ตอนที่ 3063
บทที่ 1111.1 นับแต่นี้ไปภูเขาลูกนี้แซ่เฉิน
October 21, 2026
เรือข้ามทวีปยังไม่ได้มีแค่ลาเดียวแล้ว ถ้าอย่างนั้นหินสังหาร มังกรก็น่าจะเริ่มมีเค้าได้บ้างแล้วไม่ใช่หรือ?
ขึ้นไปบนหลงเสอจง ขึ้นที่สูงมองไปยังทิศไกล เจ้าขุนเขาเฉินไม่ ทันระวังก็มองไปเห็นภูเขาหลงจี๋ลูกนั้น
ความคิดบางอย่างของเซียนกระบี่หมี่ไม่ควรจะเสนอออกมาตอน มีคนอยู่เยอะ
เป็ นผู้ถวายงานอันดับหนึ่งของสานักเบื้องล่าง ยังน้อยใจอีกหรือ?
หลีมู่โจว เจ้าอารามจิงเหว่ยคนปัจจุบัน
ตอนที่มานักพรตเป็ นขอบเขตก่อกาเนิด ยังไม่ทันไปถึงคอขวด ทว่าตอนที่กลับไปกลับเป็ นหยกดิบแล้ว
ก่อนหน้านี้อยู่ในห้องหนังสือของเซียนเว่ยนักพรตคนเฝ้ าประตู ของภูเขาลั่วพั่ว หลี่มู่โจวคล้ายกับได้ยินความลับสวรรค์ สภาพจิตใจ เปิดออกประหนึ่งฝนใหญ่ได้ตกชาระล้างฝุ่ นผง แล้วก็เหมือนเมฆที่ คล้อยออกมองเห็นแสงตะวัน บุกรุดหน้าประหนึ่งผ่าลาไม้ไผ่ ด่าน ภูเขาหลายชั้นของการฝึกตนเหมือนกระบอกไม้ไผ่ที่ถูกผ่าแตกไปที ละปล้อง
รอกระทั่งหลี่มู่โจวเดินออกมาจากเรือนแห่งใจ คืนสติกลับมา ก็ ฝ่ าทะลุขอบเขตแล้ว…อีกทั้งยังไม่มีการติดขัดชะงักค้าง นักพรตที่ จิตใจปลอดโปร่งโล่งสบายยังคงตรวจสอบจิตวิญญาณของตัวเอง อย่างละเอียดอีกรอบหนึ่ง ไม่มีปัญหาใดๆ จริงด้วย
หลี่มู่โจวรีบลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ทันใด ในใจมีถ้อยคาพันหมื่น อยากจะเอ่ย แต่ทุกค าเหมือนกลายมาเป็ นภาระ ได้แต่ก้มหัวกราบ ตามขนบลัทธิเต๋าอย่างจริงจังตั้งใจถึงที่สุดประหนึ่งนักพรตที่กราบ ไหว้ต่อ…ภูเขาแห่งเต๋าที่ตั้งตระหง่านอยู่ในฟ้ าดินอย่างศรัทธาจริงใจ
คราวนี้ทาเอานักพรตเซียนเว่ยอึ้งตะลึงไปทันที
นักพรตหลี่ต่อให้เจ้าไม่รู ้คาตอบของคาถามที่พับหน้ากระดาษ เอาไว้ แม้จะตอบไม่ได้แต่ก็ไม่น่าจะต้องละอายใจขนาดนี้สิ
ประเด็นส าคัญคือท าไมเจ้ายังตาแดงก าด้วยเล่า
คิดไปคิดมา เซียนเว่ยก็ได้แค่คาตอบที่พอจะโน้มน้าวตัวเองให้ เชื่อได้อย่างถูไถ ไม่เสียแรงที่เป็ นนักพรตรับธรรมโองการที่เดิน ออกมาจากพรรคใหญ่มีชื่อเสียง! มีมารยาทอย่างมาก! แค่ขออภัยก็ ยังต้องมีมารยาทจริงจังขนาดนี้
เซียนเว่ยอยากจะคารวะกลับคืนหลี่มู่โจว เพราะถึงอย่างไรตนก็ เป็ นคนเฝ้ าประตูของภูเขาลั่วพั่ว ยิ่งเป็ นเจ้าขุนเขาคนใหม่ของภูเขา เชียงฮว่อ แล้วยังรับลูกศิษย์มาด้วยอีกคน บนบ่าแบกภาระหนักอึ้ง พอมีสถานะเพิ่มมากขึ้นก็ยิ่งไม่ควรขาดมารยาท
คิดไม่ถึงว่าเจ้าขุนเขาจะเผยกายในห้องหนังสือ ใช ้มือข้างหนึ่ง จับแขนของเซียนเว่ยเอาไว้ ความหมายนั้นชัดเจนอย่างยิ่งแล้ว ก็คือ ไม่ให้เซียนเว่ยคารวะกลับคืน
หากไม่ได้เป็ นเจ้าอารามของอารามจิงเหว่ย มีกิจธุระรัดตัว บาง ทีหลี่มู่โจวก็น่าจะเป็ นนักพรตคนที่อยากจะอยู่ต่อมากที่สุด
ภูเขาลั่วพั่วแห่งนี้แปลกประหลาดแต่ก็ไม่แปลกแยก ทาให้หลี่มู่ โจวรู ้สึกใกล้ชิดสนิทสนมได้อย่างเป็ นธรรมชาติ
ตอนนั้นเฉินผิงอันเดินออกมาจากเรือนเป็ นเพื่อนหลี่มู่โจว ฝน ด้านนอกหยุดตกแล้วหลี่มู่โจวถึงขั้นลืมหยิบร่มกระดาษน้ามันคันนั้น มาด้วย ยังคงเป็ นเซียนเว่ยที่นึกขึ้นได้ หยิบร่ม
คิดไม่ถึงว่าเจ้าขุนเขาจะเผยกายในห้องหนังสือ ใช ้มือข้างหนึ่ง จับแขนของเซียนเว่ยเอาไว้ ความหมายนั้นชัดเจนอย่างยิ่งแล้ว ก็คือ ไม่ให้เซียนเว่ยคารวะกลับคืน
หากไม่ได้เป็ นเจ้าอารามของอารามจิงเหว่ย มีกิจธุระรัดตัว บาง ทีหลี่มู่โจวก็น่าจะเป็ นนักพรตคนที่อยากจะอยู่ต่อมากที่สุด
ภูเขาลั่วพั่วแห่งนี้แปลกประหลาดแต่ก็ไม่แปลกแยก ทาให้หลี่มู่ โจวรู ้สึกใกล้ชิดสนิทสนมได้อย่างเป็ นธรรมชาติ
ตอนนั้นเฉินผิงอันเดินออกมาจากเรือนเป็ นเพื่อนหลี่มู่โจว ฝน ด้านนอกหยุดตกแล้วหลี่มู่โจวถึงขั้นลืมหยิบร่มกระดาษน้ามันคันนั้น มาด้วย ยังคงเป็ นเซียนเว่ยที่นึกขึ้นได้ หยิบร่มแล้ววิ่งออกมาที่หน้า
ประตู ตะโกนเรียกนักพรตหลี่ แต่เฉินผิงอันกลับหันหน้ามายิ้มเอ่ยว่า “ถือเป็ นการแสดงความขอบคุณเล็กๆ น้อยๆ ของนักพรตหลี่ เก็บ เอาไว้เถอะ”
เซียนเว่ยจึงได้แต่เก็บไว้ หลี่มู่โจวเขินอายเล็กน้อย อธิบายให้เจ้าขุนเขาเฉินฟังด้วยเสียง
แผ่วเบา “ร่มคันนั้นเป็ นแค่ของธรรมดาทั่วไป”
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “เป็ นแบบนี้ถึงจะดี ของขวัญเบาน้าใจหนัก ทุก วันนี้เซียนเว่ยมีภูเขาอยู่ลูกหนึ่ง อยู่ห่างจากที่นี่ไม่ถือว่าใกล้นัก ค่อนข้างเปลืองแรงเท้า วันที่ฝนตกอากาศอึมครึมก็สามารถเอาไปใช ้ ระหว่างเดินทางได้พอดี”
หลี่มู่โจวท าท่าจะพูดไม่พูด เพียงแค่เพราะการฝ่ าทะลุขอบเขต ของตนลี้ลับมหัศจรรย์เกินไป
เฉินผิงอันสอดสองมือไว้ในชายแขนเสื้อ ถือว่าช่วยให้คาอธิบาย ที่หากจะบอกว่าแค่กล้อมแกล้มก็กล้อมแกล้มอยู่จริง แต่หากจะบอก ว่ามีเหตุผลก็มีเหตุผลอย่างถึงที่สุด “ผู้ฝึกบ าเพ็ญตน สะสมพลังตบะ ถือเป็ นเรื่องปกติ จุดตะเกียงอ่านตารายามค่าไก่ขันตอนเช ้า ก็ไม่ รู ้สึกตัวเลยว่าฟ้ าสว่างแล้ว“
หลี่มู่โจวพยักหน้า ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “ไม่ว่าจะอย่างไร ภูเขาลั่วพั่ว ของอาจารย์เฉินก็คือพื้นที่มงคลของผินเต้าจริงๆ วันหน้าขอแค่มี
โอกาสจะแวะมาเยือนบ่อยๆ เมื่อจานวนครั้งมากเข้าก็หวังเพียงว่า อาจารย์เฉินจะไม่ร าคาญ”
เฉินผิงอันกล่าว “ในเมื่อสามารถเป็ นพื้นที่มงคลสาหรับการฝึก ตนของนักพรตหลี่ได้แน่นอนว่าก็ต้องเพราะพืชหญ้าของที่แห่งนี้มี ความใกล้ชิดกับท่านนักพรต ขนาดพืชหญ้ายังเป็ นเช่นนี้ นับประสา
อะไรกับคน” หลี่มู่โจวถาม “ที่ห้องแห่งนั้น?”เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “นักพรตหลี่สามารถไปปรากฏตัวได้แล้ว”หลี่มู่โจวเดินออกจากเรือน ก้มหัวคารวะเฉินผิงอัน ก่อนจะเดิน ขึ้นเขาไปเพียงลาพัง
เฉินผิงอันเดินไปทางโต๊ะตัวนั้น ที่แท้ปรมาจารย์เวินก็ไม่ได้เจอ เผยเฉียน แต่ดันมาเจอกับป๋ ายเสวียนที่เฝ้ าตอรอกระต่ายแทน กาลัง ยุยงให้เวินจื่อซี่ลงนามในสมุดบางเล่ม
เจ้าอยากถามหมัดกับเผยเฉียนมากไม่ใช่หรือ? ก็ไปพร ้อมพวก เราเลยสิ คนเยอะก็กาลังเยอะ สองหมัดยากจะต้านทานสี่มือของศัตรู มีพี่เวินเป็ นกองหนุนที่สาคัญ ในอนาคตจัดการกับเผยเฉียนคนเดียว จะไปยากอะไร
เวินจื่อซี่มึนงงไปอย่างสิ้นเชิง ไม่เข้าใจสักนิดว่าเด็กน้อยที่หิ้ว กาน้าชาดื่มชาโกวฉี่ แค่เจอหน้าก็เชื้อเชิญให้เขามาเข้าพวกด้วยผู้นี้ ในสมองบรรจุอะไรอยู่กันแน่
เห็นบุรุษวัยกลางคนสวมชุดกว้าตัวยาวสีเขียว เวินจื่อซี่ก็ลุกขึ้น ยืน สีหน้าเหยเก ร่างขึงเกร็ง กุมหมัดเอ่ยว่า “เวินจื่อซี่แห่งตาหนักห ลิงเฟยคารวะเซียนกระบี่เฉิน ครั้งนั้นที่อยู่บนภูเขาเหอฮวานเป็ น ผู้เยาว์ที่หุนหันพลันแล่นเบาปัญญา ล่วงเกินแล้ว”
เฉินผิงอันยิ้มบางๆ “ไม่มีอะไรล่วงเกินไม่ล่วงเกินหรอก ถอยไป พูดหนึ่งก้าว ต่อให้ล่วงเกินข้าก็ไม่เป็ นไร ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่คน ครอบครัวเดียวกัน อย่างมากก็แค่เป็ นน้าบ่อที่ไม่ยุ่งกับน้าคลอง อยู่ นอกภูเขาลั่วพั่วกับต าหนักหลิงเฟย เจ้าและข้าคิดอยากจะพบเจอ หน้ากันอีกครั้งก็ยากยิ่งกว่าเดินขึ้นสวรรค์เสียอีก แต่ว่าจนถึงตอนนี้ เจ้าก็ยังเดาไม่ออกอีกหรือว่าคนผู้นั้นคือใคร?”
เวินจื่อซี่ถามอย่างสงสัย “หมายถึงคนที่ดื่มเหล้าร่วมโต๊ะกับเซียน กระบี่เฉินน่ะหรือ?”
เฉินผิงอันตอบ “ไม่อย่างนั้น?”
ทุกวันนี้ในหัวของเวินจื่อซี่เต็มไปด้วยปรมาจารย์เผยเฉียนจน ใกล้จะเกิดเป็ นจิตมารอยู่แล้ว ไหนเลยจะมีเวลามาสนใจเจ้าตะพาบ ปากเสียผู้นั้น หากเป็ นไปได้ล่ะก็ เขาอยากจะตบปากอีกฝ่ ายแรงๆ ด้วยซ้า
เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “เวินจื่อซี่ ลองคิดดูให้ดีๆ ประโยคที่ว่า “หาก ผินเต้าคือบรรพจารย์ของอาจารย์เจ้า ข้าก็คืออาจารย์ของบรรพ จารย์เจ้า” ใครกันที่จะพูดได้?”
เวินจื่อซี่เหมือนถูกห้าอสนีผ่าลงหัวทันใด ปากอ้าตาค้าง คือ ภาพเหมือนของบรรพจารย์ที่แขวนไว้ในจุดที่สูงที่สุดของศาลบรรพ จารย์ในต าหนักเต๋า คือเจ้าลัทธิลู่แห่งป๋ ายอวี้จิงที่สวมกวานดอกบัว บนศีรษะผู้นั้นจริงๆ หรือ?!
้