่าที่มีฉายาว่า “เฉวียนเหิง” อดีตเจ้าหอคน ก่อนของหอปี้อวิ๋นท่านนี้ ก่อนหน้านี้ไม่นานก็เพิ่งปลดประจาการออก จากตาแหน่งเจ้าตาหนักเจิ้นเยว่ ดังนั้นทุกวันนี้ตรงเอวของผู้เฒ่าถึง ได้ไม่มีกุญแจพวงใหญ่ที่เป็ นเหมือนป้ ายประกาศตัวตนอยู่อีกต่อไปหวงเจี้ยโส่วเอ่ย “มีอะไรก็ว่ากันไปตามนั้น จางเฟิงไห่ไม่ถือว่า เป็ นคนทรยศ มรรคาจารย์เต๋าเป็ นผู้ส่งตัวเขาออกจากถ้าแยนเสีย ด้วยตัวเอง”ผังติ่งสะอึกอึ้งไปทันใด ไม่ทันระวังไปชนตะปูแข็งเข้าให้แล้ว ลู่เฉินปรบมือเบาๆ แต่กลับไร ้เสียงใครใช ้ให้เจ้ามาหาเรื่องผินเต้า ซวยเลยเป็ นไงล่ะ?นักพรตซานชิงที่เป็ นลูกศิษย์ของมรรคาจารย์เต๋าเช่นเดียวกัน เพียงแค่เพราะอยู่ไกลถึงใต้หล้าห้าสีจึงไม่ได้เข้าร่วมการประชุมใน ครั้งนี้อันที่จริงในทางส่วนตัวแล้วคาประเมินที่ป๋ ายอวี้จิงมีต่อลูกศิษย์ ปิดส านักของมรรคาจารย์เต๋าท่านนี้ไม่ได้สูงนักถึงกับถูกหนิงเหยามาถามกระบี่ถึงที่ พ่ายแพ้ยับเยิน เรียกได้ว่า ขายหน้าจนหมดสิ้นต่อให้อีกฝ่ ายจะเป็ นบุคคลอันดับหนึ่งของใต้หล้าห้าสี คือหนิง เหยาผู้นั้น แล้วก็ไม่คาดหวังให้เจ้าเป็ นครามที่เกิดจากต้นคราม แต่สี เข้มกว่าคราม แต่จะดีจะชั่วก็ช่วยแพ้ให้สมเกียรติหน่อยได้หรือไม่ ผล คือเจ้ากลับไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะเอาคืนเลยแม้แต่น้อยในฐานะลูกศิษย์ของมรรคาจารย์เต๋า ฝีมือไม่ได้เรื่องถึงเพียงนี้ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? จะสามารถกลายเป็ นเจ้าลัทธิคนที่สี่ของป๋ ายอวี้จิ งในอนาคตได้จริงๆ หรือ?นอกจากนี้ยังมีเจียงอวิ๋นเซิงเจ้านครคนใหม่ของนครชิงชุ่ยที่วันนี้ ก็ไม่ได้มาเข้าร่วมการประชุมหลังจากนั้นในวังอวี้ชิงแห่งนี้ เหล่าเต้ากวานที่มีอานาจสูง ทั้งหลายต่างก็พากันโยนคาถามให้กับเจ้าลัทธิทั้งสองท่านหญิงชรารองเจ้าหอของหอจื่อชี่ นางเปิ ดปากถามขึ้นก่อนว่า “ต้องการให้หยุดงานพิธีใหญ่ผู้เทียนของราชวงศ์อวี๋ฝูยงโจวกลางคัน หรือไม่ หรือว่าหลังจบเรื่องค่อยสั่งปิดผลลัพธ ์ที่ได้จากการท านาย ครั้งนั้น?”แม้ว่ายงโจวจะมีอาณาเขตเล็กที่สุดในสิบสี่มณฑล แต่ “ยอด เขา” ที่อยู่ใต้ลาน้าใหญ่สายหนึ่งของชายแดนได้สร ้างศาลเทพโอ่ว เสินเอาไว้ นอกศาลมีต้นการบูรเก่าแก่อายุเป็ นหมื่นปีอยู่ต้นหนึ่งหากราชส านักที่ได้ครอบครองศาลเทพภูเขาใต้น้าแห่งนี้คิดจะ สร ้างแท่นพิธีใหญ่ที่มีมาตรฐานสูงสุดขึ้นมา แค่ต้องตัดกิ่งก้านของ ต้นการบูรก็จะสามารถอาศัยสิ่งนี้มาประเมินชะตาดีร ้ายของสี่มณฑล ได้แล้วก่อนหน้านี้ไม่นานฮ่องเต้หญิงจูเสวียนได้จัดงานพิธีใหญ่ผู่เทียน ที่ตั้งบูชาองค์เทพมากถึงสามพันหกร ้อยองค์ขึ้นมา และนางก็รับ หน้าที่เป็ นผู้ประกอบพิธีด้วยตัวเองกิ่งก้านที่แตกออกไปสี่ทิศตามธรรมชาติของต้นการบูรบังเอิญชี้ ไปยังทิศทางของสี่มณฑลซึ่งมียงโจว เพ่ยโจวเป็ นหนึ่งในนั้นพอดี แต่ ละกิ่งแสดงถึงโชคชะตาที่รุ่งเรืองหรือเสื่อมโทรมของแต่ละมณฑล นี่ ไม่ใช่คากล่าวที่ไม่แน่นอนอะไร แต่เป็ นข้อสรุปที่ใต้หล้าให้การ ยอมรับ