ตอนที่ 3062
บทที่ 1110.5 เสน่ห์อันสูงส่งที่มิอาจไขว่คว้ามา
October 21, 2026
คาดไม่ถึงว่าสหายเฉินจะยิ้มถามว่า “พวกเขาแค่ปฏิเสธในการ ปฏิเสธ ได้รับการยอมรับในช่วงต้นสุดเท่านั้น ถึงอย่างไรผู้อาวุโสก็ มอบเงินเหรียญทองแดงแก่นทองให้ข้าห้าร ้อยเหรียญ ข้าท าการค้า กับผู้อื่น แต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่อยากให้คนอื่นต้องขาดทุน ต้องการให้ ผู้เยาว์ผลักเรือตามน้า ตีเหล็กตอนที่ยังร ้อนอีกสักรอบหรือไม่ โดยทั่วไปแล้วหลังจากคานาผ่านไป เปิดไปอ่านเนื้อหาหลักก็ควรเข้า สู่ช่วงกลาง สุดท้ายจึงเป็ นช่วงปิดท้าย…”
อวี๋เสวียนรีบเอ่ยว่า “ไม่จาเป็ น ไม่จาเป็ น ทุกวันนี้สหายเฉินยุ่งอยู่ กับการปิดด่าน ไม่สะดวกจะแบ่งสมาธิออกมามากนัก มีแค่บทน าก็ เพียงพอแล้ว”
เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “ผู้อาวุโสวางใจ ต่อจากนี้แค่เป็ นการขัดเกลา ในเหตุการณ์ต่างๆ เท่านั้น ไม่ขัดต่อจิตแห่งมรรคาเท่าไร ข้าจะพา พวกเขาไปเปิดหูเปิดตากับสงครามนอกเหนือจากการประลองเวท คาถาบนภูเขาเสียก่อน แล้วค่อยช่วยสร ้างฉากการเข่นฆ่าให้กับพวก เขายกตัวอย่างเช่นหากตกอยู่ในสถานการณ์นั้น เปลี่ยนมาเป็ นเฉิน ผิงอัน ควรจะเผชิญหน้ากับการล้อมฆ่าของผู้ฝึกกระบี่กระโจมเจี่ย เซินอย่างไร…”
อวี๋เสวียนถามหยั่งเชิง “ไยสหายเฉินต้องสิ้นเปลืองแรงกายแรงใจ เช่นนี้…”
เอ๊ะ?
เสียงในใจเหมือนวัวปั้นดินที่หล่นลงไปในมหาสมุทร
อวี๋เสวียนเริ่มขยุ้มหนวดกลัดกลุ้มอีกครั้ง
อันที่จริงเป็ นวิธีการเดียวกันกับตอนนั้นที่ชุยเฉิงสอนหมัด ให้กับเฉินผิงอันและเผยเฉียนบนเรือนไม้ไผ่
ให้คนผู้หนึ่งถอยจนมิอาจถอยได้อีก บีบให้จนมุม ไม่เหลือพื้นที่ ว่างให้กลับตัวแม้แต่น้อย
ยกตัวอย่างเช่นนักพรตติงเชื่อมั่นในพรสวรรค์ด้านการฝึ กตน และสติปัญญาความรู ้ของตัวเองอย่างมาก ถ้าอย่างนั้นก็ทุบทาลายให้ หมดแล้วค่อยสร ้างขึ้นมาใหม่
วิธีการเดียวกัน เปลี่ยนมาเป็ นผู้ฝึ กตนขอบเขตบินทะยานคน หนึ่งที่มาทา ผลลัพธ ์ที่ได้จะถูกลดทอนลงไปมาก
นักพรตกลุ่มนี้ยังคงเหลือพื้นที่ว่างให้ถอยอีกมาก ตกอยู่ในน้ามือ ของผู้อื่นก็เป็ นเพราะข้าขาดอายุขัยในการฝึกตน
เฉินผิงอันที่เป็ นคนนอก ไม่ว่าจะเป็ นคนนอกสถานการณ์ที่ มองเห็นชัดเจนหรือเพราะวิสัยทัศน์ทาให้เขาเห็นเช่นนี้ บางทีอาจจะ เข้าใจสานักทั้งห้ายิ่งกว่าพวกเขาด้วยซ้า
พูดถึงแค่จากอวี๋เสวียนไปจนถึงนักพรตโก้ว จนมาถึงจ้าวเหวินห มิ่น มาถึงหลี่มู่โจว
ก็เหมือนตัวเฉินผิงอันเองที่มีความอดทนต่อคนทั้งสิบหกคนที่ เพิ่งจะเข้ามาอยู่ในภูเขา เที่ยวอวี่น้อยลง อีกทั้งความอดทนนั้นยังลด น้อยลงไปมาก
แน่นอนว่านี่ก็เกี่ยวข้องกับสภาพการณ์ของเฉินผิงอันในตอนนี้ ด้วย แต่ถอยไปพูดหนึ่งก้าว ต่อให้เฉินผิงอันไม่ได้ต่อสู้กับหม่าขู่ เสวียน ไม่ได้ถูกผีตัวสารองขอบเขตสิบสี่ลอบโจมตีเฉินผิงอันเองก็ไม่ มีทางที่จะถ่ายทอดมรรคาและสอนหมัดให้กับพวกเขาด้วยตัวเอง ถึง ขั้นที่ว่าไม่มีทางจะไปเยือนภูเขาเที่ยวอวี๋บ่อยๆ อย่างมากสุดก็แค่ยืน อยู่ที่เนินฝูเหยาพื้นที่ประกอบพิธีกรรมส่วนตัว พิงราวรั้วมองการ พัฒนาด้านการฝึ กตนของคนทั้งสิบหกคนอยู่ไกลๆ เท่านั้น อาศัย รายละเอียดบางอย่างมายืนยันในนิ สัยใจคอของพวกเขา ก าหนดเวลานัดเจอกับเจิ้งต้าเฟิ งและเฉินยวนจีครั้งหนึ่งเพื่อ ตรวจสอบหาช่องโหว่ร่วมกัน
ภูเขาเที่ยวอวี๋ตอนนี้มีคนเพิ่มมาสิบหกคน รอกระทั่งราชสานักต้า หลีส่งตัวอ่อนผู้ฝึกกระบี่กลุ่มที่สองมาล่ะ? หรือว่าถ้าไม่ได้สร ้างส านัก กระบี่ชิงผิงไว้ที่ใบถงทวีป? หรือรอกระทั่งการปิ ดภูเขายี่สิบปี ถูก ยกเลิก ภูเขาใต้อาณัติทั้งหมดของภูเขาลั่วพั่วต่างทยอยกันเปิดยอด เขา มีผู้ฝึกตนกอ่กาเนิดหรือไม่ก็มีผู้ฝึกยุทธขอบเขตเดินทางไกลนั่ง
พิทักษ์ภูเขา และเจ้าของยอดเขาพวกนี้ต่างก็มีลูกศิษย์ผู้สืบทอดและ ลูกศิษย์ของลูกศิษย์ที่มากขึ้นเรื่อยๆ
ดูแลไม่ทั่วถึง
เฉินผิงอันได้แต่เรียนรู ้จากเจิ้งจวีจง แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ใช่ เจิ้งจวีจง
ดังนั้นเฉินผิงอันจึงเข้าใจความทุ่มเทความตั้งใจนี้ของอวี๋เสวียน เป็ นอย่างดี ความกังวลของอวี๋เสวียนในวันนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ภูเขาลั่วพั่ว และสานักกระบี่ชิงผิงต้องเผชิญในวันหน้าหรอกหรือ?
ส านักเล็กกังวลว่าจะชักหน้าไม่ถึงหลัง ควันธูปของศาลบรรพ จารย์ไม่โชติช่วง ลูกศิษย์ เงินทอง สมบัติวิเศษแห่งฟ้ าดิน อาวุธวิเศษ ของนอกกาย ต าราเต๋ต าราลับ หวังเพียงว่าให้มีมากเท่าไรก็ยิ่งดียิ่งมี ประโยชน์มากเท่านั้น
สานักใหญ่ก็กังวลเหมือนกันว่าพวกลูกศิษย์จะมีทั้งดีและชั่ว ปะปนกัน พื้นที่ประกอบพิธีกรรมรกเรื้อดูแลไม่ทั่วถึง ใจคนแตกซ่าน กังวลว่าพวกต้นกล้าที่ดีทั้งหลายจะหลงเดินทางผิด มรรคาที่แสวงหา ไม่ใช่ของจริง
อวี๋เสวียนต้องการให้สหายเฉินเป็ นคนเลว เป็ นหินลับที่มาขัด เกลาจิตแห่งมรรคาของคนรุ่นลูกรุ่นหลาน
เฉินผิงอันรับงานลาบากนี้มาทาอย่างรู ้ใจกันดีโดยไม่ต้องเอื้อน เอ่ย เจินเหรินผู้เฒ่าอวี๋จ่ายเงินซื้อจิตแห่งมรรคา ส่วนเฉินผิงอันเองไย
จะไม่ใช่การซักซ ้อมฝึ กปรือไว้ก่อนล่วงหน้าเพื่อป้ องกันเหตุที่อาจ เกิดขึ้นเล่า?
แล้วนับประสาอะไรกับที่ยังไม่ต้องจ่ายเงินอีกด้วย
ในสายตาของเฉินผิงอัน นักพรตที่มีสถานะสูงศักดิ์ คู่ควรกับคา เรียกขานอันงดงามว่าต้นกล้าแห่งเซียนพวกนี้ อันที่จริงคนส่วนใหญ่
ล้วนเป็ น…คนรุ่นเยาว์
เถียนกงนักพรตแห่งพรรคโต้วหรานยินดีที่จะเป็ นคนแรกที่ฉีก หน้าแตกหักกับเขาเพื่อนักพรตโก้วแห่งอารามจิงเหว่ย ดีหรือไม่? ตอนนั้นเฉินผิงอันเกือบจะยกนิ้วโป้ งให้เขาแล้วด้วยซ้า
เหวินเสียรู ้สึกว่าเขาเฉินผิงอันวางมาด ชวนให้คนรังเกียจ ท าให้ คนอยากอาเจียน…ดีหรือไม่? เฉินผิงอันรู ้สึกว่าช่างมีเหตุผลเหลือเกิน นางคิดแบบนี้ ดีอย่างมาก!
ยังมีนักพรตอายุน้อยอีกกลุ่มหนึ่งนั่งอยู่ตรงนั้น คล้ายกับกาลังรอ ว่าเจ้าขุนเขาเฉินที่ได้ยินชื่อเสียงเลื่องลือมานาน สรุปแล้วมี ความสามารถที่แท้จริงหรือไม่ คู่ควรกับเรื่องเล่าขานและต านาน เหล่านั้นหรือไม่
ส่วนลึกในใจของเฉินผิงอันไม่เพียงแต่ไม่รู ้สึกยอกแสลงใจใดๆ กลับกันยังรู ้สึกว่าท่าทีของพวกเขาควรเป็ นเช่นนี้อยู่แล้ว
แน่นอนว่าคนอย่างเซียงถงนั้น เป็ นอีกเรื่อง
ส่วนนักพรตติงที่ก็ถือว่าเป็ นข้อยกเว้นเช่นกัน โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งเซวียจื่อสู้ย “จือเย่” เทียนจวิน สายของต าหนักเฟยเซียนมี กฎระเบียบเข้มงวดอย่างมาก
กฎระเบียบแน่นอนว่าต้องมี หากไร้กฎเกณฑ์ก็ไม่อาจสร้างความ มีระเบียบได้ แต่หากเข้มงวดเกินไปก็จะกลายเป็ นว่าอะไรที่มากเกินไป ก็ไม่ดี หากพันธนาการนิสัยแต่ก าเนิดของนักพรตมากเกินไป ความ ยืดหยุ่นผ่อนคลายก็จะน้อยลง
ร่างกายและจิตใจไม่สบาย แล้วคนกับฟ้ าจะผสานรวมเป็ นหนึ่งได้ อย่างไร?
โดยภาพรวมแล้วก็คือการนั่งลงถูกมรรคา เฉินผิงอันไม่ถือสา หากจะแก้ไขความผิดขัดเกลาหยกดิบให้งดงาม ทาสิ่งที่ดีอยู่แล้วให้ดี ยิ่งขึ้นไปอีก
บอกว่าเป็ นการถ่ายทอดมรรคา แต่แท้จริงแล้วไม่ถึงขนาดนั้น หนังหน้าเฉินผิงอันยังไม่ได้หนาขนาดนั้น แต่ให้พวกเขาได้รู ้ว่าอะไร ที่เรียกว่า “ยุทธภพอันตราย” ก็พอจะสมชื่ออยู่บ้าง เป็ นภาระหน้าที่ที่ พึงกระท า
อวี๋เสวียนอบรมสั่งสอนให้ต้นไม้ต้นหนึ่งมีบุปผาห้าดอกผลิบาน สอนให้นักพรตส่วนใหญ่วางตนอย่างสุจริตและเหมาะสม แต่กลับไม่ แน่เสมอไปว่าจะมีกาลังเหลือที่จะสอน “เซียงถงลูกศิษย์ของลูกศิษย์” หรือ “นักพรตติงแห่งพื้นที่มงคลไท่เกิง” ได้ทุกคน
เฉินผิงอันที่เป็ นคนนอกกลับอาจจะสอนเซียงถงที่เป็ นคนนอกซึ่ง อยู่ใกล้ในระยะประชิดได้ นักพรตติงเองก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะสอน “นักพรตโก้ว’ ของ ‘อารามจิงเหว่ย” ออกมาได้
อวี๋เสวียนออกข้อสอบมาฉบับหนึ่ง คาตอบที่ถูกต้องนั้นถูก เปิ ดเผยไว้อยู่แล้ว เฉินผิงอันแค่บอกขั้นตอนการแก้โจทย์และ
ค าอธิบายอย่างเป็ นรูปธรรมก็พอ สหายอวี๋ สหายเฉินต่างคนต่างเรียกขานกันเป็ นสหาย ไม่ใช่ถ้อยค าเกรงใจตาม มารยาทอะไรคนหนึ่งเชื่อใจอีกฝ่ าย อีกคนหนึ่งก็มั่นใจว่าตัวเองจะแบกรับ
ภาระหน้าที่ได้ไหว
เมื่อ “ตื่น” กันขึ้นมาอีกครั้ง เซวียเทียนจวินที่นั่งดูดายอยู่เป็ น เพื่อนเฉินผิงอันคารวะตามขนบลัทธิเต๋า
ครั้งนี้ต่อให้เป็ นเซียงถงก็ยังลุกขึ้นตามมาด้วย ยอมก้มหัวคารวะ แต่โดยดี ก่อนจะทิ้งถ้อยคาอาฆาตเอาไว้อีกครั้ง เพียงแต่เห็นได้ชัดว่า เป็ นการ “ยังคงไม่ยอมแพ้” อย่างแข็งนอกอ่อนใน
้้้