ตอนที่ 3064
บทที่ 1111.3 นับแต่นี้ไปภูเขาลูกนี้แซ่เฉิน
October 21, 2026
“วางใจเถอะ ถึงเวลานั้นเขาจะต้องซาบซึ้งใจอย่างมากแน่นอน มารดามันเถอะ หากเปลี่ยนมาเป็ นข้าแล้วแค่ช่วยถ่ายทอดมรรคง่ายๆ ให้กับพวกเด็กๆ แค่ไม่กี่วัน พูดจาเหลวไหลไม่กี่กระบุงก็จะได้เรียน เวทกระบี่ชั้นสูงสองชนิด…ต่อให้จะเป็ นเวทกระบี่ที่สามารถทาให้ป๋ า ยจิ่งถูกใจได้แค่ชนิดเดียวก็ตาม นับตั้งแต่หอบูชากระบี่แห่งนี้ไปจนถึง ภูเขาเที่ยวอวี๋ ต่อให้ต้องคุกเข่าเดินไปหรือต่อให้ต้องคลานไป ข้าก็ยัง ยินดี เจ้าขุนเขาบอกตามตรง ปีนั้นจิตแห่งการแสวงหามรรคาของข้า หนักแน่นจริงจังอย่างยิ่ง ที่ใดที่ใจมุ่งไปก็ล้วนบุกรุดหน้าไปอย่างห้าว
หาญ…”
เฉินผิงอันเอ่ยอย่างอ่อนใจ “คาพูดก่อนหน้านี้ข้าเชื่อว่าพูดจาก ใจจริง เพียงแต่ประโยคสุดท้ายนี่เจ้าก็อย่าได้วาดงูเติมขาเลย บางครั้ง เสียวโม่ก็พูดคุยเรื่องในอดีตกับข้า จิตในการแสวงหามรรคาที่เจ้าเอ่ย ถึง ก็ไม่ใช่การได้เป็ นบรรพบุรุษของพวกผู้ฝึกตนอิสระของทุกวันนี้ หรอกหรือ? ฟันคนตายสักสี่ห้าคน ได้ตาราลับมาสักสี่ห้าเล่ม พอ เรียนเป็ นแล้วก็ไปขวางทางกลุ่มถัดไป ถ้ามีฉายาที่ฟังแล้วรื่นหูก็ฮุบ เอามาพร้อมกันด้วย”
เซี่ยโก่วเอ่ยอย่างเขินอาย “เสี่ยวโม่นี่ก็จริงๆเลย เรื่องแบบนี้ก็เล่า ด้วยหรือ”
เฉินผิงอันกล่าว “มิน่าล่ะอาจารย์เจิ้งถึงได้โปรดปรานเจ้าเป็ น พิเศษ ที่แท้เขาก็มองเจ้าเป็ นผู้อาวุโสบนเส้นทางนี่เอง”
เซี่ยโก่วเอ่ยอย่างระมัดระวัง “เจ้านครเจิ้งก็ชอบปล้นสะดมคนอื่น ฆ่าคนชิงทรัพย์ท าลายศพลบร่องรอยเป็ นประจ าเหมือนกันหรือ?”
เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก แค่ว่าเก็บซ่อนเอา พราง สอดคล้องกับกฎระเบียบมากกว่า เพราะถึงอย่างไรก็อยู่ในใต้ หล้าไพศาล แต่หากอยู่ที่เปลี่ยวร ้างก็ไม่แน่แล้ว”
ไม่มีทางแย่ไปกว่าโจวมี่?
เซี่ยโก่วเอ่ย “หากเจ้าขุนเขาไม่ได้เปิดปากช่วยพูดผ่อนหนักให้ เป็ นเบา ข้ากับเสี่ยวโม่ก็คงไม่มีทางถ่ายทอดเวทกระบี่ให้กับกานถัง”
เฉินผิงอันถามอย่างประหลาดใจ “ท าไมล่ะ?”
เซี่ยโก่วยิ้มกว้าง “เสี่ยวโม่ไม่ชอบคนขี้ขลาดอย่างเฒ่าหูหนวก”
เสี่ยวโม่ไม่ชอบ นางจึงไม่ชอบตามไปด้วย
เฉินผิงอันกล่าว “พวกเจ้าไม่รู ้อะไร จากบันทึกลับในคฤหาสน์ หลบร ้อน สหายหลงเซิงผู้นี้ ตอนที่เป็ นหนุ่มก็เคยสร ้างวีรกรรม ยิ่งใหญ่มาก่อน เฒ่าหูหนวกไม่ยินดีจะเปิดเหล้าเก่าแก่กานี้ เชื้อเชิญ ให้คนมาดื่มอย่างเต็มคราบ ข้าที่เป็ นคนนอกก็คงไม่ก้าวล่วงแล้ว”
“หลงเสอจง” เรือข้ามทวีปที่พอมาถึงท่าเรือหนิวเจี่ยวก็ไม่จากไป ให้ภูเขาลั่วพั่วเช่าเปล่าเป็ นเวลาหนึ่งปี เรียกได้ว่าเป็ นเรื่องดีดุจขนม เปี๊ยะหล่นลงมาจากฟ้ า แล้วยังยื่นส่งมาที่ปากโดยตรงด้วย
เจียงซ่างเจินได้ไปเดินส ารวจเรือข้ามฟากอย่างละเอียดมารอบ หนึ่งแล้วก็ส่ายหน้า คือความบกพร่องเพียงหนึ่งเดียวในความ
สมบูรณ์แบบ
ต่อให้เจินเหรินผู้เฒ่าอวี๋มีความจริงใจมากกว่านี้ ยินดีเป็ นฝ่ าย มอบภาพหลักหลายสิบภาพและภาพประกอบอีกหลายร ้อยภาพมาให้ ภูเขาลั่วพั่วพร ้อมกัน พอมาอยู่ในมือของเฉินผิงอัน เกรงว่าก็น่าจะ เป็ นเพียงกระดาษไร ้ค่ากองหนึ่งอยู่เหมือนเดิม
เหตุผลก็เรียบง่ายอย่างยิ่ง เพราะยันต์เดี่ยวที่ต้องให้เฉินผิงอัน แยกออกมาทีละชิ้นลองคานวณดูคร่าวๆ แล้วก็น่าจะไม่ต่ากว่าสาม ร ้อยหกสิบกว่าแผ่น
เรือยันต์บนโลกใบนี้มีจานวนอยู่มากมาย
และเรือลานี้ก็เรียกได้ว่าเป็ นบรรพบุรุษของ “เรือยันต์” เลยทีเดียว
ตอนที่เจียงซ่างเจินอายุยังน้อยเคยได้ถามคาถามที่ไร ้เดียงสา อย่างมากจากตาเฒ่าสวิน ท าไมไม่เปิดเผยมรรคกถาวิชาลับไม่แพร่ง พรายของศาลบรรพจารย์ เพื่อที่จะได้ให้พวกผู้ฝึกตนทาเนียบที่อยู่ ในพรรคได้เรียนรู ้กันไปด้วย
ผู้เฒ่าเพียงแค่ตบหัวของเด็กหนุ่ม ใช ้ประโยคหนึ่งตอบกลับอย่าง คลุมเครือ รอวันใดเจ้าเป็ นผู้มีอ านาจตัดสินใจแล้วก็จะรู ้เองว่ายินดีกับ ไม่ยินดี และท าได้กับท าไม่ได้ คือคนละเรื่องกัน
ที่โรงเรียนมีอาจารย์เจียงที่บอกว่ามาสอนหนังสือแทนอาจารย์ เฉินช่วงระยะเวลาหนึ่งมาสอนแทน
ก็ไม่รู ้ว่าอาจารย์เจียงที่แวะไปเยือนถึงบ้านพูดคุยกับสตรีนิสัยเผ็ด ร ้อนบางคนอย่างไร วันที่สองถึงได้มีเด็กนักเรียนที่ออกจากโรงเรียน ไปเรียนที่อื่นวิ่งกลับมาเรียนที่โรงเรียนเหมือนเดิม ทุกวันไม่ต้องเดิน ไปเรียนและเดินกลับบ้านไกลเหมือนเดิม เด็กนักเรียนคนนี้จึงมี ความสุขมาก
โดยภาพรวมแล้วเด็กนักเรียนสิบกว่าคนมีคนที่ชอบอาจารย์เจียง มากกว่า แล้วก็มีคนที่ชอบอาจารย์เฉินมากกว่า
นักพรตติงกลับมาที่ภูเขาลั่วพั่วเพียงล าพัง สีหน้าซับซ ้อน
ได้ยินว่าอาจารย์เฉินปิดด่านอยู่ที่เนินฝูเหยา โชคดีที่ก่อนเจ้า ขุนเขาจะปิ ดด่านได้บอกกับหมี่ลี่น้อยเอาไว้ว่าตอนที่นักพรตติง กลับมาให้เขาแวะมาถกมรรคากับตนที่เนินฝูเหยาเฉินผิงอันปิดด่าน หลอมกระบี่อยู่จริงๆ
ผู้ที่ปกป้ องด่านให้กับเขายังคงเป็ นเซี่ยโก่ว
ดังนั้นตอนนี้เซี่ยโก่วจึงยิ่งไม่พอใจเฒ่าหูหนวกเข้าไปใหญ่ นั่ง ยองอยู่ในห้องส้วมแต่ไม่ยอมถ่ายหรือ หากยังมาท างานแต่ไม่ยอม
ออกแรงเช่นนี้ แม้แต่ยศผู้ถวายงานทั่วไปก็จะปลดไม่ให้เจ้าเป็ นแล้ว นะ
แต่ก่อนที่เจ้าขุนเขาจะปิดด่านครั้งนี้กลับพูดว่าย่อมมีคนที่ยินดี จะเป็ นอาจารย์ผู้ถ่ายทอดมรรคาที่ภูเขาเที่ยวอี๋แทนผู้ถวายงานกาน ถัง แล้วยังจะมีจ านวนมากถึงหกคนด้วย
ก็คือนักพรตที่อยู่ตรงหน้านี้น่ะหรือ?
เซี่ยโก่วถาม “ไปแล้วหวนกลับคืนมา ต้องการอะไร?” พูดจาสุภาพไพเราะ ใครบ้างท าไม่เป็ น
นักพรตติงใช ้เสียงในใจสอบถาม “บทสนทนาระหว่างเสี่ยวเต้า กับผู้อาวุโสจะไปรบกวนการปิดด่านของอาจารย์เฉินหรือไม่?”
เซี่ยโก่วยิ้มพลางส่ายหน้า “ไม่หรอก อยู่ใกล้ในระยะประชิด แต่ กลับไม่ต่างจากฟ้ าดินสองแห่ง ด้วยตบะน้อยนิดของเจ้า คิดอยากจะ เสียงดังก็ไม่มีทางเสียงดังหนวกหูการหลอมกระบี่ของเจ้าขุนเขาพวก เราได้หรอก”
นักพรตติงจึงถอดรองเท้านั่งลงในระเบียง ไหล่ห่อคอตก ท่าทาง เชื่องซึมไม่กระปรี้กระเปร่า เอ่ยอย่างจนใจว่า “ตอนนี้เสี่ยวเต้าแยก ค าศัพท์สองค าว่าหยกดิบกับเซียนเหรินไม่ออกแล้ว”
ระหว่างที่นั่งเรือยันต์ของเซวียเทียนจวินกลับไป ได้ร่วมทบทวน กระดานกับเหล่านักพรตทั้งหลาย นักพรตติงตกใจคืนสติในฉับพลัน
ว่าตนคือขอบเขตเซียนเหรินนี่นา! ใช่ขอบเขตหยกดิบที่ต้องระวังว่า จะถูกตะวันจันทราบั่นทอนอายุขัยเสียที่ไหน?