ตอนที่ 2901
บทที่ 1072.1 นั่งดูไฟโหมลามทุ่งหญ้าริมชายฝั่ง
October 21, 2026
ยาซานในวันนี้มีแขกมาเยี่ยมเยือน หนึ่งชายหนึ่งหญิง สตรีคือปรมาจารย์ที่เพิ่งติดอันดับผู้ฝึกยุทธ สิบคนในการจัดอันดับใหม่ล่าสุด กู่เยี่ยนเกอแห่งยอดเขาผีผาโยว โจว ลูกศิษย์ผู้สืบทอดสี่คนของหลินเจียงเซียน มีขอบเขตปลายทาง สองคน ขอบเขตยอดเขาสองคน ลูกศิษย์ใหญ่จ้าวเฮ้อชง ผู้ดูแลภูเขายาซานที่แท้จริงในทุกวันนี้ก็ คือผู้ฝึกยุทธขอบเขตปลายทางที่มีชื่อเสียงมานานมากแล้ว ลูกศิษย์คนรอง ชีฮวาเจียน ถูกบนภูเขาเรียกขานอย่างให้ความ เคารพว่าชีฮูหยิน คือสตรีที่มีเรือนร่างอวบอิ่ม มีเสน่ห์เฉพาะตัวอย่าง ยิ่ง นางเองก็เป็ นขอบเขตปลายทางเช่นเดียวกัน จูโหม่วเหรินแห่งหรูโจวกับเจ้าลัทธิลู่ผู้เป็ นสหายรัก คนหนึ่งเอ่ย ชื่นชมชีฮูหยินว่า “งามแบบอิ่มเอิบ อีกคนหนึ่งชมว่านาง ‘งามแบบ เย็นชา นอกจากนี้ยังมีจงเซวี่ยเฉวียนและลูกศิษย์คนเล็กอย่างซ่งเยว่ ทุก วันนี้ต่างก็เป็ นผู้ฝึกยุทธขอบเขตยอดเขาที่อายุน้อยกันมากโลกภายนอกเล่าลือกันว่าการที่ลูกศิษย์ใหญ่จ้าวเฮ้อชงไม่ได้ติด อันดับการประเมินวรยุทธก็เป็ นเพราะหลินซือเคยเตือนภูเขาปิงเจี่ยไว้ ล่วงหน้าแล้วว่า หากลูกศิษย์ใหญ่ของตนติดอันดับ วันหน้าผู้ฝึกยุทธ ของภูเขาปิงเจี่ยก็ไม่ต้องมีการจัดอันดับรายชื่อบนกระดานอีกแล้ว แน่นอนว่าคาพูดประเภทนี้ไม่มีการพิสูจน์ว่าเป็ นความจริง แล้วก็ไม่มี หลักฐานใดๆ ให้สืบเสาะ ประเด็นสาคัญคือหลินเจียงเซียนรับลูกศิษย์มาแค่สี่คนนี้ ผลคือ ทุกคนต่างก็ได้ดิบได้ดี อีกทั้งต่างก็กลายเป็ นยักษ์ใหญ่ในวงการการ เรียนวรยุทธ หากจะพูดถึงหยวนเหอเจ้าอารามคนก่อนของอารามเสวียนตูซึ่ง มีฉายาว่า “ชิงหยวนคุณสมบัติ” ในการรับลูกศิษย์ของคนผู้นี้ทาให้ คนอื่นอิจฉาไม่ได้จริงๆ ทว่าลูกศิษย์ผู้สืบทอดของหยวนเหออยู่เบื้องหน้าคนเจ็ดคนอย่าง พวกหวังซุน ซุนไหวจง และก่อนหน้านี้ยังมีลูกศิษย์ผู้สืบทอดอีก หลายกลุ่มที่หากทยอยเอามารวมกันก็มีเกือบยีสิบคน ส่วนหลินเจียงเซียนนั้นรับคนมีพรสวรรค์ด้านการฝึกวรยุทธมาสี่ คนในเวลาสั้นๆ เพียงหกสิบปี นี่จึงเป็ นเหตุให้มีคนเอ่ยหยอกเย้าว่าหากหลินซือกระตือรือร ้นใน การรับลูกศิษย์อีกสักหน่อย ภูเขาปิงเจี่ยคงต้องร ้องไห้คร่าครวญว่า ยากจนแล้ว หรือไม่ในมณฑลแห่งหนึ่งรับลูกศิษย์ผู้สืบทอดมาหนึ่งคนพวกเขาเรียนวิชาหมัดกับหลินซือก่อนสักยี่สิบสามสิบปี จากนั้นก็ กลับบ้านเกิดไปสร ้างสาขาย่อยของยาซานขึ้นมา หากไม่ทันระวังก็ จะเป็ นสถานการณ์ที่โชคชะตาบู๊ของใต้หล้า ครึ่งหนึ่งอยู่ที่ยาซาน นี่คือความเห็นพ้องต้องกัน เพียงแต่ว่าคาพูดประเภทนี้จะพูดกันอย่างส่งเดชไม่ได้ แค่ทุกคน รู ้กันดีอยู่ในใจก็พอแล้วกู่แย่นเกอหนึ่งในแขกที่มาเยี่ยมเยียนกาลังถามหมัดกับซึ่งเยว่ แห่งยาซาน อันที่จริงขอบเขตของพวกนางต่างกันแค่ขั้นเดียว ถาม หมัดก็เป็ นซ่งเยว่ที่เป็ นฝ่ายเสนอปรมาจารย์ด้านวรยุทธหญิงสองท่านปิดประตูท าการถามหมัดประลองฝีมือกันแน่นอนว่าไม่ใช่การต่อสู้กันอย่างเอาเป็ นเอาตาย แค่หยุดแต่ พอสมควรเท่านั้นผู้อาวุโสบนภูเขาท่านหนึ่งที่พากู่แย่นเกอมาเป็ นแขกที่นี่ เวลานี้ นั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะรองนั่ง รูปโฉมยังเป็ นคนหนุ่มที่หน้าตาหล่อ เหลาอย่างถึงที่สุด มือหนึ่งของเขาถือพัดพับพยักหน้าเอ่ยชื่นชมว่า “ปรมาจารย์หญิงต่อสู้กันแล้วน่ามองจริงๆ มองแล้วสบายหูสบายตา ยิ่งนัก”นักพรตฝึกบาเพ็ญตนอาศัยตัวเอง อาศัยจิตวิญญาณที่ตื่นรู ้เมื่อ ช่องโพรงหนึ่งเปิดออก ร ้อยช่องโพรงก็พากันเปิดออก อาศัยการท า ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ผู้ฝึกยุทธเดินขึ้นสู่ที่สูงต้องอาศัยการเหยียบย่างลงบนพื้นอย่าง มั่นคงด้วยความขยันหมั่นเพียร อาศัยความยากลาบากอย่างแท้จริงสหายรักหลินซือไม่อยู่ที่ยาซาน ส าหรับจูโหม่วเหรินแล้วไม่ได้ ส าคัญเลยสักนิด ขอแค่ชีฮูหยินและแม่นางซึ่งอยู่ก็พอแล้ว หรือหากมี พวกนางคนใดคนหนึ่งก็ไม่ถือว่ามาเสียเที่ยวหากอยู่กันทั้งสองคนก็ ยิ่งถือเป็ นกาไรทางฝั่งของยาซานแห่งนี้ ลูกศิษย์ผู้สืบทอดสี่คนของหลินซือ แม้กระทั่งลูกศิษย์คนเล็กอย่างซ่งเยว่ สองชายสองหญิงต่างก็โดดเด่น กันอย่างมากกู่แย่นเกอออกหมัดเบาแต่ยอดเยี่ยม ซ่งเยว่มีปณิธานหมัดที่หนา หนัก จูโหม่วเหรินมองตาไม่กะพริบ ทุกครั้งที่พวกนางบิดเอวบนลาน ประลองยุทธ ทุกครั้งที่เรือนกายของพวกนางพลิกหมุนตลบ ล้วนเป็ น ภาพที่งดงามอย่างยิ่งอีกทั้งการมองเห็นของผู้ฝึกตนใหญ่ก็ดีเยี่ยมอย่างมาก ทุกครั้งที่ สตรีสองคน “ประมือกัน” ก็คือทัศนียภาพประหนึ่งริ้วน้ากระเพื่อมขึ้น ลงไม่หยุดนิ่ง ทาให้จิตใจคนสั่นไหวอย่างรุนแรงช่วงช่องหว่างระหว่างที่พวกนางเปลี่ยนลมปราณแท้จริงที่บริสุทธิ์ พร ้อมเพรียงกันอย่างรู ้ใจในที่สุดเขาก็ตัดใจหันหน้าไปพูดกับชีฮูหยินได้ว่า “ข้าออกเดิน ทางไกลมาครั้งนี้ระหว่างทางได้เดินทางผ่านราชวงศ์ชิงเสิน เสนาบดี รูปงามไม่ได้อยู่ที่นั่น ป๋ ายโอ่วเองก็เลื่อมใสหลินซืออย่างมาก”ต่อให้ทัศนียภาพงดงามในใต้หล้านี้จะมีมากแค่ไหนก็หนีไม่พ้น แบ่งออกเป็ นสองประเภท ขยับเคลื่อนดุจน้าไหลกับนิ่งสงบดุจขุนเขา ชีฮูหยินแค่นั่งอยู่ตรงนั้น เส้นเว้าเส้นโค้งงามประณีติ เทือกเขาเว้าขึ้น ลง งดงามจนมิอาจหาถ้อยค ามาบรรยายได้เผชิญหน้ากับจูโหม่วเหรินที่พยายามหาเรื่องมาชวนคุย ชีฮูหยิน ก็แค่พยักหน้ารับ ไม่เอ่ยต่อค าหากอีกฝ่ ายพูดจาไร ้สาระมากกว่านี้อีกหน่อย นางก็จะใช ้ท่าไม้ ตายแล้ว แค่ต้องเรียกชื่อจริงของนักพรตผู้นี้ก็พอคนสิบคนในใต้หล้าที่จะมีการประเมินทุกๆ ร ้อยปี มีพรรคเขียนจัง แห่งหย่งโจวเป็ นผู้จัดการเรื่องของการคัดเลือกรายชื่อนี้ แล้วก็มี บางครั้งที่จัดอันดับตามกระแส แต่ล้วนมิอาจท าให้ผู้คนยอมรับได้ ส่วนการประเมินวรยุทธที่จะเกิดขึ้นทุกๆ หกสิบปีกลับมีภูเขาปิงเจี่ยที่ เป็ นเพื่อนบ้านกับพรรคเซียนจิ้งเป็ นผู้รับผิดชอบ คนสิบคนในใต้หล้า ที่จะประเมินกันทุกๆ หนึ่งร ้อยปี ห้าอันดับแรกยังพูดได้ง่าย แต่อันดับ หลังจากนั้น จะดูจิตแห่งมรรคาของผู้ฝึกตนที่ถูกคัดเลือกเป็ นหลัก ไม่สนใจลาดับสูงต่า ถึงขั้นที่ว่าต่อให้ไม่ติดอันดับ ในประวัติศาสตร ์ก็ไม่ เคยมีคลื่นมรสุมใดๆ เกิดขึ้น ทว่าในอันดับที่สิบกลับง่ายที่จะ ก่อให้เกิดการถกเถียงของโลกภายนอกมากที่สุด ดังนั้นพรรคเซียน จิ้งจึงใช ้วิธีหลบหลีกความยากลาบากด้วยการเลือกตัวสารองสี่ห้าคน ห้อยท้ายอันดับที่สิบเสมอ จานวนคนไม่เท่ากัน มากสุดคือห้าคน น้อยสุดคือสองสามคน โดยทั่วไปแล้วขอแค่อันดับที่สิบเอ็ดนี้มีพลัง ในการโน้มน้าวผู้คนได้มากพอสงครามน้าลายของบนภูเขาก็จะมี น้อยลง