ตอนที่ 3067
บทที่ 1111.6 นับแต่นี้ไปภูเขาลูกนี้แซ่เฉิน
October 21, 2026
ดูท่าข่าวลือบางอย่างบนยอดเขาน่าจะเป็ นความจริง อิ่นกวาน หนุ่มบัญชาการณ์ คฤหาสน์หลบร ้อนมานานหลายปี สะสมกระบี่บิน ไว้หนึ่งกระบุง บรรจุคาเหน็บแนมประชดประชันไว้จนเต็ม
เฉินผิงอันตามองตรงไม่ล่อกแล่ก แสร ้งท าเป็ นไม่ได้ยินเสียง หัวเราะ
เยว่ติ่งเอ่ยอย่างอ่อนใจ “อย่าเสียมารยาท”
เฉินผิงอันยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “ฝึกตนอยู่ในภูเขาจาเป็ นต้องมีนิสัยที่ แท้จริง ดีกว่าการดีดลูกคิดอยู่ในท้องมากนัก เหนือมารยาทคาสั่ง สอนประจ าตระกูลสามารถปลดปล่อยนิสัยตามธรรมชาติได้ตาม สบาย นี่ก็คือตัวอ่อนของการฝึกตน”
เยว่ติ่งยิ้มบางๆ
สตรีผู้นั้นทอดถอนใจ อันที่จริงนางอายุมากกว่านะ
เยว่ติ่งพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ติดขัดที่พรสวรรค์ที่ติดตัวมาและ การเรียนรู ้ด้วยตัวเองในภายหลังซึ่งต่างก็ไม่ถือว่าโดดเด่น ทาให้ข้า หยุดอยู่ที่ขอบเขตหยกดิบมานานหลายปี แต่ก็พอจะแตะคอขวดของ ขอบเขตหยกดิบได้แล้ว ทว่าไม่ใช่เพราะการสั่งสมพลังตบะของตัวข้า เอง แต่ต้องขอบคุณวสัตฤดูของปีหนึ่งที่จากไปอย่างเชื่องช ้า อาศัย
วาสนานี้ทาให้ความเร็วในการหลอมกระบี่บินไม่ใช่แค่เหนื่อยเพียง ครึ่งได้ผลสาเร็จเป็ นเท่าตัวเท่านั้น หลายปีมานี้ยังได้ใช ้แท่นสังหาร มังกรชิ้นหนึ่งซึ่งตัดออกมาจากภูเขาหลงจี๋มาทาการขัดเกลาคม กระบี่ทั้งวันทั้งคืนไม่มีหยุดพัก ในที่สุดก็มีลางของการปิดด่านได้แล้ว เป็ นเหตุให้ก่อนปิดด่าน หากเจ้าขุนเขาเฉินไม่มาเป็ นแขกที่ภูเขาเจิน อู่ ข้าก็จะต้องไปเยือนภูเขาลั่วพั่วอยู่ดี เป็ นฝ่ายไปพูดคุยเรื่องนี้กับเจ้า ขุนเขาเฉินด้วยตัวเองเพื่อแสดงถึงความขอบคุณ”
สีหน้าของเฉินผิงอันคลายลง เงียบไปพักหนึ่งก็พยักหน้าเอ่ยว่า “ที่แท้ก็เป็ นอย่างนี้นี่เอง เซียนกระบี่เยว่มีใจแล้ว”
เยว่ติ่งเจ้าขุนเขาคนปัจจุบันของภูเขาเจินอู่มีฉายาว่า เซวี่ย หยวน” เป็ นทั้งผู้ฝึกตนสานักการทหาร แล้วก็เป็ นทั้งผู้ฝึกกระบี่คน หนึ่ง เล่าลือกันว่ากระบี่บินแห่งชะตาชีวิตของเขามีชื่อว่า “ฮวาซิ่น เฟิง” (ลมที่พัดมาพาให้ดอกไม้บาน)
บนโลกมีวิธีแบ่งช่วงเวลาของดอกไม้บานอยู่สองชนิด นั่นคือสิบ สองลมดอกไม้บานหรือไม่ก็ยี่สิบสี่ช่วงเวลา
ฝ่ ายแรกมีจานวนน้อย แต่กลับมีความหมายยิ่งใหญ่กว่า ฝ่ าย หลังมองดูเหมือนมีจานวนมากกว่า แต่อันที่จริงเมื่อเทียบกันแล้ว เส้นทางกลับแคบกว่า
ตามการอนุมานของเยว่ติ่ง วิชาอภินิหารกระบี่บินแห่งชะตาชีวิต “ฮวาซิ่นเฟิง” ของเขาเล่มนั้นถือว่าเกี่ยวพันกับอย่างหลัง
เยว่ติ่งกล่าวต่ออีกว่า “ภูเขาเจินอู่ของพวกเรายินดีเอาหินลับ กระบี่ครึ่งหนึ่งของภูเขาหลงจี๋มาทาการค้ากับภูเขาลั่วพั่ว บอกตาม ตรง ส่วนของภูเขาหลงจี๋ต้าหลีที่เป็ นของภูเขาเจินอู่พวกเรา มีการ แบ่งเป็ นสิบส่วน สองส่วนในนั้นได้ส่งมอบไปให้ศาลบรรพจารย์ที่ แผ่นดินกลาง อีกหกคนซึ่งมีข้ากับบรรพจารย์หวนเป็ นหนึ่งในนั้น บ้างก็เอาไว้ใช ้ซ่อมแซมต าหนักบรรพจารย์ หรือไม่ก็เอาไว้หลอม กระบี่ของพวกเราเอง หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องชดใช ้น้าใจบางอย่างบน ภูเขา มีการแบ่งออกไปอีกเป็ นสองส่วน ซึ่งสองส่วนของในนั้นได้ผ่าน มติการประชุมของศาลบรรพจารย์แล้วเตรียมเก็บไว้ในคลังสมบัติของ ภูเขาเจินอู่ ตอนนี้ยังไม่ไปแตะต้องมัน เป็ นเหตุให้ตอนนี้บนภูเขาหลง จี๋ยังเหลือหินลับกระบี่อีกสี่ส่วนที่ยังไม่ผ่านการขุดเจาะ”
เฉินผิงอันรีบยื่นมือมาจับแขนของเจ้าขุนเขาเยว่ทันใด “ขึ้นไป พูดคุยกันบนภูเขา ค่อยๆ พูดคุยกัน เรื่องการกลับไปรับรองแขกที่ ภูเขาสามารถชะลอไว้ก่อนได้”
สองฝ่ายสบตากัน ล้วนไม่จาเป็ นต้องเอื้อนเอ่ย
อันที่จริงทั้งสองฝ่ายต่างก็โล่งใจด้วยกันทั้งคู่
คนหนึ่งรู ้สึกยินดีอย่างไม่คาดฝัน คิดไม่ถึงว่าจะสามารถพูดคุย ในเรื่องนี้ได้
ส่วนอีกคนก็ยิ่งสบายใจ เจ้าขุนเขาเฉินไม่ได้เปลี่ยนสีหน้าไม่จา คนเพราะเพิ่งจะได้เป็ นราชครูของต้าหลี หาไม่แล้วราชครูเฉินไม่
จาเป็ นต้องออกหน้าด้วยตัวเองด้วยซ้า แค่ให้ราชส านักต้าหลีส่งคน มาสอบถามภูเขาเจินอู่คาเดียวว่าหินลับกระบี่ของสานักท่านยังมี เหลืออีกหรือไม่ เท่านี้ก็จบเรื่องแล้วไม่ใช่หรือ?
การประชุมในศาลบรรพจารย์ก่อนหน้านี้ใช่ว่าจะไม่มีคนเสนอ ขึ้นอย่างลังเลใจ บอกว่าไม่สู้รีบขุดเจาะภูเขาหลงจี๋ ให้ของเข้ามาอยู่ ในกระเป๋ าให้สบายใจก่อน แล้วค่อยปรึกษากับศาลบรรพจารย์ที่ แผ่นดินกลางให้ช่วยเก็บรักษาแทนให้ ดีหรือไม่? เมื่อเป็ นเช่นนี้ต่อให้ เฉินผิงอันเป็ นราชครูก็ไม่สะดวกจะฉีกสัญญาที่ชุยฉานลงนามไว้ด้วย ตัวเอง สั่งปิดภูเขาหลงจี๋ก่อนทันทีแล้วค่อยเรียกร ้องเอาจากภูเขาเจิน อู่ ปล้นชิงเอาหินลับกระบี่ทั้งหมดที่ยังไม่ทันขุดค้นไป?
พอได้ยินข้อเสนอที่ฟังดูแล้วสวยหรู แต่แท้จริงกลับเป็ นข้ออ้างที่ ไม่ได้เรื่องสุดๆ นี้ เยว่ติ่งก็รู ้สึกจนใจเป็ นทบทวี ภูเขาลั่วพั่วอยู่ห่างจาก ภูเขาหลงจี๋แค่กี่ก้าวเอง? ไป “ลอบ” ขุดหินใต้เปลือกตาของเฉินผิง อัน ต่อให้เขาจะแสร ้งเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ แต่ฮ่องเต้ของราช ส านักต้าหลีจะนิ่งดูดายปล่อยให้พวกเขาทาได้จริงๆ หรือ? ในใจจะไม่ ตาหนิว่า “กว่าข้าจะเชื้อเชิญให้เฉินผิงอันมารับหน้าที่เป็ นราชครูได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ภูเขาเจินอู่ของพวกเจ้าก็ร่วมแสดงความยินดีกับสกุล ซ่งต้าหลีของพวกเราเช่นนี้” จริงๆ หรือ?
แล้วนับประสาอะไรกับที่ตัวของเยว่ติ่งเอง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผล ส่วนตัวหรือส่วนรวมตามเหตุหรือตามผล เขาก็ล้วนยินดีที่จะทา
การค้าในระยะยาวที่ร่วมมือกันแล้วทั้งสองฝ่ ายย่อมได้รับประโยชน์กับ ภูเขาลั่วพั่ว
กอดคอพูดคุยกับเจ้าขุนเขาเยว่เดินขึ้นบันไดไปด้วยกัน เฉินผิง อันเอ่ยชื่นชมว่า “สีส่วนที่เหลืออยู่บนภูเขาหลงจี๋ล้วนยกให้ภูเขาลั่ว พั่วทั้งหมด ความใจกว้างของสหายเยว่เป็ นเซียนเหรินได้แล้ว”
เยว่ติ่งมีท่าทางมึนงงไปอย่างเห็นได้ชัด ข้าบอกหรือว่าจะยกหิน ลับกระบี่ให้เจ้าขุนเขาเฉินทั้งหมด? ผลลัพธ ์ในการประชุมของศาล บรรพจารย์ก่อนหน้านี้คือให้ภูเขาลั่วพั่วสองส่วนหากว่าราชครูคน ใหม่ยังคงไม่พอใจ อย่างมากสุดก็ให้เพิ่มอีกแค่ส่วนเดียวเท่านั้น!
ให้ทั้งหมด? เจ้าขุนเขาเยว่เจ้าก็สามารถออกจากต าแหน่งเจ้า
ขุนเขาได้แล้ว
ตามความคิดของเฉินผิงอัน สามารถซื้อหินลับกระบี่สองส่วน จากภูเขาเจินอู่ได้ก็ถือว่าไม่เสียเที่ยวที่เดินทางมาในครั้งนี้แล้ว
อย่าว่าแต่แค่ขึ้นเขามาเป็ นแขกรอบหนึ่งเลย ให้ข้าไปเป็ นพ่อครัว ผูกผ้ากันเปื้อนไว้ที่เอวท ากับแกล้มให้เจ้าขุนเขาเยว่กับมือตัวเองสอง สามจานก็ยังไม่เป็ นปัญหา!
เยว่ติ่งหรือจะรู ้ว่าเจ้าขุนเขาเฉินคือคนเก่งเข้าสังคมที่เป็ นร ้านผ้า ห่อบุญและเถ้าแก่รองมาจนเคยชินแล้ว เขาเพียงแค่หันไปมองผู้ฝึก ตนหญิงที่อยู่ข้างกาย คิดไม่ถึงว่านางจะพยักหน้า “ท่านพ่อ เมื่อครู่นี้ ท่านเพิ่งพูดเองนะว่ายกให้ทั้งหมด”
เยว่ติ่งได้ยินประโยคนี้ก็ไม่มีความรู ้สึกเสียใจที่ลูกสาวพอเติบ ใหญ่ก็ไม่อาจเก็บไว้ข้างกายได้อีก ยิ่งไม่รู ้สึกว่านางเข้าข้างคนนอก มากกว่า กลับกันยังครุ่นคิดถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง
เฉินผิงอันรู ้สึกประหลาดใจอยู่บ้างจึงหันไปมองนาง ไม่ได้ใช ้แช่ ตามบิดาของนาง ดูเหมือนจะชื่อซ่งจิงอะไรสักอย่าง เนื่องจากไม่ได้ลง จากภูเขาไปฝึ กประสบการณ์และเดินทางไปร่วมสนามรบ จึงไม่มี บันทึกอะไรในเอกสารคดีของกรมอาญาต้าหลี
มีการคาดเดาว่าด้วยรากฐานก าลังทรัพย์ภายนอกของภูเขาเจิน อู่ บวกกับเอกสารลับของราชส านักต้าหลี การขุดเจาะภูเขาหลงจี๋ไม่ มีทางรวดเร็วได้ขนาดนี้ ทุกวันนี้เหลือหินลับกระบี่อยู่แค่สี่ส่วนก็แสดง ว่าต้องมียอดฝีมือคอยให้การช่วยเหลือ ช่วยตัดแบ่งแท่นสังหารมังกร ให้พวกเขาแน่นอน
นางคลี่ยิ้มกว้าง “เฉินอิ่นกวาน ข้าเองก็เป็ นผู้ฝึกกระบี่เหมือนกัน เคยแอบไปเยือนกาแพงเมืองปราณกระบี่ เพียงแต่ว่าก่อนจะไป ข้า เคยให้ค าสาบานกับศาลบรรพจารย์ว่าจะไม่ออกกระบี่ ดังนั้นจึงถือว่า ไปเยือนมาเสียเที่ยว”
เฉินผิงอันพยักหน้า ยิ้มถาม “ขอละลาบละล้วงถามสักคา กระบี่ บินอักษรเดียวหรือ?”
ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความตกตะลึง “เรื่องนี้ก็เดาได้ด้วย หรือ เฉินอิ่นกวานสมกับเป็ นเทพในร่างมนุษย์จริงๆ!”
กระบี่บินอักษรตัวเดียวทุกเล่มในกาแพงเมืองปราณกระบี่ ผู้ที่ได้ ครอบครองกระบี่บินประเภทนี้ ขอแค่มีปรากฎคนหนึ่งก็จะถือเป็ น บุคคลส าคัญในส าคัญของเอกสารคฤหาสน์หลบร ้อน ก าแพงเมือง ปราณกระบี่จะต้องจัดหาผู้ปกป้ องมรรคาให้สองคนหรืออาจมากกว่า นั้น
ก็เหมือนอย่าง “ฮวาซิ่นเฟิง” กระบี่บินแห่งชะตาชีวิตของเยว่ติ่งที่ หากไม่ใช่ยี่สิบสี่ช่วงเวลา แต่เป็ นสิบสองลมดอกไม้บาน ถ้าอย่างนั้น ผลสาเร็จบนวิถีกระบี่ของเยว่ติ่งก็จะสูงได้ยิ่งกว่านี้
หลักการเดียวกัน หากกระบี่บินแห่งชะตาชีวิตของเยว่ติ่งคือกระบี่ บินอักษรเดียวในต านาน ยกตัวอย่างเช่น “ฮวา” (ดอกไม้)?! มหา มรรคาจะกว้างใหญ่แค่ไหน แค่คิดก็พอจะรู ้ได้