ตอนที่ 2907
บทที่ 1073.2 นํ้าใสภูเขาเขียวบุปผาบานสะพรั่ง
October 21, 2026
เห็นได้ชัดว่าหลัวอี๋ฮว่อกวานและเจออินโหวอู่สี่ ทั้งสองคือหนึ่งใน ตัวสํารองสิบคนของใต้หล้าเหมือนกัน แต่คําประเมินที่สวี่อิงหนิงมีต่อ หลัวอี๋กลับสูงกว่า สวีซวี่หยวนพยักหน้า “คือเหตุผลข้อนี้” สวีเหมียนเอ่ยเสียงเบาว่า “หลัวอี๋คือสิงห์ร ้ายเห่อเหิมที่มีความ องอาจของวีรบุรุษอย่างที่หาได้ยาก มีคุณธรรม มีความรับผิดชอบ ย้อนกลับมามองอู่สี่กลับชอบเก็บงําคําพูดไว้ในใจตัวเองมากกว่า ซวี่ หยวน วันหน้าเจ้าจะใกล้ชิดหรือห่างเหินกับพวกเขาก็ต้องตัดสินใจ เอาเอง” ฮว่อกวานหลัวอี๋อยู่บนหลังม้ามาทั้งชีวิต อีกทั้งบนเส้นทางการ ฝึกตนยังได้ครอบครองสมบัติหนักอยู่ในมือ คือระฆังจักรพรรดิของ ลัทธิเต๋า เล่าลือกันว่าคือหนึ่งในสมบัติลํ้าค่าที่มรรคาจารย์เต๋าสร ้าง ขึ้นกับมือตัวเอง ระฆังโบราณแกะสลักสองคําว่า “เทียนติง” ทว่าของชิ้นนี้หมุนเวียนเปลี่ยนมือไปตลอดทางอยู่ในใต้หล้ามืด สลัว เต้ากวานที่ผ่านมือมีสูงมีตํ่า ไม่ตํ่ากว่าสิบคน แต่กลับไม่มีใคร สามารถหลอมของชิ้นนี้ได้เสียทีกระทั่งมาถึงมือของหลัวอี๋ คงเป็ นเพราะก่อนหน้านี้เขาเคยได้ ตําราเต๋าไท่ชิงมาเล่มหนึ่ง ตอนนั้นหลัวอี๋ยังเป็ นแค่ขอบเขตถํ้าสถิต แต่กลับสามารถหลอมมันได้สําเร็จ เรียกสมบัติชิ้นนี้ออกมา เท่ากับ ขว้างเปลวเพลิงออกไปหมื่นลี้ สวีซวี่หยวนเอ่ยอย่างหงุดหงิด “รู ้แล้วน่า รู ้แล้วน่า ชอบสั่งสอน ข้าแบบนี้เสมอ พี่หญิงใหญ่ หากท่านไม่มีข้อเสียข้อนี้ก็จะเป็ นคน สมบูรณ์แบบได้จริงๆ แล้ว!” สวี่อิงหนิงจุ๊ปาก “เจ้าคนขี้ประจบ” เดินอยู่บนเส้นทางสีเหลืองทองที่ดอกกุ้ยร่วงโรยเต็มพื้น ทันใด นั้นเสียงระฆังกังวานก็ดังขึ้นมา เข้าสู่ดินแดนแห่งความสงบบริสุทธิ์ จิตใจเกิดความชื่นบาน พระพุทธองค์ถ่ายทอดพระธรรมผ่านการหยิบบุปผาชี้ดวงจันทร ์ นักพรตบรรลุธรรมผ่านระฆังเช ้าและกลองเย็น พี่สาวน้องชายสามคน คิดกันไปคนละอย่าง แม้จะบอกว่าไม่อยู่ในหน้าที่นั้นก็ไม่คิดจะจัดการงานในตําแหน่ง นั้น แต่ยืนอยู่ในตําแหน่งของพวกเขา ขอแค่ใต้หล้าโกลาหลขึ้นมา มี หรือจะอยู่อย่างสงบเพียงลําพังได้? คิดไปคิดมาก็มีแต่ความกลัดกลุ้ม สิ้นเปลืองความคิดอย่างยิ่งสวีซวี่หย่วนพลันเอ่ยว่า “ก่อนที่ข้าจะไปกานหู ได้ไปที่ภูเขาตี้เฝ่ ย มาก่อนรอบหนึ่งเพื่อฟังคําบรรยายของเจ้าตําหนักเกา จากนั้น ระหว่างที่นั่งเรือไปยังทะเลสาบกานหูก็ได้ยินข่าวสองอย่าง พวกท่าน ก็น่าจะรู ้แล้วกระมัง?” สวีเหมียนอืมรับ สวี่อิงหนิงเอ่ยชื่นชมจากใจจริง “เจ้าตําหนักเกาช่างกล้าแกร่ง เด็ดเดี่ยวเสียจริง! ไม่เสียแรงที่มีฉายาว่า ‘จวี้เยว่!” ที่แท้ช่วงท้ายของการถ่ายทอดความรู ้ เกากูก็ได้ป่าวประกาศสอง เรื่อง เกาฝูที่เป็ นลูกศิษย์ของเขาจะรับหน้าที่เป็ นเจ้าขุนเขาของภูเขา ตี้เฝ่ย จากนั้นจะให้นักพรตต่างถิ่นที่มีชื่อว่าเหมาจุย รับหน้าที่เป็ นเจ้า ตําหนักคนใหม่ของตําหนักหัวหยาง อันที่จริงต่างก็เป็ นเรื่องแปลกในเรื่องแปลก เกาฝูคือลูกศิษย์คนเล็กของเกากู แม้ว่าจะไม่ใช่ลูกศิษย์ปิดสํานัก แต่เกาฝูก็เป็ นที่ยอมรับจากทั้งในและนอกตําหนักหัวหยางว่าเป็ นผู้มี พรสวรรค์ด้านการฝึกตน ตามหลักแล้วเกาฝูที่ทุกวันนี้ขอบเขตยังไม่ สูงมากพอมารับตําแหน่งเจ้าตําหนัก ต่อให้จะค่อนข้างถูไถ แต่ก็ยัง ดีกว่าให้ “เหมาจุย” ที่ไร ้ชื่อเสียงเข้ามาเป็ นเจ้าตําหนักหัวหยาง ให้ เกาฝูรับหน้าที่เป็ นเจ้าขุนเขาของภูเขาตี้เฝ่ ย ในบางความหมายแล้ว อันที่จริงก็คือการ “ขับไล่” เกาฝูให้ออกไปจากตําหนักหัวหยางแล้วสวีเหมียนอธิบายว่า “เหมาจุยผู้นั้น ข้าเดาว่ามีโอกาสมากที่เขา จะเป็ นเจินเหรินกระดูกขาว” สวีซวี่หยวนโบกห่านขาวใหญ่สามตัวที่อยู่ในมือ “ทําข้าโมโห แทบตายแล้ว”ใต้หล้ามืดสลัว เนื่องจากไม่มีคํากล่าวเกี่ยวกับเมธีร ้อยสํานัก ผู้ฝึกตนในใต้หล้าล้วนเป็ นนักพรตทั้งหมดระบบการสืบทอดของผู้ฝึ กตนสําคัญตรงที่ว่าตู้ซือ (ชื่อเรียก อาจารย์ผู้มอบธรรมโองการ หรืออาจารย์ผู้ชี้ทางสว่างในลัทธิเต๋า) คือใคร มาจากอารามเต๋าแห่งใดคําสุภาษิตบอกไว้ว่าผู้ฝึกยุทธกราบอาจารย์เหมือนไปเกิดใหม่ จําเป็ นต้องปฏิบัติต่ออาจารย์ดุจบิดา ถ้าอย่างนั้นนักพรตของใต้หล้า มืดสลัวหาตู้ซือก็มีความสําคัญอย่างมากเช่นเดียวกันยกตัวอย่างเช่นที่ใต้หล้าไพศาล หร่วนฉงเจ้าสํานักคนแรกของ สํานักกระบี่หลงเฉวียนมาจากศาลลมหิมะหนึ่งในศาลบรรพชนของ สํานักการทหารแจกันสมบัติทวีป แม้ว่าเขาจะเป็ นผู้ฝึ กกระบี่ แต่ สถานะในระบบของหร่วนฉงยังคงถือว่าเป็ นผู้ฝึกตนสํานักการทหาร และยังมีจอมยุทธพเนจรสวี่รั่วที่ก็เป็ นผู้ฝึกกระบี่เหมือนกัน แต่ก็ยังถือ ว่าเป็ นลูกศิษย์ของสํานักโม่หลักการเดียวกัน อารามเสวียนตูคือสายของเซียนกระบี่ลัทธิเต๋า ต่อให้จํานวนผู้ฝึกกระบี่ในอารามจะมีเยอะมาก เรียกได้ว่าเป็ นอันดับหนึ่งในใต้หล้า แต่กลับยังเป็ นนักพรตบนทําเนียบที่ถูกต้องตาม กฎระเบียบหรือยกตัวอย่างเช่นเหยาชิงเสนาบดีรูปงามแห่งราวงศ์ชิงเสินที่ ศึกษาวิชาความรู ้หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งยังใกล้ชิดกับลัทธิ ขงจื๊อและสํานักนิติธรรม แต่ใครเล่าจะกล้าพูดว่าเหยาชิงไม่ใช่เต้ากวาน?สวีซวี่หยวนตามหาตู้ซือ ตัวเลือกเพียงหนึ่งเดียวในใจเขา อันที่ จริงก็คือเกากู “จวี่เยว่” แห่งภูเขาตี้เฝ่ยน่าเสียดายที่อีกฝ่ ายมองความคิดของเขาออก เกากูไม่รู ้สึกว่า เขาจะสามารถสืบทอดระบบของตําหนักหัวหยางได้ แล้วก็ไม่อาจ แบกเสาคานใหญ่ระบบสายเต๋าของภูเขาตี้เฝ่ยได้เช่นกันเดิมทีหากอิงตามการคํานวณและวิเคราะห์ล่วงหน้าของสวีซวี่ หยวน ขอแค่ได้เข้าไปอยู่ในตําหนักหัวหยาง ต่อให้จะมิอาจรับ ตําแหน่งเป็ นเจ้าตําหนัก ในอนาคตเขาก็ยังเป็ นเจ้าขุนเขาคนใหม่ ของภูเขาตี้เฝ่ยได้รองลงมาก็คืออู๋โจวผู้ฝึกตนขอบเขตสิบสี่บิดาของสวีซวี่หยวนก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน ผลคือแม้แต่ประตู ใหญ่ของพื้นที่ประกอบพิธีกรรมที่เร ้นลับแห่งนั้น สวีซวี่หยวนก็ยังเข้า ไปไม่ได้ ชัดเจนว่าไม่ถูกใจในคุณสมบัติของเขาสุดท้ายจึงจะเป็ นหวังซึ่งนักพรตซานอิน โชคดีที่ยังพอถูไถไปได้ แม้จะเหมือนคนป่วยหนักที่หาหมอส่งเดช แต่จะดีจะชั่วสวีซวี่หยวนก็ ยังเจอ “หมอที่มีชื่อเสียง ตัวจริงไม่ใช่หรือลงหลักปักฐานอยู่ที่นั่นนาน หลายปี เป็ นลูกศิษย์ที่ไม่ได้รับการบันทึกชื่อ อันที่จริงอาจารย์และ ศิษย์สองฝ่ ายถูกชะตากันมาก มรรคาไม่ถ่ายทอดให้กันง่ายๆ แต่ก็ยัง มอบตําราเล่มที่สามที่ “มีจิตวิญญาณ” เล่มนั้นให้กับสวีซวี่หยวนสวีซวี่หยวนกล่าว “พี่หญิงใหญ่ พี่หญิงรอง พวกท่านคิด อย่างไร?”สวีเหมียนกล่าว “เป็ นลูก ถึงอย่างไรก็ต้องทําหน้าที่ที่ลูกควร กระทํา แล้วนับประสาอะไรกับที่เรื่องที่ปี นั้นถํ้าสวรรค์ชิงหนีถูกปิด ภูเขา ข้าก็ต้องขอคําอธิบายให้จงได้”สวี่อิงหนิงเอ่ย “ข้าไม่เหมือนกัน ฟังคําแนะนําของท่านพ่อ หาก ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวได้ก็จะไม่มีทางเดินไปบนเส้นทางดินโคลนเละเทะ สายนั้นเด็ดขาด”สวีเหมียนถาม “ซวี่หยวน เจ้าเจอกับหยางชิงแล้ว นางมีท่าที อย่างไร?”เล่าลือกันว่าเจ้าหอที่มีฉายาว่าเสิ่นโหลวผู้นั้นเชี่ยวชาญวิชา พยากรณ์ดาวจื่อเวยและวิชาพยากรณ์เทพไท่อี่ ผู้คนให้การยอมรับ ว่าเป็ นอันดับหนึ่งในใต้หล้านักพรตที่สามารถทํานายดวงชะตาจึงย่อมต้องเขียนวิจารณ์คํา ชะตาได้อย่างละเอียดประเภทนี้ หากไม่ไปมีเรื่องด้วยได้ย่อมดีที่สุด หากพัวพันกันขึ้นมา อันที่จริงจะยุ่งยากยิ่งกว่ามีศัตรูเป็ นผู้ฝึกกระบี่ ขอบเขตเดียวกันเสียอีกสวีซวี่หยวนพลันหัวเราะ “พี่หญิงใหญ่ ข้าเคยได้ยินมาว่าท่านที่ อยู่นอกฟ้ าไปขอตราประทับและพัดพับจากซิ่วไฉเฒ่าหรือ”เต้ากวานสองสายของถํ้าสวรรค์ชิงหนีและพื้นที่มงคลเทียนหร่าง ฝ่ ายหลังจะเลื่อมใสเฉาสือมากกว่า ส่วนฝ่ ายแรกจะถูกใจเฉินอิ่นก วานมากกว่า