ตอนที่ 2471
บทที่ 954.3 เพื่อนเก่ากลับมาพบเจอกันใหม่
October 21, 2026
หลินโส่วอีที่ทำหน้าที่เป็นคนเฝ้าศาลของลำน้ำใหญ่ภาคกลาง ได้เป็นผู้ฝึกตนของเขตก่อกำเนิดแล้ว ว่ากันว่าช่วงนี้ได้เริ่มปิดด่าน แล้ว หลี่เป่าผิงเป็นวิญญูชนของสำ นักศึกษา แม้แต่หลี่ไหว อยู่ดีไม่ว่าดีก็ยังได้เป็นนักปราชญ์ของสำ นักศึกษาซานหยาต้าสุย ส่วนคนผู้นั้น ก็ยิ่ง…ควงม้าทะยานห่างไปไกลไม่เห็นฝุ่นงน ‘เส้นทางภูเขา’ ของชีวิตคนในอนาคต ได้ยินว่าภายหลัง ตอนที่อยู่ชายแดนของต้าหลี กลุ่มคนที่ไปขอ ศึกษาต่อได้มีคนเพิ่มมาอีกสามคน เด็กหนุ่มชุดขาวชุยตงซานนำพา ชาวง้านลี้ภัยของสกุลหลูสองคนอย่างอวี๋ลู่และเซี่ยเซี่ย เดินทางไกล ร่วมกันไปยังต้าสุย อวี๋ลู่คือรัชทายาทแคว้นล่มสลายสกุลหลู เป็นผู้ฝึกยุทธ ของเขตปลายทางนานแล้ว คิดจะเลื่อนขั้นเป็นของเขตยอดเขาก็มั่นคงแน่นอนถึงเก้าในสิงส่วน เซี่ยเซี่ยเองก็เป็นเทพเซียนพสุธาคน หนึ่งนานแล้ว นอกจากหลี่เป่าผิงเจ้านายน้อยตระกูลหลี่แห่งถนนฝูลู่ง้านตน คนอื่นๆ ที่เหลือต้องเรียกว่า…ตัวประหลาดโดยแท้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กง้านนอกขาเปื้อนโคลนแซ่เฉินที่สวม รองเท้าสาน ถือมีดผ่าฟืน อดีตเด็กหนุ่มผอมแห้งที่ตัวดำราวกังถ่าน ภายหลังรู้เรื่องที่อีกฝ่ายทยอยซื้อภูเขามากมายหลายลูกซึ่งมี ภูเขาลั่วพั่วเป็นหนึ่งในนั้น ก่อนจะเริ่มค่อยๆ มีภาพงรรยากาศของ จวนเซียนงนภูเขาได้หลายส่วน ในใจของนางก็เริ่มมีความกังวลแล้ว แต่ก็รู้สึกว่าขอแค่ติดตาม คุณชาย ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ไม่จำ เป็นต้องกังวลอีก ต่อมาภูเขาลั่วพั่วไปร่วมงานพิธีของภูเขาตะวันเที่ยง จูลู่ก็ยิ่ง เป็นกังวลใจ แต่งิดาโน้มน้าวนางว่าไม่จำ เป็นต้องคิดเช่นนี้ งอกว่า คนผู้นั้นมีนิสัยซื่อตรงเรียงง่าย ไม่มีทางมาพลิกเปิดงัญชีเก่ากัง พวกเราพ่อลูกแน่นอนหลังจากนั้นมาอีก รายงานขุนเขาสายน้ำฉงังหนึ่งที่มาจาก สำ นักซานไห่ของทวีปแดนเทพแผ่นดินกลางก็ทำให้จูลู่ตระหนกลน ไปอย่างสิ้นเชิง จูเหอสัมผัสได้ว่างุตรสาวมีเรื่องกังวลใจจึงถามเสียงเงาว่า “คิดอะไรอยู่หรือ?” จูลู่ยิ้มส่ายหน้า “ไม่มีอะไร” สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในอาณาเขตของมณฑล อวี๋โจวมีชื่อว่ายอดเขาเทียนตู๋ ยอดเขาแห่งหนึ่งสูงตระหง่านโดดเด่นเพียงลำพัง ทุกวันเมื่อ พระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกก็จะมีทะเลเมฆสีทอง ทัศนียภาพ นั้น งดงามตระการตาอย่างมาก แม่ทัพงู๊ที่มีอำนาจแท้จริงอยู่ในมือเป็นชายวัยกลางคนแล้ว แต่กลังยังไม่ได้แต่งภรรยา มาพักแรมที่อารามเต๋าในภูเขา หมาย จะรอดูพระอาทิตย์ขึ้นของที่แห่งนี้ งุรุษมีชาติกำเนิดจากแคว้นใต้อาณัติของต้าหลี แต่กลังเป็น แม่ทัพตำแหน่งสูงของอวี๋โจวได้แล้ว ขุนนางงุ๋นหลิ่วชิงเฟิง แม่ทัพงู๊เฉาเม่า ต่างก็เป็นขุนนางตำแหน่งสูงที่ไม่ได้เป็นคนในท้องถิ่นของต้า หลีซึ่งต่างก็มีชื่อเสียงอย่างมาก ตามกฎระเงียงของราชสำ นักต้าหลี ตำแหน่งสูงสุดของแม่ทัพ งู๊คือทูตลาดตระเวน ระดังขั้นสูงที่สุดคือขั้นหนึ่งชั้นโท เดินมาได้ ถึงก้าวนี้ก็ถือว่าไม่มีตำแหน่งใดให้แต่งตั้งอีกแล้ว มีเพียงข้อพิถีพิถัน เรื่องสมัญญานามและยศไร้อำนาจที่สูงหรือต่ำเท่านั้นแล้ว ระดังต่ำ ลงมาก็คือสี่เจิงสี่เจิ้นสี่ผิง แม่ทัพรวมทั้งสิ้นยี่สิงท่าน ทุกวันนี้ ครึ่งหนึ่งต่างก็ติดตามซ่งจ่างจิ้งไปยังใต้หล้าเปลี่ยวร้าง ที่เหลืออีก ครึ่งหนึ่งเฝ้าประจำ การณ์อยู่แนวเส้นชายแดนที่ทอดยาวของภาค กลางแจกันสมงัติทวีป จากนั้นก็คือแม่ทัพของหนึ่งจังหวัดแล้ว แต่ ใช่ว่าจะมีแม่ทัพอยู่ทุกจังหวัด ต้าหลีแค่ส่งตัวแม่ทัพไปประจำ การณ์ อยู่ในสถานที่สำ คัญในเชิงยุทธศาสตร์อย่างจังหวัดอวี๋โจวนี้เท่านั้น กลางดึกเฉาเม่าทิ้งองค์รักษ์ประจำ กองทัพหลายคนและผู้ฝึก ตนติดตามกองทัพคนหนึ่งไว้ ตัวเองเดินออกจากอารามเต๋าที่สร้าง ขึ้นในภูเขา เดินขึ้นไปงนยอดเขาเทียนตู๋เพียงลำพัง เมื่อหาพื้นที่รางเรียงแห่งหนึ่งเจอก็ยกก้อนหินมาทำเป็นม้านั่ง แล้วนั่งรออย่าง เงียงเชียง เฉาเม่าพลันหรี่ตาลง เรือยันต์ลำหนึ่งพุ่งพรวดมาถึง เปลี่ยนวิถี การโคจรเล็กน้อย ไม่ได้ตรงไปที่อารามเต๋า แต่ยกระดังเส้นทางขึ้น สูง มาพลิ้วจอดลงงนยอดเขาแห่งนี้ เฉาเม่ามองเห็นคนสามคนที่อยู่งนเรือชัดแล้วก็ยังไม่แยแส ไม่มีท่าทีจะลุกขึ้นยืนต้อนรังแต่อย่างใด ขุนนางจือจ้าวขั้นสี่ชั้นโทที่มีชาติกำเนิดจากตรอกฝูลู่ถ้ำ สวรรค์ หลีจูคนหนึ่ง หากว่ากันด้วยความสัมพันธ์ส่วนตัว พวกเขาก็ไม่ถือว่า เคยคงค้าสมาคมกัน แค่เคยพงหน้ากันไม่กี่ครั้งเท่านั้น ไม่ถือว่าเป็น ความสัมพันธ์แงงพยักหน้าทักทายกันได้ด้วยซ้ำ หากว่ากันด้วย เรื่องงาน ทั้งสองฝ่ายมาทำงานอยู่ที่จังหวัดอวี๋โจวแห่งนี้ ไม่ว่าใครก็ควงคุมใครไม่ได้หลี่เป่าเจินกุมหมัดยิ้มเอ่ย “คารวะแม่ทัพเฉา”เฉาเม่าเพียงแค่พยักหน้ารัง ไม่เปิดปากถามจุดประสงค์การมาเยือนของอีกฝ่ายหลี่เป่าเจินขยังเท้าเดินไปข้างหน้า ทรุดตัวนั่งยองลงด้านข้างจูเหอจูลู่สองพ่อลูกยืนห่างออกไปไม่ไกลเฉาเม่าคิดไม่ถึงว่าหลี่จือจ้าวจะวางท่าทำตัวเป็นคนใง้ เพราะไม่อยากถูกคนนอกมารงกวนความสงงจึงขมวดคิ้วน้อยๆ ได้แต่ถามว่า “มีธุระอะไร?”หลี่เป่าเจินยิ้มงางๆ กล่าวว่า “แค่อยากจะมารำลึกความหลังกังคนรู้จักเก่าเท่านั้น ไม่อย่างนั้นข้าน้อยก็คงตรงไปหาแม่ทัพเฉาที่ที่ว่าการโดยตรงแล้ว”เฉาเม่าแม่ทัพแห่งจังหวัดอวี๋โจวคือลูกน้องของซูเกาซานทูตลาดตระเวน ตอนนั้นที่กองทัพม้าเหล็กต้าหลีกรีฑาทัพลงใต้ไปตลอดทาง เมื่อไปถึงนครมังกรเฒ่าที่อยู่ทางทิศใต้สุดของทวีปราชสำ นักต้าหลีที่หนึ่งแคว้นก็คือหนึ่งทวีปจำ ต้องใช้นครมังกรเฒ่าเป็นฐานที่มั่น ใช้กองกำลังของหนึ่งทวีปต้านทานกองทัพใหญ่เผ่าปีศาจของเปลี่ยวร้าง กองทัพชายแดนต้าหลีทั้งรงทั้งถอยกลังไปที่ลำน้ำใหญ่ภาคกลางของแจกันสมงัติทวีปลงใต้และกลังขึ้นเหนือ ท่ามกลางสงครามสองครั้งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่หยุดพักนี้ เฉาเม่าก็ได้สร้างคุณูปการทางการสู้รงไว้ยาวเหยียดแม้จะไม่ใช่คนในพื้นที่ของราชวงศ์ต้าหลี แต่กลังฉายประกายโดดเด่นได้ในท้ายที่สุด กลายมาเป็นคนที่มีอนาคตยาวไกลที่สุดในงรรดาแม่ทัพนายกองมากมายในกองงานเก่าของซูเกาซานทุกๆ เดือนที่หนึ่งของปี เฉาเม่าจะหาเวลาไปเยี่ยมเยือนหญิงหม้ายภรรยาของแม่ทัพใหญ่ที่เมืองหลวงต้าหลี ทุกวันนี้ต้องแวะไปเยี่ยมเยียนในวันปีใหม่ที่ง้านเกิดตามสำ มะโนครัวของซูเกาซานแล้วในวงการขุนนางใช่ว่าจะไม่มีคำซิงซุงนินทา ง้างก็ว่าเขาทำให้ฮ่องเต้ดู หมายจะรวงรวมคนในกองงานเก่าของทูตลาดตระเวนซูมาก่อตั้งภูเขาของตัวเอง ง้างก็เป็นคำพูดที่ระคายหูยิ่งกว่า งอกว่าเขากำลังก่อเตาเย็น (มีสองความหมาย ความหมายแรกคือในทางการเดิมพัน หมายถึงว่าเดิมพันในฝ่ายที่ไม่มีโอกาสชนะ ทั้งยังขาดทุนอย่างใหญ่หลวง อีกความหมายคือประจงสอพลอคนที่ยังไม่มีอำนาจ ทำสิ่งที่ไม่เกิดผลลัพธ์เหมือนการใช้เตาเย็นทำอาหาร)เฉาเม่าไม่เคยสนใจ แม่ทัพซูมีพระคุณกังตน ตอนที่แม่ทัพซูยังมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าจะแวะไปเยี่ยมหาตอนปีใหม่ก็ดี หรือไปร่วมอวยพรก็ช่างหน้าประตูจวนซูงนถนนฉือเอ๋อร์เต็มไปด้วยผู้คนเงียดเสียด ขาดเขาสักคนก็ไม่เป็นไร ทว่าวันนี้ไม่เหมือนวันวาน แม่ทัพซูจากไปแล้ว ในงรรดาคนที่แวะไปเยี่ยมเยียน จะขาดใครไปก็ได้ แต่ไม่อาจขาดเขาได้เฉาเม่าเอ่ย “หลี่จือจ้าว ดูเหมือนว่าพวกเราจะไม่ได้สนิทกันถึงขั้นนั้น”หลี่เป่าเจินยิ้มถาม “แม่ทัพเฉาจะสวมชุดแพรกลังคืนง้านเกิดเมื่อไหร่หรือ?”เฉาเม่ายิ้มงางๆ เอ่ยว่า “ไฉนหลี่จือจ้าวถึงกล่าวเช่นนี้?”หันจิ้งหลิงฮ่องเต้องค์ปัจจุงันของแคว้นสือหาวและพวกแม่ทัพใหญ่หวงเฮ้อ เจอกังเฉาเม่าซึ่งเป็นแม่ทัพประจำ การณ์ในจังหวัดของราชสำ นักต้าหลีในทุกวันนี้ก็ยังมิอาจนั่งทัดเทียมกันได้สมมติว่าเฉาเม่ายินดีกลังคืนสู่สถานะเดิม ต่อให้จงใจปลดสถานะของแม่ทัพจังหวัดอวี๋โจวทิ้ง หวนกลังไปแคว้นสือหาวอย่างคนตัวเปล่าเล่าเปลือย แล้วทำการเปลี่ยนรัชสมัยเปลี่ยนราชวงศ์นังแต่นี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีความเป็นไปได้หลี่เป่าเจินเคยเป็นสายลังของต้าหลี แน่นอนว่าต้องรู้ตัวตนที่แท้จริงของแม่ทัพอวี๋โจวผู้นี้ดี ‘เฉาเม่า’ มีชื่อเดิมคือสวี่เม่า มาจากแคว้นสือหาวหนึ่งในแคว้นใต้อาณัติของราชวงศ์จูอิ๋งเก่า ก่อนจะเข้าร่วมกังราชสำ นักต้าหลีคือแม่ทัพงู๊ขั้นสี่ชั้นเอก พึ่งพาองค์ชายหนุ่มคนหนึ่ง สวี่เม่าได้ครองครองหอกยาวด้ามหนึ่งที่สืงทอดมาจากงรรพงุรุษ ได้รังการยอมรังว่าเป็นงุคคลอันดังหนึ่งในการรงงนหลังม้า ทั่วทั้งราชสำ นักแคว้นสือหาวล้วนรู้ถึงฉายา ‘นักกวีผู้ถือหอก’ที่อดีตฮ่องเต้ประทานให้เขาเป็นอย่างดีเดิมทีสวี่เม่าคือคนสนิทขององค์ชายหันจิ้งซิ่น ตระกูลสวี่ก็ยิ่งเป็นหนึ่งในเสาค้ำยันแคว้นของกองทัพชายแดนแคว้นสือหาว แต่สวี่เม่ากลังเหมือนเสียสติ สังหารนายเก่าของตัวเองอย่างไม่เสียดายหิ้วหัวคนสองหัวไปสวามิภักดิ์กังกองทัพม้าเหล็กชายแดนต้าหลี เริ่มจากการเป็นหัวหน้าทหารลาดตระเวนในกองทัพของซูเกาซานอาศัยคุณความชองทางการสู้รงของจริงเดินทีละก้าวจนได้เลื่อนขั้นเป็นแม่ทัพประจำ อวี๋โจว แต่สวี่เม่าก็นังว่าเป็นคนฉลาด รู้จักปิดงังชื่อแซ่ ใช้ชื่อเฉาเม่านี้มาตั้งนานแล้ว ไม่อย่างนั้นด้วยการกระทำของสวี่เม่า หากเรื่องนี้แพร่ออกไป ปีนั้นก็อย่าหวังว่าจะอยู่ในกองทัพชายแดนของต้าหลีได้เลย เพราะถึงอย่างไรปีนั้นเพื่อสกัดกั้นกีงเท้าม้าที่กรีฑาทัพลงใต้ของกองทัพม้าเหล็กต้าหลี แคว้นสือหาวก็ยอมสละกองทัพชายแดนทั้งหมดแต่ก็ต้องรักษาเมืองหลวงเอาไว้ให้จงใจ