ตอนที่ 3065
บทที่ 1111.4 นับแต่นี้ไปภูเขาลูกนี้แซ่เฉิน
October 21, 2026
“แต่พวกเจ้ากลับทาไม่ได้ เพราะไม่บริสุทธิ์มากพอ ร ้องไห้ไม่ สมจริง หัวเราะก็ไม่ใช่หัวเราะจริงๆ มีความกังวลสารพัดอย่าง วางแผนนับร้อยนับพัน ไม่ว่าท าอะไรก็เหมือนท าการค้ากับคนอื่นอยู่ ตลอดโดยที่ไม่รู ้ตัวแม้แต่น้อย”
นักพรตติงได้ยินคากล่าวนี้สีหน้าก็เปลี่ยนมาเป็ นสดใส จิต วิญญาณแกว่งไกว รู้สึกเลื่อมใสใฝ่หา
เซี่ยโก่วเหลือบมองนักพรตน้อยแวบหนึ่ง คือวัตถุดิบที่สร ้างได้ จริงเสียด้วย
นักพรตติงครุ่นคิดอย่างจริงจังอยู่พักหนึ่งก็คล้ายจะตระหนักอะไร ได้ เขายกแขนขึ้นยื่นฝ่ ามือข้างหนึ่งออกไปข้างหน้า ตั้งฝ่ ามือและ โบกเบาๆ “หากปราชญ์ผู้ล่วงลับที่อยู่เบื้องหน้าสามารถเรียกขานได้ ว่าเป็ นผู้ทรงคุณธรรม แบ่งฟ้ าดินออกเป็ นหยินกับหยาง ใช้ค าว่า “ดี” “เลว” มาตั้งชื่อแบ่งแยกก่อนชั่วคราว มหามรรคาคดเคี้ยวยากจะ พิสูจน์ บรรลุได้ไม่ง่าย ผู้ที่ทาความดีมีคนที่ตายไปก่อนวัยอันควร คน ที่ทาเรื่องชั่วร ้ายมีคนที่ได้ขึ้นสู่ที่สูง เรื่องนี้คือเวทอาพรางตาที่ใหญ่ ที่สุด บดบังสายตาของผู้บาเพ็ญมรรคาในรุ่นหลัง แต่ผู้ที่มีใจคิด คานวณก็จะรู ้ว่าฝ่ ายแรกคนที่ทาสาเร็จได้มีมาก ฝ่ ายหลังคนที่ ล้มเหลวมีมากกว่า ผู้ที่เริ่มต้นเรียนรู ้ใหม่ๆ ปีกยังไม่กล้าขายังไม่แข็ง
้
ใครเล่าจะกล้าพูดว่าตัวเองจะต้องเป็ นผู้ที่เดินขึ้นสู่ยอดบนสุดได้อย่าง แน่นอน ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยไว้ก่อนจึงต้องเดินไปบนเส้นทาง ของคนที่เดินไปเบื้องหน้า นานวันเข้า คนที่ถามมรรคาได้ก่อนบน เส้นทางก็จะกลายมาเป็ นผู้ปกป้ องมรรคาของคนที่เล่าเรียนภายหลัง อย่างที่มองไม่เห็น บนเส้นทางมีการตั้งระบบสืบทอดขึ้นมาใหม่ ข้าง ทางก็มีสานักมีสกุลใหม่ถูกตั้งขึ้นมา มรรคาก็ใหญ่ยิ่งกว่าเดิม เส้นทางกว้างขวางกว่าเดิม คนที่เดินไปบนเส้นทางเดียวกันมี มากมาย ส่วนใหญ่สามารถจับมือพากันเดินไปถึงยอดเขา เดินขึ้น ฟ้ าไปอย่างเกรียงไกร นักพรตใช ้จิตแห่งมรรคาที่บริสุทธิ์มาหลอม ใหญ่ให้กับที่ตั้งเก่าบางแห่ง คนร ้อยคนทาไม่ได้ แล้วพันคนล่ะ? พัน คนไม่พอ หมื่นคนมีใจเดียวกัน! หากนักพรตอย่างเราทาเช่นนี้ได้จริง เมื่อใจคนเป็ นหนึ่งก็แข็งแกร่งมั่นคงดุจกาแพง หมื่นปีให้หลัง จานวน คน พลังอานาจ สายสืบทอดล้วนเหนือกว่าศึกขึ้นฟ้ าเมื่อหมื่นปีก่อน หรือไม่ก็ทาลายก่อนแล้วจึงสร ้างขึ้นใหม่ ใช ้นครจาแลงกลายเป็ น นคร หรือไม่ก็สร ้างทับซากปรักของสรวงสวรรค์แห่งนั้น นี่ยังจะ กลายเป็ นความเพ้อฝันอีกหรือ? บรรพจารย์สามลัทธิยังต้องกังวลกับ เวลาหมื่นปีข้างหน้า ยังต้องสลายมรรคาอีกหรือ?!”
เซี่ยโก่วตีหน้าเคร่งอืมรับหนึ่งที พยักหน้าเบาๆ
นักพรตน้อยใช ้ได้เลยนี่นา ตนยังไม่ได้คิดมาก คิดไปไกลขนาด นี้เลยนะ
หัวดีกว่าหยวนจวี้ไฉเยอะเลย
้
มิน่าเล่าเจ้าขุนเขาถึงได้โปรดปรานเขาเป็ นพิเศษ คงไม่ใช่ว่าคิด อยากจะขุดมุมก าแพงบ้านใครอีกหรอกนะ?
ก็ทาได้นะ ให้เจ้าจมูกโคน้อยมาเป็ นผู้ถวายงานทั่วไปของภูเขา ลั่วพั่วก็มากพอเหลือแหล่
กายธรรมชุดเขียวที่บริสุทธิ์ไร ้มลทินของเซียนกระบี่กลายร่าง เป็ นแสงรุ ้งที่พุ่งออกจากห้อง ชายแขนเสื้อสะบัดเป็ นวงกว้าง พลัง อานาจยิ่งใหญ่ไพศาล แสงแก้วใสส่องประกายเรืองรอง
พริบตาเดียวก็พุ่งห่างไปไกลเป็ นระยะทางร ้อยกว่าลี้ ข้างหูของ นักพรตติงยังมีเสียงก้องสะท้อนของอาจารย์เฉินที่พูดกลั้วหัวเราะว่า “รอสักครู่ ข้าจะรีบไปรีบกลับ”
นักพรตติงถาม “นี่คือ?”
อาจารย์เฉินก าลังฝึกฝนเวทลับบางอย่างหรือ?
เซี่ยโก่วเบ้ปาก “ในเมื่อไม่มีเส้นทางของการปล่อยจิตหยินออก จากช่องโพรงให้เดินแล้ว ก็เลยหาวิธีการที่คล้ายคลึงกันน่ะสิ คนมี ชีวิตอยู่จะอั้นฉี่จนตายไม่ได้หรอกนะ”
นักพรตติงเอ่ยชื่นชมจากใจจริง “ต่อให้เจ้าจะมีหมื่นภูเขาล้อม ขวาง แต่ข้าก็ยังบุกเบิกเส้นทางได้ด้วยตัวเอง คากล่าวนี้พูดถึงคน อย่างอาจารย์เฉินนี่เอง”
้
เซี่ยโก่วพยักหน้า “นักพรตน้อย เจ้าเหมาะกับภูเขาลั่วพั่วยิ่งกว่า เฒ่าหูหนวกเสียอีก”
นักพรตติงเอ่ยอย่างตกตะลึง “หมายถึงผู้อาวุโสเฒ่าหูหนวกที่ เป็ นหนึ่งในสิบเซียนกระบี่ของกาแพงเมืองปราณกระบี่น่ะหรือ?”
เซี่ยโก่วขยี้แก้มของตัวเอง ชื่อเสียงของเฒ่าหูหนวกยิ่งใหญ่ ขนาดนี้เลยหรือ? แต่พออยู่กับตนกลับแสร ้งท าเป็ นอ่อนน้อมถ่อมตน ทุกเรื่อง เหมือนตัวสอพลอที่ให้ความเคารพผู้อาวุโส หรือว่าผู้ถวาย งานทั่วไปผู้นี้จะไม่จริงใจมากพอ?
เซี่ยโก่วนึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้ “ทาไมเจ้าขุนเขาของพวกเราถึงพูด ย้าเรื่องที่เจ้า “ไม่ขอร ้องอวี๋เสวียน อยู่ตลอด? เป็ นเพราะเจ้ามีเรื่อง ลาบากใจไม่อาจบอกกล่าวใครได้ มีความเจ็บปวดอันลึกล้าจึงไม่อาจ ไปขอร ้องอวี๋เสวียนให้ช่วยชี้แนะหรือ?”
นักพรตติงลังเลอยู่เล็กน้อย แต่ก็ยังเลือกที่จะบอกเรื่องนี้ไปตาม สัตย์จริง “ข้าไม่ชอบขอร ้องใคร แน่นอนว่ายากที่จะทาได้ก็เลยถอย มาเลือกระดับรอง ช่วงแรกเริ่มของการฝึ กตนได้ตั้งกฎข้อหนึ่งไว้ ให้กับตัวเอง ยกตัวอย่างเช่นว่าหากวันหน้ายามเดินขึ้นสู่ที่สูงแล้วพบ เจอกับอุปสรรคสามารถขอร ้องภูเขาอวี่ฮว่าได้ครั้งหนึ่ง แล้วก็ได้เอา ไปใช ้ในตอนก่อนที่จะสร ้างโอสถทองแล้ว ได้ขอยืมยันต์สองแสนกว่า แผ่นจากฝูเฉิงมาไว้ในพื้นที่ประกอบพิธีกรรมพื้นที่มงคลไท่เกิง แล้วก็ อนุญาตให้ตัวเองขอร ้องบรรพจารย์อวี๋ได้แค่ครั้งเดียวในชีวิต ในเมื่อ ตอนที่ฝ่ าคอขวดขอบเขตก่อกาเนิดสามารถอ้อมผ่านจิตมารไปได้ ก็
้
เลยคิดว่าวันหน้าก่อนจะปิดด่านพิสูจน์มรรคาเป็ นบินทะยานค่อยใช ้ โอกาสครั้งนี้”
เซี่ยโก่วเอ่ย “แบบนี้ดีมากนะ ไม่ใช่ว่าจะตายแล้วยังรักศักดิ์ศรี หน้าตา ไม่ขอร ้องใครไม่ว่าเรื่องอะไร ก็แค่ว่าขอร ้องอย่างระมัดระวัง รอบคอบ เมื่อเป็ นเช่นนี้ก็เท่ากับว่าเจ้าขุนเขาของพวกเราเป็ นสุนัขที่
จับหนู ทาเรื่องที่ไม่ใช่หน้าที่ของตนแล้วน่ะสิ”
นักพรตติงส่ายหน้า “เป็ นผู้อาวุโสที่เข้าใจอาจารย์เฉินผิดไปแล้ว เป็ นอาจารย์เฉินที่มีความตั้งใจลึกล้า เกี่ยวกับชีวิตการฝึ กตนสอง ร ้อยกว่าปี ของข้า เขาให้การยอมรับแล้วก็ให้ค าชมมากมาย แต่ อาจารย์เฉินก็มีคาวิจารณ์ประโยคหนึ่งที่เรียกได้ว่าแทงเข็มเห็นเลือด ท าให้ข้าเหงื่อแตกท่วมหลังในทันที มากพอจะเป็ นประโยชน์ต่อข้าไป ชั่วชีวิต”
เซี่ยโก่วเองก็ไม่เกรงใจเขา “ไหนลองพูดประโยควิจารณ์นั้นให้ ข้าฟังสิ”
นักพรตติงสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเอ่ยเนิบช ้าว่า “อาจารย์ เฉินบอกว่าข้ายังไม่เคยผิดหวังอย่างแท้จริงมาก่อน ไม่เคยเดินไปสู่ ทางตันที่ขอร ้องฟ้ าดิน ขอร ้องคนอื่น ขอร ้องตัวเองแล้วก็ยังไม่ได้ผล อย่างแท้จริง ดังนั้นเขาจึงต้องการให้ข้าคิดพิจารณาให้ดีๆ ว่าหากวัน หนึ่งต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้นจริง ควรจะทาอย่างไร จะคิด อย่างไร หันหน้ากลับไปมองเส้นทางที่เดินผ่านมาตลอดทั้งชีวิตแล้ว จะเป็ นอย่างไร”
้
เซี่ยโก่วขยุ้มหมวกขนเตียว “เจ้าเองก็ไม่ถือว่าโง่ ตอนนี้มีคาตอบ แล้วหรือ?”
นักพรตติงกล่าว “ตอนนี้ยังไม่มีคาตอบ แต่วันนี้มีความคิดใหม่ๆ อยู่หลายอย่าง ต้องอาศัยข้อโต้แย้งทั้งทางบวกและทางลบหลายๆ ข้อ มาพิสูจน์เพื่อให้ได้ข้อสรุปสุดท้าย”
เซี่ยโก่วยิ้มกล่าว “ยกตัวอย่างเช่น?”
นักพรตติงคลี่ยิ้มบางๆ “ยกตัวอย่างเช่นแม่น้าแห่งกาลเวลา สามารถไหลย้อนกลับ ตอนที่บรรพจารย์อวี๋อยู่บนยอดเขาเถียนจิน ภูเขาเถาฝู อย่าว่าแต่ขอร ้องแค่ครั้งเดียวเลย ข้าต้องหอบเสื่อไปนอน อยู่นอกเรือนของบรรพจารย์อวี๋แน่นอน ทุกวันอย่างน้อยต้องได้ถาม เขาครั้งหนึ่ง หรือยกตัวอย่างเช่นบรรพจารย์อวี๋อยู่ที่ธารดวงดาวนอก ฟ้ า ข้าไปกลับภูเขาอวีฮว่าก็จะต้องพกยันต์ปกป้ องกายปีกใหญ่ติด ตัวไปที่นอกฟ้ าด้วย ทั้งสามารถถามคาถามบางอย่างกับบรรพจารย์ แล้วก็สามารถหลุบตาลงต่ามองโลกมนุษย์จากธารดวงดาวพร่าง พราวได้ด้วย ยิงธนูนัดเดียวได้นกถึงสองตัว”
เซี่ยโก่วพยักหน้า “ถือว่าเจ้าคิดจนเข้าใจกระจ่างแล้ว ที่แท้คาว่า ‘ขอร ้อง” ของเจ้าขุนเขาเรา กับค าว่า “ขอร ้อง” ในใจของเจ้าก็เป็ น คนละค าจ ากัดความกันเลย”
นักพรตติงพยักหน้ารับแรงๆ เอ่ยเสียงจริงจังว่า “เป็ นเช่นนี้จริง เมื่อนักพรตติงยึดติดอยู่กับการ “ขอร ้องคนอื่น” อาจารย์เฉินกลับ
้
สอนให้ข้า “ขอร ้องมรรคา” อาจารย์เฉินถ่ายทอดค าว่า “ถามใจ” ให้กับข้า ก็คือการสอนเรื่อง “ถามมรรคา’ แก่ข้า การถ่ายทอดมรรคา ในภูเขาส าหรับในใจของข้าแล้วก็คือเกาเจินที่ช่วยชี้ทางสว่างให้แก่ ผู้อื่น มอบปลาให้คนอื่น ไม่สู้สอนให้คนเขารู ้จักจับปลา ก็หนีไม่พ้น เช่นนี้เอง หนีไม่พ้นเช่นนี้เอง!”
เซี่ยโก่วเอ่ยเสียงเบา “จะเป็ นไปได้หรือไม่ ข้าแค่บอกว่าอาจจะนะ อันที่จริงเจ้าขุนเขาของพวกเราอาจจะไม่ได้คิดมากขนาดนี้ก็ได้?”
นักพรตติงกล่าวอย่างหนักแน่น “ไม่มีทางแน่นอน!”
เซี่ยโก่วประหลาดใจนัก เจ้าคือ เจ้าคือนักพรตที่ได้รับธรรม โองการจากภูเขาลั่วพัวหรือไร ไฉนถึงได้เข้าข้างเฉินผิงอันขนาดนี้?
เห็นผู้อาวุโสท าสีหน้ามีเลศนัย นักพรตติงก็ท าหน้างง ก่อนถาม หยั่งเชิงว่า “คงไม่ใช่กระมัง?”
เซี่ยโก่วมีสีหน้ากระอักกระอ่วน พูดวางมาดสั่งสอนว่า “นักพรต น้อยจิตใจไม่มั่นคง จะกล้าพูดถึงการพิสูจน์มรรคาได้อย่างไร ความหวังดีที่เจ้าขุนเขาของพวกเราช่วยถ่ายทอดมรรคาให้แก่เจ้าคง ต้องถูกหักลบไปมากแล้ว”
นักพรตติงยิ้มอย่างเข้าใจ สองมือสอดกันไว้ในชายแขนเสื้อ หด คอลงไปในคอเสื้ออาบแสงแดดอบอุ่น “ภูเขาลั่วพั่วคือสถานที่ที่ดี จริงๆ โดยไม่ทันรู ้ตัวก็สามารถรั้งใจคนไว้ได้แล้ว”
้
เซี่ยโก่วหัวเราะฮ่าๆ “คิดอยากจะทรยศ เอ่อ…อยากจะออกจาก ภูเขาอวี่ฮว่าก็ไม่ใช่เรื่องยากนะ ฉวยโอกาสตอนที่ไม่ต้องปกป้ องด่าน ให้กับเจ้าขุนเขา ข้าจะรีบไปพบอวี๋เสวียนที่นอกฟ้ าสักรอบ ช่วยเอ่ย คาพูดดีๆ เกี่ยวกับเจ้าให้เขาฟัง ให้เขาอนุญาตให้เจ้าอยู่ฝึ กตนที่ ภูเขาลั่วพั่วได้กี่สิบปี กี่ร ้อยปี รอวันใดที่เจ้าเลื่อนเป็ นขอบเขตบิน ทะยานแล้วค่อยกลับภูเขาอวี่ฮว่า ถึงเวลานั้นก็แค่ฟื้นคืนทาเนียบ นักพรตใหม่ เก็บสถานะเค่อชิงของที่ภูเขาลั่วพั่วเอาไว้เท่ากับว่าภูเขา เถาฝูของอวี๋เสวียนเก็บขอบเขตบินทะยานคนหนึ่งไปได้เปล่าๆ ได้ เก็บตกของดีชิ้นใหญ่เลยล่ะ!”
้
้
้