ตอนที่ 2483
บทที่ 958.2 บนยอดเขาชิงผิง
October 21, 2026
ชิงถงถามอย่างคลางแคลง “หมายความว่าอย่างไร?” เฉินผิงอันสอดสองมือไว้ในชายแขนเสื้อ เดินไปบนทางเส้นเล็กของ ป่าไผ่ “คนที่มีปณิธานยาวไกลทั้งยังทำอะไรรอบคอบระมัดระวัง สามารถ ประสบความสำ เร็จใหญ่ได้ คนที่มีจิตใจดีงามจงรักภักดีทั้งยังมีคุณธรรม คือคนที่สามารถฝากฝังเรื่องใหญ่ได้” “ในสายตาของข้า หากละหอสยบปีศาจเอาไว้ไม่ไปพูดถึง เดิมที การดำรงอยู่ของสหายชิงถงก็คือภูเขาลูกที่สี่เว้นจากภูเขาเซียนตู อวิ๋นเจิง และโฉวโหมวของสำ นักกระบี่ชิงผิงพวกเรา” “สหายชิงถงไม่แน่เสมอไปว่าจะเป็นบรรพบุรุษคนแรกของสำ นักที่ โดดเด่นได้ แต่ต้องเป็นผู้ปกป้องมรรคาที่ดีเยี่ยมที่สุดซึ่ง มีความรับผิดชอบที่สุดและตั้งใจที่สุดได้แน่นอน” เสี่ยวโม่ประหลาดใจอย่างมาก พูดคำว่าที่สุดรวดเดียวสามครั้ง ชิงถงคู่ควรกับคำประเมินนี้จริงๆ หรือ? คำพูดประโยคนี้ของคุณชายไม่มีความนัยซ่อนแฝงอะไรแล้ว เป็นการยกความหมายมาวางไว้บนหน้าโต๊ะโดยตรง นั่นคือหวังว่าชิงถงจะกลายมาเป็นผู้ปกป้องมรรคาเบื้องหลังของสำ นักกระบี่ชิงผิง อย่าง น้อยที่สุดก็เป็นคนหนึ่งในนั้น ชิงถงยิ่งประหลาดใจมากกว่า ได้แต่ยิ้มเจื่อน เอ่ยเย้ยหยันตัวเองว่า “ต่อให้เจ้าพูดจากใจจริง ตัวข้าเองก็ไม่เชื่อตัวเองหรอกนะ” เฉินผิงอันยิ้มบางๆ “ในเรื่องนี้เจ้าสามารถเชื่อได้ เพราะตัวข้าเองก็ เดินมาทีละก้าวแบบนี้เหมือนกัน” “สหายชิงถงวางใจได้เลย แล้วก็ไม่ต้องกังวลว่าตัวเองจะพลัด เข้ามาในสถานที่ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งอะไร ข้าจะบอกกล่าวกับพวก ชุยตงซานเอาไว้ก่อน รับรองว่าจะไม่ดึงเจ้าเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจธุระ ต่างๆ ของสำ นักเพียงเพราะขอบเขตและสถานะของตัวเจ้า ดังนั้นเจ้าก็ แค่ต้องใช้สถานะของคนนอกภูเขาครึ่งตัวมาสังเกตการณ์พัฒนาของ สำ นักกระบี่ชิงผิงในแต่ละปีให้มากขึ้นก็พอ ขอแค่มีจุดใดที่รู้สึกผิดปกติ ต่อให้ปากจะพูดออกมาไม่ได้ว่าผิดปกติที่ตรงไหน แต่ก็สามารถพูดให้ ชุยตงซานหรือไม่ก็เฉาฉิงหลางเจ้าสำ นักคนที่สองในอนาคตฟังได้ ไม่ต้อง สนใจว่าความเห็นของตัวเองจะถูกหรือผิด” ชิงถงพยักหน้า “แค่กล้ารับรองว่าจะพยายามอย่างสุดความสา มารถที่มี แต่ข้าไม่รับปากอะไรทั้งนั้น” เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนี้” คนทั้งกลุ่มเดินไปถึงยอดของยอดเขาจิ่งซิง ท้องฟ้าใสสว่างอากาศ แจ่มใจ ภูเขาเขียวก้อนเมฆขาว กวาดตามองไปรอบด้านแล้วจิตใจปลอดโปร่งโล่งสบาย เพราะคำประเมินของลู่เฉิน บรรยายอักษรบนป้ายศิลาว่าเป็น ‘คราบเซียนบางอย่าง’ ที่รูปลักษณ์เปลี่ยนแปลงแต่จิตวิญญาณยังคงอยู่ ครั้งนี้เฉินผิงอันจึงตั้งใจมองป้ายหินพวกนั้นมากขึ้น คนหนุ่มที่สวมชุดลัทธิขงจื๊อคนหนึ่งเดินก้าวเร็วๆ ออกมาจากใน ห้องหิน ประสานมือคารวะเอ่ยว่า “อาจารย์ ผู้อาวุโสโม่เซิง” เป็นอย่างที่ลู่เฉินคาดการณ์ไว้จริงๆ โอสถทองที่เฉาฉิงหล่างสร้างได้ ระดับขั้นอยู่ระหว่างขั้นหนึ่งและขั้นสอง โอสถขั้นหนึ่งคือคุณสมบัติของบินทะยาน ยกตัวอย่างเช่นเหวยเซ่อ แห่งธวัลทวีปในอดีต และยังมีเหยาชิงเสนาบดีรูปงามของใต้หล้ามืดสลัว ที่ต่างก็เป็นเช่นนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ฝึกตนใหญ่หลายคนที่ ทุกวันนี้ยืนตระหง่านอยู่บนยอดเขาของใต้หล้า ส่วนใหญ่แล้วโอสถล้วน เป็นระดับสอง เฉินผิงอันยิ้มเอ่ยปลอบใจว่า “โอสถเหนือระดับสองขึ้นไป คือภาพ บรรยากาศยิ่งใหญ่ แข็งแกร่งกว่าการสร้างโอสถของอาจารย์ในปีนั้นมาก นัก” จากนั้นเฉินผิงอันก็แนะนำชิงถงที่อยู่ข้างกาย “สหายท่านนี้มีฉายา ว่า ‘ชิงถง’ คือผู้ฝึกตนในท้องถิ่นของใบถงทวีป ขอบเขตบินทะยาน เนื่องจากฉายามีอักษรคำว่า ‘ชิง’ เหมือนในชื่อสำ นักกระบี่ชิงผิงของ พวกเรา สหายชิงถงรู้สึกว่าเป็นวาสนาที่พบเจอได้ยาก หลังถูกข้าเชื้อเชิญอยู่หลายครั้งก็เลยยอมมารับหน้าที่เป็นผู้ถวายงานที่ได้รับการบันทึกชื่อ ของสำ นักกระบี่ชิงผิง” เฉาฉิงหล่างประสานมือคารวะอีกครั้ง “ผู้เยาว์เฉาฉิงหล่างคารวะ ผู้อาวุโสชิงถง” ชิงถงผงกศีรษะรับ ใบหน้าประดับยิ้มบางๆ แต่ในใจกลับอดนินทา ไม่ได้ ใต้เท้าอิ่นกวานแค่เปิดปากนึกจะพูดอะไรก็พูดได้จริงๆเฉินผิงอันเอ่ย “ขอบเขตและคุณสมบัติของสหายชิงถงต่างก็วางไว้ตรงนั้นอย่างชัดเจน เพียงแค่เพราะหมี่อวี้เป็นผู้ถวายงานอันดับหนึ่งที่มีการเลือกกันเป็นการภายในเรียบร้อยแล้ว สหายชิงถงก็คงได้แต่ลดสถานะมาเป็นอันดับรองแล้ว”ชิงถงไร้คำพูดนี่คือตนได้เป็นผู้ถวายงานอันดับรองแล้วหรือ?นี่ไม่ใช่ว่าเผด็จการมากหรือไร?เฉาฉิงหล่างคลี่ยิ้มอบอุ่น เอ่ยว่า “ถึงอย่างไรสำ นักกระบี่ชิงผิงของพวกเราก็ยังคงเป็นสำ นักวิถีกระบี่ คงได้แต่ทำให้ผู้อาวุโสชิงถงรู้สึกอยุติธรรมแล้ว”ชิงถงยิ้มกล่าว “ไม่ถือว่าอยุติธรรมอะไรหรอก ได้ผูกสัมพันธ์กับสำ นักกระบี่ชิงผิง ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง”ไม่กล้ารู้สึกไม่เป็นธรรมแม้แต่น้อยแล้วนับประสาอะไรกับที่เสี่ยวโม่ที่อยู่ข้างกายคือผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตบินทะยานขั้นสมบูรณ์แบบคนหนึ่ง ทุกวันนี้ก็เพิ่งจะเป็นได้แค่ผู้ถวายงานที่ได้รับการบันทึกชื่อของภูเขาลั่วพั่วเท่านั้นไม่ใช่หรือ ยังสู้ตนไม่ได้ด้วยซ้ำจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ตำแหน่งอันดับรองเลยนะเด็กหนุ่มชุดขาวที่มีไฝกลางหว่างคิ้วทะยานลมมาถึงอย่างว่องไวราวกับสายฟ้าแลบ ตอนที่พลิ้วกายลงกับพื้น ชายแขนเสื้อสีขาวหิมะสองข้างสะบัดดังพึ่บพั่บ ประสานมือคารวะ “คารวะอาจารย์”ชุยตงซานเพิ่งจะยืดตัวขึ้นก็มีหญิงสาวที่มวยผมทรงกลมคนหนึ่งพาแม่นางน้อยชุดดำคนหนึ่งมาที่ยอดเขาจิ่งซิงที่แท้หลังจากที่ชุยตงซานสัมผัสได้ถึงร่องรอยของกลุ่มอาจารย์ก็ไปเคาะประตูเรียก ให้ศิษย์พี่หญิงใหญ่เผยเฉียนเรียกหมี่ลี่น้อยที่เดิมทีก็นั่งล้อมกองไฟเฝ้าคืนอยู่ในห้องเดียวกันมาด้วยกันหมี่ลี่น้อยลิงโลดสุดขีด บอกเรื่องน่ายินดีให้ฟัง “เจ้าขุนเขาคนดีอวี๋หมี๋ฝ่าทะลุขอบเขตแล้วนะ คือเซียนกระบี่ใหญ่หมี่ที่สมชื่อ ถูกต้องชอบธรรม เป็นตัวจริงเสียงจริงแน่นอนแล้วนะ!”เฉินผิงอันจงใจเผยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ แล้วเอ่ยชื่นชมว่า “ร้ายกาจ ร้ายกาจ”ในใจชิงถงสั่นสะเทือนเบาๆหมี่ผ่าเอวแห่งกำแพงเมืองปราณกระบี่ผู้นั้น ผู้ถวายงานอันดับหนึ่งคนแรกของภูเขาเซียนตู ถึงกับเป็นผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตเซียนเหรินแล้ว?!เฉินผิงอันค้อมตัวลงลูบศีรษะของหมี่ลี่น้อย “มักจะไปเฝ้าด่านให้เซียนกระบี่ใหญ่หมี่บ่อยๆ ใช่ไหมล่ะ?”หมี่ลี่น้อยยิ้มกว้าง “ไม่เลยๆ บางครั้งๆ”หมี่ลี่น้อยยื่นมือมาป้องข้างปาก กระซิบกับเจ้าขุนเขาคนดีว่า “อวี๋หมี่บอกแล้วว่า ขั้นตอนระหว่างการปิดด่านอันตรายมากๆ เลยเพียงแต่ว่าทุกครั้งที่จิตแห่งมรรคาไม่มั่นคงก็มักจะนึกถึงท่าทางสุขุมเยือกเย็น แม้เจออันตรายก็ไม่ตระหนกลนของใต้เท้าอิ่นกวานตอนอยู่บนสนามรบเป็นประจำ แค่นั้นจิตใจก็มั่นคงได้แล้ว ถึงได้บังเอิญโชคดีฝ่าทะลุขอบเขตได้ ดังนั้นอวี๋หมี่จึงพูดย้ำกับข้าซ้ำ ไปซ้ำ มาว่า ครั้งนี้ที่สามารถฝ่าทะลุคอขวด มีชีวิตรอดออกจากด่านมาได้ นอกจากต้องขอบคุณเจ้าสำ นักหลิวแห่งสำ นักกระบี่ไท่ฮุยจากใจจริงแล้ว คุณความชอบเกินครึ่งที่เหลืออยู่ล้วนเป็นใต้เท้าอิ่นกวานที่มอบให้ทั้งสิ้นไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับตบะหรือจิตแห่งกระบี่ของเขาแม้แต่เหรียญทองแดงเดียว”เฉินผิงอันหัวเราะอย่างฉุนๆ หลุดปากพูดไปว่า “ผายลมมารดาเขาน่ะสิ”หมี่ลี่น้อยเกาแก้มเฉินผิงอันรีบเปลี่ยนสีหน้าให้อ่อนโยนทันใด “อย่าเพิ่งไปสนใจเขาพวกเรากลับยอดเขามี่เซวี่ยกันก่อนเถอะ”ชิงถงเงียบงันส่วนที่ว่าขนบธรรมเนียมของภูเขาลั่วพั่วจะเป็นอย่างไร เนื่องจากการปล่อยจิตท่องฝันก่อนหน้านี้ เฉินผิงอันที่เดินทางผ่านหน้าบ้านตัวเองกลับเลือกที่จะไม่แวะเข้าไป ชิงถงจึงยังไม่เคยได้สัมผัสกับตัวเองมาก่อนแต่ดูจากคำพูดและการกระทำของเสี่ยวโม่ ชิงถงก็ได้เตรียมใจมาไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว เพียงแต่ว่าดูจากสถานการณ์ในตอนนี้กลับเหมือนว่าที่เขาเตรียมพร้อมมาจะยังไม่มากพอเฉินผิงอันจึงช่วยแนะนำชิงถงให้ทุกคนรู้จักอีกครั้งหลังจากนั้นก็มีเงาร่างสองสายกลายร่างเป็นรุ้งยาวทะยานลมออก